ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวเมื่อวันจันทร์ (5 ต.ค.) ว่า สหรัฐฯ พร้อมจะให้ความช่วยเหลือรัสเซีย หลังมีรายงานข่าวว่าเจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการวิจัยโรคระบาดในไซบีเรียเสียชีวิต
ทรัมป์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวขณะเดินทางออกจากทำเนียบขาวเพื่อไปที่รัฐเนแบรสกาว่า การเสียชีวิตครั้งนี้เป็น "ปัญหาใหญ่สำหรับรัสเซีย"
"ผมเสียใจที่เห็นพวกเขาต้องเผชิญกับมัน" ทรัมป์ กล่าว "มันเป็นโรคที่ร้ายแรง"
ทรัมป์ ยืนยันว่า สหรัฐฯ จะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยเหลือรัสเซีย เขาเคยพูดเอาไว้ว่าประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียเป็นบุคคลที่เขาสามารถทำงานร่วมด้วยได้ แม้จะมีข้อตึงเครียดเกี่ยวกับสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนก็ตาม
"เราจะช่วย" ทรัมป์ กล่าว "ใครก็ตามที่มีปัญหาแบบนั้น เรายินดีที่จะช่วยเหลือเสมอ"
เจ้าหน้าที่ห้องปฏิบัติการวิจัยโรคระบาดในไซบีเรียล้มป่วยและเสียชีวิตด้วยสาเหตุที่ไม่เปิดเผย ทำให้ทางการต้องสั่งกักกันผู้คนราว 200 คน และหัวหน้าหน่วยงานกำกับดูแลด้านสุขภาพของรัสเซียต้องเดินทางไปยังภูมิภาคอีร์คุตสค์
การเสียชีวิตดังกล่าวจุดประกายความวิตกกังวลด้านสาธารณสุขในสื่อสังคมออนไลน์ แต่ทางการรัสเซียยืนยันเมื่อวันจันทร์ (5) ว่าสถานการณ์อยู่ภายใต้การควบคุมแล้ว
องค์การอนามัยโลก (WHO) แถลงว่า จากข้อมูลที่มีอยู่ "ความเสี่ยงด้านสาธารณสุขต่อประชาชนทั่วไปดูเหมือนจะต่ำ" และจะมีการประเมินความเสี่ยงใหม่เมื่อได้รับข้อมูลเพิ่มเติม
มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่าวอชิงตันกำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
กาฬโรคถือเป็นโรคประจำถิ่นของไซบีเรีย ซึ่งเป็นที่ตั้งของการระบาดในมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ครั้งแรกที่รู้จักกัน เนื่องจากแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของโรค คือ เยอร์ซิเนีย เพสติส (Yersinia pestis) พบได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็กในป่าอันกว้างใหญ่และในหมัดของพวกมัน อย่างไรก็ตาม ชาวรัสเซียไม่ค่อยป่วยเป็นกาฬโรค แต่มีผู้ป่วยเกิดขึ้นทุกปีในส่วนอื่นๆ ของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแอฟริกา
กาฬโรคมี 3 รูปแบบที่ส่งผลกระทบต่อส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยกาฬโรคปอดนั้นเป็นการติดเชื้อในปอด ทำให้ผู้ป่วยไอเอาละอองฝอยที่ติดเชื้อออกมา
โรคนี้หากตรวจพบได้เร็ว ก็สามารถรักษาได้ด้วยยาปฏิชีวนะ แต่หากปล่อยไว้โดยไม่รักษา อาจถึงแก่ชีวิตได้ภายใน 1-6 วัน
สื่อท้องถิ่นระบุชื่อพนักงานห้องปฏิบัติการที่เสียชีวิตว่าคือ ดารยา ชิปิโลวา (Darya Shipilova) อายุ 28 ปี เป็นพนักงานของสถาบันวิจัยต่อต้านโรคระบาดแห่งไซบีเรียและตะวันออกไกล เมืองอีร์คุตสค์
มีรายงานที่ขัดแย้งกันเกี่ยวกับสาเหตุและสถานที่ที่เธอป่วย แต่ทางการระบุว่า เธอเสียชีวิตจากโรคปอดบวมซึ่งยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัด
ทางการรัสเซียยืนยันว่า ไม่มีรายงานผู้ป่วยรายใหม่ และได้ติดตามผู้สัมผัสใกล้ชิดทั้งหมดแล้ว
หน่วยงานกำกับดูแลด้านสุขภาพของรัสเซีย (Rospotrebnadzor) แจ้งต่อสื่อของรัฐว่า ทางสถาบันไม่พบหลักฐานอุบัติเหตุใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเชื้อโรค หลังจากมีข่าวลือแพร่กระจายในโซเชียลมีเดียว่า หญิงคนดังกล่าวทำหลอดทดลองที่มีแบคทีเรียมีชีวิตตกพื้น
ที่มา: รอยเตอร์

