เมืองไทย 360 องศา
แม้ว่าในตอนนี้สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะดีขึ้นมาก โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ เกือบทั้งหมดสามารถสัญจรไปมาได้เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว อาจยังเหลือเพียงฝั่งตะวันออก เช่น แถวเคหะร่มเกล้า ลาดกระบังที่ยังมีท่วมขัง แต่มีแนวโน้มดีขึ้นเรื่อยๆ
แต่อย่างไรก็ดี สำหรับคนกรุงเทพฯในยามนี้แล้ว พอได้ยินเสียงฟ้าร้องเมื่อใด เป็นต้องหวาดผวากันไม่เลิก ยิ่งได้ยินคำเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยา ที่ออกประกาศมาเป็นระยะว่า ยังมีฝนตกหนัก และยังมีอากาศแปรปรวนให้ระมัดระวัง ประกอบกับในช่วงวันสองวันนี้มีฝนตกลงมาอย่างหนักใช้ได้เหมือนกัน ทำให้ช่วยไม่ได้ที่ต้องอยู่ในอาการหวาดผวา
หรือแม้แต่การประชุม กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) ที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธาน เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม ที่ผ่านมา เพื่อติดเพื่อติดตามสถานการณ์ และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมีรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมประชุม ก็ยังมีการเตือนให้ระวังน้ำท่วม และเตรียมรับมือฝนตกหนักในช่วงวันที่ 4-14 ตุลาคม นี้
โดยนายกรัฐมนตรี ให้เฝ้าระวังในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา สถานการณ์ค่อนข้างน่าเป็นห่วง เพราะมากน้ำไม่สามารถระบายได้ และเกิดสภาวะเน่าเหม็น เพราะฉะนั้นขอให้ทางจังหวัด ได้ระดมกำลังมาช่วยกันอย่างเต็มที่ แม้กระทั่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตรงที่อำเภอบางบาล , อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี, อำเภอบางคล้า บางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา , อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก อำเภอบางปลาม้า อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี ที่มีรายงานน้ำขังอย่างต่อเนื่องในระดับน้ำที่เพิ่มขึ้นมาบ้าง ในบางแห่งมีการตัดขาดของเส้นทางคมนาคม
โดยนายกรัฐมนตรีเตือนให้ระวังตั้งแต่วันที่ 4-14 ตุลาคม ถือเป็นช่วง 10 วันอันตราย ขอให้กรมอุตุนิยมวิทยา และกรมป้องกันบรรเทาสาธารณภัย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีการอัปเดตสถานการณ์ให้กับประชาชนได้รับทราบอยู่เสมอ และจะต้องสื่อสารในลักษณะที่ดึงความสนใจ และเมื่อใกล้เวลาที่เหตุการณ์จะเปลี่ยน ก็ต้องย้ำเตือนกันอีกที ขอให้ประกาศไว้ตลอดเวลา อย่าให้การ์ดตก หรืออย่าให้การสื่อสารขาดตอน ช่วงนี้ภาคใต้จะต้องเร่งจัดทำแผนเผชิญเหตุ ในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ให้เรียบร้อย เพราะสถานการณ์ฝน เป็นไปตามการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยา
นั่นเป็นเรื่องของน้ำท่วม ที่ต้องเฝ้าระวังในหลายพื้นที่ดังกล่าว แต่ขณะเดียวกันยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน นั่นคือ การที่ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปี สภาผู้ว่าการธนาคารโลก และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 2569 โดยมีผู้นำด้านการเงินจากทั่วโลกกว่า 191 ประเทศเข้าร่วม รวมถึงผู้นำระดับประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการธนาคารของแต่ละประเทศ และสถาบันการลงทุนต่างๆ เข้าร่วม โดยการประชุมดังกล่าวจะมีขึ้น ระหว่างวันที่ 12-18 ตุลาคม นี้
