xs
xsm
sm
md
lg

แฉ มายาเซียนห้าง ดีลล่ม"พระพุทโธกลาง" มั่วพระรัชกาลขายเฉียดล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



แฉมายาเซียนดัง นัท แฟนพันธุ์แท้ ย้อมแมวพระรัชกาลเป็นพระพุทโธกลาง อัพราคาขายเฉียดล้าน แต่ดีลล่มโป๊ะแตกกลางไลฟ์สด หลังผู้เช่านำองค์ครูมาเทียบจนจนมุม สั่นสะเทือนศรัทธาและความน่าเชื่อถือของใบรับรองพระแท้

​ตกเป็นเป้าสายตาสังคมและถูกตั้งคำถามเรื่องจริยธรรมอย่างหนักอีกระลอก สำหรับ นัท แฟนพันธุ์แท้
หรือ ธนัท ชัยวชิระศักดิ์
อดีตแชมป์แฟนพันธุ์แท้จตุคามรามเทพ ปัจจุบันผันตัวมาเป็นเซียนสายฆารวาส รับเช่าซื้อวัตถุมงคลของ คุณแม่บุญเรือน โตงบุญเติม เป็นเมนคอร์ส ล่าสุดเจ้าตัวเผชิญหน้ากับผู้เสียหายกลางไลฟ์สด ในการนัดส่งมอบพระบูชายอดนิยมอย่าง พระพุทโธกลาง ที่ห้างพันธุ์ทิพย์ งามวงศ์วาน

​ดีลนี้มีการตกลงราคาเช่าบูชาสูงถึง 950,000 บาท และผู้เช่าได้วางเงินมัดจำไปแล้ว 50,000 บาท แต่ความมั่นใจของเซียนชื่อดังต้องพังทลายลง เมื่อผู้เช่านำองค์ครูมาวางเทียบวัด จนเผยให้เห็นความต่างของขนาดหน้าตักและพุทธศิลป์อย่างชัดเจน จนเจ้าตัวจำนนด้วยหลักฐานและยอมรับว่า พระองค์นี้เป็นเพียง พระบูชารัชกาลเท่านั้น
​
​หากเจาะลึกเส้นทางของพระองค์นี้ จะพบพฤติการณ์ที่น่าตกใจ โดยจุดเริ่มต้นมาจาก นายยศอาชีพคนเดินพระ ที่ไปจับพระองค์นี้มาจากศูนย์พระเครื่อง SC พลาซ่า ขนส่งสายใต้ใหม่ ในราคาต้นทุนเพียง 5,000 บาท แทนที่จะปล่อยเช่าเป็นพระรัชกาลทั่วไปตามสภาพ นายยศกลับนำไปส่งต่อให้ นัท แฟนพันธุ์แท้ จนฟันกำไรไปได้ถึง 200,000 บาท
​ที่น่าตั้งคำถามคือ นัทในฐานะเซียนสายตรง กลับรับพระองค์นี้ไว้โดยไม่ได้คัดกรองสัดส่วนแม่พิมพ์อย่างถี่ถ้วน ซ้ำยังนำมาตั้งราคาบวกกำไรเพิ่มเกือบ 5 เท่าตัว เสนอปล่อยเช่าให้ลูกศิษย์ผู้ศรัทธาสูงถึง 950,000 บาท

​ในวันเกิดเหตุ สิ่งแรกที่เซียนพระนำมาการันตีคือ ใบรับรองพระแท้ถึง 4 ใบ ประเด็นนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่ที่สั่นคลอนวงการพระเครื่องทั้งระบบ เพราะประชาชนทั่วไปมักเชื่อถือใบเซอร์เป็นสรณะ

คำถามตัวโตๆ คือ พระบูชารัชกาลทั่วไป ที่มีขนาดหน้าตักเพียง 4 นิ้วกว่าๆ สามารถผ่านการตรวจสอบและออกใบรับรองว่าเป็น พระพุทโธกลาง ขนาด 6 นิ้ว ถึง 4 สถาบันได้อย่างไร? ซึ่งพระรัชกาลเป็นพระบูชาที่ผลิตจากโรงหล่อพระ มีศิลปะไม่สูงส่งเพราะเน้นสร้างง่ายขายถูก แต่คนขายพระตั้งชื่อจนดูมีราคาเกินตัว

