ภาคประชาสังคมผนึกกำลังแพทย์ ค้านแก้กฎหมายล้มภาษีบาป ชี้กระทบงบ สสส. และระบบสุขภาพของคนไทย หวั่นเอื้อประโยชน์นายทุนเหล้าบุหรี่
ภาคประชาสังคมและเครือข่ายด้านสุขภาวะออกมาแสดงความกังวลต่อการเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. ซึ่งเปิดรับฟังความคิดเห็นระหว่างวันที่ 30 กันยายน-14 ตุลาคม 2569 โดยเฉพาะแนวทางปรับเปลี่ยนแหล่งรายได้ของกองทุน จากการจัดเก็บเงินเพิ่มเติมจากภาษีสุราและยาสูบมาเป็นการใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีของรัฐบาล โดยฝ่ายคัดค้านมองว่าอาจกระทบความต่อเนื่องและความคล่องตัวในการทำงานของภาคประชาสังคม ขณะที่มีการตั้งข้อสังเกตถึงผลกระทบต่อกลไกการจัดสรรงบประมาณและการทำงานด้านสุขภาวะในระยะยาว
นายสุรสิทธิ์ ศิลปงาม ผู้จัดการมูลนิธิเมาไม่ขับกล่าวถึงกรณีมีการเปิดรับฟังความคิดเห็นร่าง พ.ร.บ.กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (ฉบับที่…) พ.ศ. … ระหว่างวันที่ 30 ก.ย. – 14 ต.ค. 2569 ในประเด็นยกเลิกการจัดเก็บภาษีสุราและยาสูบเข้าสู่กองทุนสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และเปลี่ยนมาใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีจากรัฐบาลนั้น ว่า ในเรื่องนี้ตนมีความเป็นห่วง และได้ทำหนังสือส่งถึงประธานเครือข่ายเหยื่อเมาแล้วขับและสมาชิกทั่วประเทศ ว่า ตลอด 25 ปีที่ สสส. ถือกำเนิดมาก่อให้เกิดคุณูปการกับสังคมมากมายและแนวคิดนี้ คือแนวความคิดสมัยใหม่ เพราะการทำระบบเสริมสร้างสุขภาวะไปฝากไว้กับหน่วยราชการที่เราเห็นๆ กันอยู่
นายสุรสิทธิ์ กล่าวว่า ในฐานะเหยื่อเมาแล้วขับที่ได้รับผลกระทบ ขอให้พวกเราแสดงจุดยืนคัดค้านการแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้ด้วยสติ ด้วยเหตุผล ไม่ใส่อารมณ์ด้วยคำถามสั้นๆ ท่านคิดว่า รัฐบาลหรือหน่วยงานรัฐจะรณรงค์เสริมสร้างสุขภาวะที่ดีให้กับคนไทยได้หรือไม่
ผศ.นพ.สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ กรรมการแพทยสภา ได้เผยแพร่ความเห็นผ่านเฟซบุ๊กเกี่ยวกับการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกองทุน 4 แห่ง ได้แก่ ไทยพีบีเอส สสส. กองทุนผู้สูงอายุ และกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ โดยแสดงความกังวลว่า หากมีการเปลี่ยนแปลงระบบจัดเก็บเงินเพิ่มเติมจากภาษีสรรพสามิตของสุราและยาสูบ อาจทำให้กองทุนเหล่านี้ต้องพึ่งพางบประมาณจากรัฐบาลแทน
ทั้งนี้ คำถามคือ ทำไปทำไม เพราะผลประโยชน์ตกกับบริษัทบุหรี่และเหล้าชัดเจน ไม่ต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนต่าง ๆ ปีละหมื่นล้าน นอกจากนี้การเก็บภาษี หรือ sin tax แบบนี้ ก็มีวิจัยมาแล้วว่าเป็นประโยชน์ต่อประเทศ ทำให้คนเจ็บป่วยและตายลดลง กรณีไม่เห็นด้วยกับระบบการใช้จ่ายของแต่ละกองทุน ก็ให้แก้ไขกฎหมายวิธีการจัดการ ไม่ใช่ตัดการรับภาษีแบบนี้ออกไปจากระบบในประเทศไทยเลย เช่น ปัจจุบันบางกองทุนก็กำหนดลิมิตการรับภาษีนี้ แล้วที่เหลือส่งคืนคลัง สุดท้ายจะนำเรื่องนี้ไปแจ้งในคณะกรรมการแพทยสภา เพื่อให้มีการคัดค้านให้ชัดเจน