โดยงานนี้ ถือว่าเป็นงานระดับโลก และหากประเทศไทยซึ่งเป็นประเทศเจ้าภาพสามารถจัดการประชุมได้อย่างเรียบร้อย น่าประทับใจ ย่อมต้องเป็นผลบวก โดยเฉพาะทั้งภาพลักษณ์ ความเชื่อมั่นด้านการลงทุน ผลที่จะตามมาทางเศรษฐกิจมากมาย เอาเป็นว่า แค่ประโยชน์เฉพาะหน้าที่ระหว่างการประชุมที่มีคนเข้าร่วมนับหมื่นคน ย่อมทำให้เกิดเงินสะพัดเป็นร้อยๆ ล้านเข้าไปแล้ว
แน่นอนว่า สำหรับรัฐบาลไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้หมายมั่นปั้นมือกับการประชุมครั้งนี้มาก เรียกว่ามีการเรียกประชุมย้ำเตือนไม่ให้เกิดความผิดพลาดเป็นอันขาด โดยมีการกำชับทั้งฝ่ายความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงคมนาคม
นายกรัฐมนตรี กล่าวด้วยว่า สัปดาห์หน้าประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมประจำปี สภาผู้ว่าการธนาคารโลก และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 2569 โดยมีผู้นำด้านการเงินจากทั่วโลกกว่า 191 ประเทศเข้าร่วม รวมถึงผู้นำระดับประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ว่าการธนาคารของแต่ละประเทศ และสถาบันการลงทุนต่างๆ ซึ่งจะส่งผลต่อเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างแน่นอน
นายอนุทิน ระบุว่า การที่ผู้เข้าร่วมประชุมได้เห็นความพร้อมของประเทศไทย จะเป็นแนวโน้มที่ดีต่อเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2569 พร้อมยืนยัน ถึงความพร้อมในการจัดการประชุม โดยช่วงบ่ายวันนี้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง จะประชุมร่วมกับหน่วยงานต่างๆ เพื่อเตรียมความพร้อม
สิ่งที่สะท้อนภาพให้เห็นถึงความตื่นตัวเพื่อป้องกันปัญหาระหว่างการประชุม โดยเฉพาะปัญหาในบริษัทการบินไทย ที่ก่อนหน้านี้เกิดปัญหาในเรื่องการของการโหลดกระเป๋าสัมภาระของผู้โดยสารตกค้างที่สนามบินสุวรรณภูมิจำนวนมาก ทำให้เกิดความเสียหายด้านภาพลักษณ์อย่างใหญ่หลวง จนมีการสั่งปลดประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือ ซีอีโอ อย่างกระทันหันไปแล้ว และแน่นอนว่า งานประชุมระดับโลกแบบนี้จะต้องไม่ให้เกิดความผิดพลาดขึ้นอีกเป็นอันขาด
โดยก่อนหน้านี้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี ได้นำนายสัมฤทธิ์ สำเนียง รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อแนะนำตัว พร้อมหารือถึงปัญหาที่ผ่านมา เนื่องจากการบินไทยกำลังฟื้นตัวและปรับตัว และมีผลประกอบการที่ดีขึ้น จึงไม่ต้องการให้มีปัจจัยใดเข้ามากระทบ
ทุกอย่างจึงชัดเจนแล้วว่า รายการแบบนี้ต้อง “ซีเรียส” แน่นอน เพราะเป็นงานระดับโลกเป็นหน้าเป็นตาของรัฐบาลและของประเทศ หากเกิดปัญหาซ้ำรอยเดิมก็คงต้องขายขี้หน้าไปทั้งโลกแน่นอน
ดังนั้น หากพิจารณาจากทั้งสองเรื่องดังกล่าว นั่นคือ เรื่องน้ำท่วม แม้ว่าในตอนนี้มีแนวโน้มจะคลี่คลายลงไป “ตามธรรมชาติ” แล้วก็ตาม แต่ก็ต้องจับตาฝนตกหนักในช่วงตั้งแต่วันนี้ เป็นต้นไป จากคำเตือนของกรมอุตุนิยมวิทยา ก็ยังวางใจไม่ได้ โดยเฉพาะคนกรุงเทพฯ ที่เมื่อเกิดฝนตกลงมาก็ต้องหวาดผวา
และอีกเรื่องก็คือ การประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลก และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ที่จะเริ่มขึ้นในสัปดาห์หน้าจะพลาดไม่ได้ เพราะนี่คือ งานระดับโลก เพราะหาก “พลาด” หรือเกิดเรื่องไม่งามขึ้นมาละก็ย่อมเสี่ยงหายนะตามมาแน่นอน!!