เรื่องของนัท แฟนพันธุ์แท้ ที่เอาพระรัชกาลมาตีเป็นพระพุทโทกลาง ย่อมมองได้ว่าคือความหละหลวมของระบบตรวจสอบ หรือเป็นเพียงกระดาษเพิ่มมูลค่าที่สร้างขึ้นมาเพื่อตบตาผู้บริโภคกันแน่

​แม้นัทจะพยายามอธิบายถึงความแตกต่างของขนาดหน้าตัก โดยอ้างถึงการถอดพิมพ์ซ้ำๆ ทำให้พระขนาดย่อมลง หรือหดตัวของโลหะจากการถอดพิมพ์ ทว่าในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านประติมากรรมหล่อโลหะ ได้ชี้ให้เห็นหลักการที่หักล้างข้ออ้างนี้อย่างสิ้นเชิง

​โรงหล่อมาตรฐานจะมีแม่พิมพ์ยางหรือปูนไว้ตั้งแต่ต้นแบบแรกเพื่อรักษาขนาดให้เท่ากันทุกองค์ และจะไม่มีการนำพระที่หล่อสำเร็จแล้วไปกดถอดแบบซ้ำเป็นทอดๆ เพราะจะทำให้รายละเอียดตื้นเขิน ที่สำคัญ หากมีการถอดพิมพ์ใหม่จริง การหดตัวจะทำให้ขนาดเล็กลงเพียง ระดับมิลลิเมตร เท่านั้น ทางกายภาพไม่มีทางเป็นไปได้ที่พระหน้าตักมาตรฐาน 6 นิ้ว จะหดหายไปจนเหลือเพียง 4 นิ้วกว่าๆ

​ตามปกติ พระบูชาที่มีราคาหลักแสนถึงหลักล้าน มักเป็นพระโบราณวัตถุอายุหลายร้อยปี เช่น สมัยเชียงแสน หรือสุโขทัย แต่สำหรับ พระพุทโธกลาง นั้น ถูกจัดสร้างขึ้นในช่วงปี พ.ศ. 2500-2502 มีอายุเพียงราว 60 กว่าปีเท่านั้น

​เหตุผลที่ราคาพุ่งแตะหลักล้าน ไม่ใช่ความเก่าแก่ แต่มาจาก ความศรัทธาในบารมีของคุณแม่บุญเรือน อุบาสิกาผู้ทรงศีลที่เชื่อกันว่าวัตถุมงคลของท่านเด่นเรื่องโชคลาภและปลดหนี้ ประกอบกับจำนวนการสร้างพระพุทโธกลางที่จำกัดเพียง 200-300 องค์

มูลค่าที่ห่างกันของพระพุทโทกลางกับพระรัชกาลมหาศาลนี้ จึงเป็นช่องโหว่ให้คนนำ พระรัชกาลราคาหลักพัน มาสวมรอยเป็นพระหลักล้านเพื่อกินส่วนต่างอย่างมหาศาล

​เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความน่าเชื่อถือของกลุ่ม เซียนห้าง และทำให้นึกถึงคดีความเก่าๆ ในอดีตของเซียนรายนี้ ทั้งกรณีข้อพิพาทเหรียญหลวงปู่ทวดเนื้อทองคำ และวัตถุมงคลในกระแสสมีโชติ

​นอกจากนี้ การใช้คำพูดว่า รับประกันคืนเงินเต็มจำนวน แท้จริงแล้วคือ จิตวิทยาการตีกรอบความเชื่อ เพื่อปิดสวิตช์ความระแวงของลูกค้า เพราะผู้ที่ควักเงินเกือบล้านด้วยแรงศรัทธาย่อมนำพระขึ้นหิ้งบูชา โอกาสที่จะนำพระกลับมาคืนแทบเป็นศูนย์

​เคสนี้รอดพ้นความเสียหายมาได้เพราะมี องค์ครูมาเทียบเคียง จึงเป็นอุทาหรณ์เตือนสตินักสะสมว่า อย่าเล่นพระด้วยหู อย่าเช่าพระเพียงเพราะเชื่อใบเซอร์หรือชื่อเสียงเซียน

เพราะสุดท้าย ขนาด สัดส่วน และหลักฐานทางกายภาพเท่านั้น ที่จะเป็นเกราะคุ้มกันไม่ให้แรงศรัทธาตกเป็นเครื่องมือการค้ากำไรเกินจริง และการฉ้อโกงของคนขายพระปลอม