วันนี้ (5ต.ค.) “นรเศรษฐ์ นาหนองตูม” ทนายความประจำศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน จะไปยื่นเรื่องต่อป.ป.ช. ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีมีภาพ “สส.ไอเดียร์” สุชาดา ซาง แทนทรัพย์ สวมนาฬิกา Rolex Cosmograph Daytona มูลค่าประมาณ 3.3 ล้านบาท แต่ไม่ปรากฏว่ามีการแจ้งไว้ในรายการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน
แฟนคลับของ “สส.ไอเดียร์” อย่าเพิ่งตกใจ ว่านี่เป็นการไปร้องว่า “จงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จ” หรือเปล่า เพราะเป็นคนละขั้นตอนกัน เพียงแต่มันเชื่อมโยงไปถึงกันได้
กรณีเมื่อมีคนไปร้อง ป.ป.ช.ก็ต้องตรวจสอบก่อนว่า นาฬิกาเรือนนั้น เป็นทรัพย์สินของเจ้าตัวหรือไม่ อยู่ในความครอบครอง หรือมีภาระผูกพันที่ต้องแจ้งหรือไม่ และที่สำคัญคือ เจ้าตัวมีเจตนาปกปิด หรือจงใจยื่นบัญชีไม่ตรงกับความจริงหรือเปล่า
เพราะแค่ “ไม่มีชื่อรายการนี้อยู่ในบัญชี” ยังไม่ถือว่าเป็นผิดทันที
แต่ถ้าสุดท้าย ป.ป.ช.ตรวจสอบแล้ว มีมติชี้มูลว่า จงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ต้องแจ้ง
คราวนี้เรื่องก็ไม่ได้จบอยู่ที่ ป.ป.ช.แล้วล่ะ
ตามกฎหมายป.ป.ช. สามารถเสนอเรื่องต่อ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพื่อให้ศาลวินิจฉัย และลงโทษได้ โดยกฎหมายปัจจุบัน มีทั้งผลเรื่องการพ้นจากตำแหน่ง การเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง และ โทษทางอาญาในบางกรณี
แถมเรื่องอย่างนี้ ไม่จำเป็นต้องรอให้มีคนไปร้องว่า “ผิดจริยธรรมร้ายแรง” ก่อน คดีบัญชีทรัพย์สินจึงจะเดินต่อได้
เพราะถ้าป.ป.ช.ทำการตรวจสอบเรื่องบัญชีทรัพย์สินแล้วชี้มูล เข้าองค์ประกอบตามกฎหมาย ก็สามารถส่งเรื่องไปศาลฎีกาฯ ได้เลย
เรื่องอย่างนี้ มีตัวอย่างให้เห็นแล้ว อย่างกรณีของ “ศรีชาติ เรี่ยวแรง” อดีต รองนายก อบจ.นนทบุรี ถูกป.ป.ช.ชี้มูลกรณีจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จ สุดท้ายศาลฎีกาฯพิพากษาให้ เพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งตลอดไป พร้อมจำคุก 1 เดือน ปรับ 4,000 บาท แต่โทษจำคุก ให้รอลงอาญาเป็นเวลา 1 ปี
อีกคดีที่เป็นตัวอย่างก็คือ “สุพจน์ ทรัพย์ล้อม” อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม ศาลฎีกาฯเคยพิพากษาจำคุก 10 เดือน จากการจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินอันเป็นเท็จหลายครั้ง และมีผลห้ามดำรงตำแหน่งเจ้าหน้าที่รัฐ 5 ปี ตามกฎหมายในขณะนั้น
วกกลับมาที่ “นาฬิกาไอเดียร์” สิ่งที่ต้องจับตาจริงๆ ไม่ใช่แค่ว่ามีนาฬิกาโรเล็กซ์ อยู่หรือไม่
แต่ “ไอเดียร์” ต้องตอบคำถาม 3 ข้อ
นาฬิกาเป็นของใคร... เจ้าตัวมีหน้าที่ต้องแจ้งหรือไม่ และ ถ้าต้องแจ้ง แล้วไม่แจ้ง เป็นความผิดพลาดธรรมดาหรือ เป็นการจงใจปกปิด!
ข้อสุดท้ายนี่แหละ คือหัวใจของคดีนี้
ดังนั้น ถ้าวันนี้มีการยื่นเรื่องต่อป.ป.ช.จริง ก็จะเท่ากับเป็นการเปิดประตู เข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ
นาฬิกาโรเล็กซ์ เรือนนี้ จะมีผลในการชี้ชะตา “สส.ไอเดียร์” หรือไม่ อย่างไร คำตอบไม่ได้อยู่ที่กระแสโซเชียลฯ แต่อยู่ที่พยานหลักฐาน ที่ป.ป.ช.จะพิจารณา และสุดท้ายถ้าถึงขั้นส่งฟ้อง ก็อยู่ที่คำวินิจฉัยของศาลฎีกาฯ จะเป็นผู้ตัดสิน

