รัสเซียนำเข้าผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมจากท่าเรือต่างๆของเกาหลีใต้ มากกว่า 176,000 ตันในเดือนกรกฏาคมและสิงหาคม ช่วยบรรเทาผลกระทบของวิกฤตเชื้อเพลิง อันเนื่องจากปฏิบัติการโจมตีด้วยโดรนของยูเครนที่เล็งเป้าเล่นงานโรงกลั่นทั้งหลายของรัสเซีย ตามคำกล่าวอ้าวของเจ้าหน้าที่ด้านมาตรการคว่ำบาตรระดับสูงของยูเครนในวันอังคาร(6ต.ค.)
วลาดีสลาฟ วลาซิอุค เจ้าหน้าที่ระดับสูงของยูเครน อ้างว่าจากเชื้อเพลิงนำเข้าทั้งหมดของรัสเซียในเดือนสิงหาคม ในนั้นส่วนหนึ่งเป็นอุปทานจากเกาหลีใต้ ที่เพิ่มขึ้นแตะระดับ 31% พร้อมกล่าวหาว่าเรือบรรทุกน้ำมันหลายลำ ในนั้นรวมถึงลำที่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรของตะวันตก ถูกใช้ในการส่งมอบ
"การขนส่งเหล่านี้เริ่มต้นขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่การโจมตีโรงกลั่นน้ำมันของรัสเซียโดยยูเครน ส่งผลให้ปริมาณการกลั่นลดลงและก่อให้เกิดภาวะขาดแคลนเชื้อเพลิงภายในรัสเซีย" จากคำกล่าวอ้างของ วลาซิอุค ประธานคณะกรรมการด้านนโยบายคว่ำบาตรของยูเครนเขียนบนเฟซบุ๊ก
ความเห็นของเขามีขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งทางการทูตระหว่างโซลกับเคียฟ ซึ่งปะทุขึ้นเมื่อเดือนที่แล้ว หลังจากประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ป่าวประกาศข่าวการส่งตัวเชลยศึกเกาหลีเหนือ 2 คนไปให้เกาหลีใต้ ทั้งที่ทางโซลต้องการเก็บเรื่องดังกล่าวไว้เป็นความลับ
ยูเครนใช้โดรนพิสัยไกลโจมตีโรงกลั่นและคลังน้ำมันของรัสเซียในปีนี้ ในสิ่งที่เคียฟอ้างว่าเป็นความพยายามเพิ่มต้นทุนในการทำสงครามแก่ศัตรู ในขณะที่ความขัดแย้งระหว่าง 2 ชาติยังไม่ใกล้เคียงกับจุดจบ แม้จะลากยาวมานานกว่า 4 ปี นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากรุกรานยูเครนเต็มรูปแบบ
การโจมตีกระตุ้นให้รัสเซียกำหนดมาตรการแบนการส่งออกดีเซลและเบนซิน ขณะเดียวกันก็จำกัดการซื้อเชื้อเพลิงในบางภูมิภาค ที่ได้รับผลกระทบหนักหน่วงจากวิกฤตขาดแคลนเชื้อเพลิง "ในทางปฏิบัติแล้ว การนำเข้าจากเกาหลีใต้ช่วยให้รัสเซียสามารถชดเชยผลกระทบจากการสูญเสียขีดความสามารถในการกลั่นน้ำมันของตนเองได้" วลาซิอุค โพสต์ข้อความบนสื่อออนไลน์ โดยอ้างข้อมูลที่มีและรายงานข่าวต่างๆ ในฐานะแหล่งข่าว
เมื่อวันอังคาร(6ต.ค.) เดอะการ์เดียน รายงานว่าพวกเขาทำการวิเคราะห์บันทึกท่าเรือและข้อมูลติดตามการเดินเรือ จนได้ข้อสรุปว่ามีการขนถ่ายปิโตรเลียมขึ้นเรือบรรทุกน้ำมันจำนวน 7 ลำที่ท่าเรือในเกาหลีใต้ โดยเรือบางลำอยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรของสหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป
วลาซิอุค ให้ตัวเลขเดียวกับรายงานของการ์เดียน "มันสวนทางโดยสิ้นเชิงกับนโยบายการคว่ำบาตรที่เกาหลีใต้นำมาใช้ภายหลังการเริ่มปฏิบัติการรุกรานเต็มรูปแบบ" เขากล่าว
อย่างไรก็ตามกระทรวงการต่างประเทศเกาหลีใต้ตอบโต้รายงานของการ์เดียน ระบุว่า "รัฐบาลเกาหลีใต้สนับสนุนและมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันในความพยายามระดับโลกเพื่อยุติสงครามในยูเครนและนำไปสู่การฟื้นฟูอย่างสันติ"
ถ้อยแถลงระบุต่อวา "รัฐบาลยังคับใช้อย่างเข้มงวดกับมาตรการควบคุมการส่งออกไปยังรัสเซีย ด้วยการขยายขอบเขตให้ครอบคลุมไปถึง รายการที่ไม่ใช่เชิงยุทธศาสตร์ นอกเหนือจากรายการเชิงยุทธศาสตร์ ที่มีความเสี่ยวงสูงในมิติของการถูกใช้งานด้านการทหาร"
ความสัมพันธ์ระหว่างเกาหลีใต้และยูเครนตกอยู่ภายใต้ความตึงเครียดมานานหลายสัปดาห์ ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ของเกาหลีใต้ ขู่ใช้มาตรการเล่นงานยูเครน อย่างไม่เจาะจง เมื่อวันศุกร์(2ต.ค.) จนกว่าเคียฟจะยอมรับว่ามีข้อตกลงปกปิดความลับกับเกาหลีใต้ ที่ทางโซลระบุว่าครอบคลุมถึงการโอนย้ายเชลยศึกเกาหลีเหนือที่จับกุมตัวได้
โซลต้องการคำขอโทษจากยูเครน แต่เคียฟปฏิเสธและอ้างว่าไม่มีข้อตกลงปกปิดความลับใดๆ อย่างไรก็ตามกระทรวงการต่างประเทศยูเครนบอกว่าเคียฟต้องการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับเกาหลีใต้
(ที่มา:รอยเตอร์ส)

