MGR Online - กองปราบบุกจับหัวหน้าเครือข่ายลักพาตัวชาวจีนข้ามแดน หลังขยายผลจากเหตุช่วยเหยื่อถูกเทปปิดตา-ใส่กุญแจมือคารถยนต์ในพื้นที่แม่สอด เผยพฤติกรรมสุดอำมหิต หลอกอ้างจัดหางานก่อนจับพันธนาการส่งต่อเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ฝั่งเมียนมา
วันนี้ ( 6 ต.ค.) พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. สั่งการ พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป. พ.ต.ต.นราวิชญ์ เปี้ยสุ สว.กก.4 บก.ป. นำกำลังจับกุม นายธนัยนันท์ฯ อายุ 33 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดแม่สอด ที่ จ.162/2569 ลงวันที่ 22 ก.ย.69 ข้อหา “ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่น หรือกระทำด้วยประการใดให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกาย” ได้บริเวณริมถนนสายพบพระ-อุ้มผาง หมู่ที่ 9 ต.คีรีราษฎร์ อ.พบพระ จ.ตาก
ทั้งนี้เมื่อวันที่ 6 กันยายน ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุม นายณกรณ์พงศ์ อายุ 37 ปี และ นายอัครเดช อายุ 23 ปี ที่บริเวณถนนแม่กุ-แม่ตาว ม.6 ต.แม่ตาว อ.แม่สอด จ.ตาก และได้ทำการช่วยเหลือชายสัญชาติจีน ถูกเทปสีน้ำตาลพันที่ศีรษะและใบหน้า มือทั้งสองข้างถูกพันด้วยผ้าเทปสีน้ำตาลและใส่กุญแจมือนั่งอยู่บริเวณห้องโดยสารด้านหลังเบาะข้าง ๆ คนขับ ภายในรถยนต์คันดังกล่าว
ผู้เสียหายชาวจีน ให้การว่า ตนต้องการหางานทำในประเทศไทยจึงหาข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ตและได้พบกับดิลเลอร์ (ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง) ที่รับปากจัดหางานในประเทศไทย จึงตกลงและนัดหมายเวลาเดินทางมาถึงไทยวันที่ 5 กันยายน 2569 จากนั้นดีลเลอร์ได้ให้คนมารับไป จ.ตาก แล้วก็ถูกจับพันธนาการ กระทั่งได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ
จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งสอง สารภาพว่า นายธนัยนันท์ ผู้ต้องหารายนี้ได้ว่าจ้างให้มารับ-ส่ง ชาวจีนในเขตพื้นที่อ.แม่สอด จ.ตาก เพื่อนำตัวไปส่งในพื้นที่ชายแดน อ.พบพระ จ.ตาก โดย นายธนัยนันท์ จะขับรถยนต์ตรวจสอบเส้นทางว่ามีด่านตรวจหรือไม่ จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับไว้ กระทั่งสืบทราบว่า นายธนัยนันท์ หนีมาหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ อ.พบพระ จ.ตาก จึงนำกำลังเข้าจับกุมได้ดังกล่าว
สอบสวนผู้ต้องหา ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อเนื่องจากแนวทางการสืบสวนพบว่าเครือข่ายดังกล่าวได้หลอกลวงบุคคลสัญชาติจีนโดยอ้างว่าจะจัดหางานในประเทศไทย ก่อนจับมัดมือมัดเท้าและปิดตาเพื่อไม่ให้เห็นเส้นทาง และพาตัวผู้เสียหายเดินทางไปชายแดนชายแดนไทย-เมียนมา เพื่อส่งต่อให้กับเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ที่อยู่ประเทศเมียนมา จึงได้นำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.แม่สอด จ.ตาก ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

