xs
xsm
sm
md
lg

สถานการณ์น้ำท่วม กทม.ดีขึ้น ถนนสายหลักเริ่มสัญจรได้ “เคหะร่มเกล้า” ลดระดับเกินเป้า คาด 2-3 วันแห้ง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



รองโฆษกรัฐบาลเผยสถานการณ์น้ำท่วมถนนสายหลักใน กทม.แนวโน้มดีขึ้น เหลือถนนฉลองกรุงที่ยังมีน้ำขัง ขณะที่เคหะร่มเกล้าลดระดับน้ำเกินเป้าวันละ 25 ซม.จนสัญจรได้ คาดน้ำในซอยย่อยแห้งภายใน 2-3 วัน ด้าน ปภ.เผยมี 2 จังหวัดส่งข้อมูลผู้ประสบภัย 611 ครัวเรือน เตรียมโอนเงินช่วยเหลือล็อตแรก 8 ต.ค. พร้อมเสนอเพิ่ม “สมุทรสงคราม” หลังเดือดร้อนกว่า 2 หมื่นครัวเรือน

วันนี้ (วันอังคารที่ 6 ตุลาคม 2569) เวลา 10.00 น. ณ ศูนย์แถลงข่าวรัฐบาล ตึกนารีสโมสร ทำเนียบรัฐบาล นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการแถลงข่าวศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์น้ำท่วม (JICC - Joint Information and Communication Center) ว่า สถานการณ์น้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ขณะนี้ถนนที่ยังมีน้ำท่วมขัง ได้แก่ ถนนฉลองกรุง จึงขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว ขณะที่ชุมชนเคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง สามารถลดระดับน้ำได้เกินเป้าหมายที่กำหนดไว้วันละ 25 เซนติเมตร ส่งผลให้ระดับน้ำลดลงจนอยู่ในระดับที่สามารถสัญจรได้แล้ว โดยยังมีน้ำขังเฉพาะบริเวณซอยย่อย คาดว่าจะสามารถระบายได้ภายใน 2 - 3 วัน

ส่วนพื้นที่มีนบุรี หนองจอก ประเวศ และสะพานสูง ซึ่งได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักเมื่อวานนี้ กรุงเทพมหานครได้เร่งระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง ขณะที่พื้นที่สายไหม - ออเงิน อยู่ระหว่างเร่งระบายน้ำ และพิจารณาเปิดประตูระบายน้ำเพื่อช่วยระบายน้ำจากจังหวัดปทุมธานี

ด้านนายเกรียงไกร ศิวะศิริยางกูร ผู้อำนวยการส่วนปฏิบัติการจัดการคุณภาพน้ำ สำนักงานจัดการคุณภาพน้ำ สำนักการระบายน้ำ กล่าวว่า ภาพรวมสถานการณ์น้ำบนถนนสายหลักของ กทม. มีแนวโน้มดีขึ้น โดยพื้นที่เคหะร่มเกล้ายังมีน้ำขังบางส่วนในซอยย่อย หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากปัญหากลิ่น กทม. จะนำสารชีวภาพไปใช้เพื่อบรรเทาปัญหา ขณะเดียวกัน เมื่อระดับน้ำลดลงและมีขยะตกค้าง สำนักงานเขตและสำนักสิ่งแวดล้อมจะร่วมกันเร่งจัดเก็บและแก้ไขปัญหาขยะในพื้นที่ พร้อมเปิดช่องทางให้ประชาชนลงทะเบียนขอจัดเก็บขยะชิ้นใหญ่


สำหรับการลงทะเบียนขอรับการช่วยเหลือของผู้ประสบภัย ข้อมูล ณ เวลา 08.30 น. มีผู้ลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ claim.bangkok.go.th แล้วกว่า 49,000 ราย โดยพื้นที่ที่มีผู้ลงทะเบียนมากที่สุด ได้แก่ เขตลาดกระบัง รองลงมาเป็นเขตบางกะปิและเขตสายไหม ทั้งนี้ ประชาชนสามารถยื่นขอรับสิทธิได้หลายรายการ โดยสิทธิที่มีการยื่นขอมากที่สุด ได้แก่ ค่าดำรงชีพ ค่าซ่อมแซมบ้าน ค่าเครื่องมือ และทุนประกอบอาชีพ ตามลำดับ

ทั้งนี้ ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะคำร้องผ่านระบบออนไลน์ และลงทะเบียนทางออนไลน์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง หรือยื่นคำร้องที่สำนักงานเขตในพื้นที่ โดยการยื่นที่สำนักงานเขตสามารถใช้บัตรประจำตัวประชาชนและสำเนาทะเบียนบ้านเพื่อแสดงตัวตน

ด้าน ดร.ศิริธร สมสุวรรณ ผู้อำนวยการกองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยความคืบหน้าการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยตามมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งกำหนดให้ความช่วยเหลือบ้านเรือนที่อยู่อาศัยที่ถูกน้ำท่วม ครัวเรือนละ 9,000 บาท และบ้านเรือนหรืออาคารสูงที่ถูกน้ำล้อม ครัวเรือนละ 5,000 บาท ว่า ณ เวลา 07.50 น. วันนี้ มีจังหวัดส่งข้อมูลยืนยันมายัง ปภ. แล้ว 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสระแก้ว 594 ครัวเรือน และจังหวัดกระบี่ 17 ครัวเรือน รวม 611 ครัวเรือน

ทั้งนี้ ปภ. กำหนดรวบรวมและยืนยันข้อมูลจากจังหวัดและกรุงเทพมหานครที่อยู่ในพื้นที่ประกาศให้ความช่วยเหลือ ก่อนส่งต่อให้ธนาคารออมสินภายในเวลา 20.00 น. ของทุกวัน โดยในวันนี้จะมีการยืนยันข้อมูลและรวบรวมยอดเพิ่มเติมจากจังหวัดที่ส่งข้อมูลเข้ามาระหว่างวัน เพื่อให้ธนาคารออมสินดำเนินการโอนเงินช่วยเหลือให้แก่ผู้ประสบภัยล็อตแรกภายในช่วงเช้าวันที่ 8 ตุลาคม 2569 ตามข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรีที่ให้เร่งทยอยจ่ายเงินช่วยเหลือ โดยไม่ต้องรอให้ข้อมูลครบทั้งหมด

นอกเหนือจาก 65 จังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ตามมติคณะรัฐมนตรีแล้ว ปภ. ได้เสนอขอความเห็นชอบเพิ่มเติมพื้นที่เพื่อจ่ายเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีอุทกภัยอีก 1 จังหวัด คือ จังหวัดสมุทรสงคราม ซึ่งได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักถึงหนักมากตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2569 ส่งผลให้มีปริมาณฝนสะสมจำนวนมาก ประกอบกับปริมาณน้ำท้ายเขื่อนแม่กลองเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เบื้องต้นมีประชาชนได้รับความเดือดร้อนกว่า 20,000 ครัวเรือน โดย ปภ. ได้เสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีแล้ว และอยู่ระหว่างรอมติให้ความเห็นชอบเพิ่มเติมภายในวันนี้