xs
xsm
sm
md
lg

สหภาพท่าเรือฯ เดือด ไม่พอใจซีอีโอตั้ง 'นอมีนี' ล้วงลูก ร้อง 'พิพัฒน์' แก้ปัญหา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



สหภาพท่าเรือฯ เดือด ยื่นหนังสือถึง 'พิพัฒน์' รมว.คมนาคม จี้สอบประธาน กทท. ปมตั้งนอมินีเครือญาติเป็นที่ปรึกษาใช้อำนาจเกินขอบเขตล้วงลูกการบริหาร และลักลอบแต่งตั้งพนักงานโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

นายพรชัย ศรีถกลธร ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการท่าเรือแห่งประเทศไทย สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ การท่าเรือแห่งประเทศไทย ได้มีหนังสือที่ สร.กทท. 129/2569 ลงวันที่ 21 กันยายน 2569 ถึงนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เรื่อง ขอให้ตรวจสอบพฤติการณ์ของประธานกรรมการ กทท. นายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ จากกรณีการแต่งตั้งที่ปรึกษาซึ่งมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมใช้อำนาจเกินขอบเขตแทรกแซงฝ่ายบริหารและพนักงาน และการแต่งตั้งพนักงานที่มิชอบด้วยกฎหมาย ฝ่าฝืนข้อบังคับจริยธรรมของการท่าเรือฯลฯ

โดยหนังสือดังกล่าวมีสาระสำคัญดังนี้
ด้วย สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ การท่าเรือแห่งประเทศไทย (สร.กทท.) ได้รับเรื่องร้องเรียนถึงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของที่ปรึกษาประธานกรรมการ กทท. และการแต่งตั้งพนักงานที่มิชอบด้วยกฎหมาย ฝ่าฝืนข้อบังคับจริยธรรมของ กทท. จึงได้จัดการประชุมนัดพิเศษครั้งที่ 3/2569 เมื่อวันอังคารที่ 15 กันยายน 2569 ในวาระพิจารณา เรื่อง ร้องเรียนพฤติกรรมไม่เหมาะสมของที่ปรึกษาประธานกรรมการกทท. และการแต่งตั้งที่มิชอบด้วยกฎหมาย ฝ่าฝืนข้อบังคับจริยธรรมของ กทท. และที่ประชุมได้มีมติให้ดำเนินการเสนอให้กระทรวงคมนาคมต้นสังกัดของ กทท. และหน่วยงานตรวจสอบการทุจริตให้เป็นผู้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง ทาง สร.กทท. จึงขอให้มีการดำเนินการตรวจสอบในประเด็นต่างๆ ดังนี้

ประเด็นที่ 1 การแต่งตั้งที่ปรึกษาประธานกรรมการ กทท. ซึ่งไม่เหมาะสม และมอบอำนาจหน้าที่เกินขอบเขตให้กระทำการเป็น "นอมินี" แทรกแซงการทำงานของฝ่ายบริหารและพนักงาน

ครม. มีมติอนุมัติแต่งตั้งประธานกรรมการและกรรมการ กทท. ชุดใหม่ เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2569 โดยมีนายเดชา พฤกษ์พัฒนรักษ์ เป็นประธานกรรมการ ในการประชุมคณะกรรมการ กทท. ครั้งที่ 1/2569 ได้มีมติคณะกรรมการ กทท. เรื่อง การแต่งตั้งที่ปรึกษา กรรมการ กทท. โดยในรายชื่อของที่ปรึกษาประธานกรรมการ กทท. ปรากฏว่ามีเครือญาติของประธานกรรมการเป็นหนึ่งในที่ปรึกษาก่อให้เกิดภาพลักษณ์ไม่เหมาะสมของการขัดแย้งทางผลประโยชน์ จากการแต่งตั้งเครือญาติมาเป็นที่ปรึกษาตนเอง และได้มีคำสั่งคณะกรรมการ กทท. ที่ 1/2569 เรื่อง แต่งตั้งที่ปรึกษาประธานกรรมการ กทท. โดยให้อำนาจหน้าที่เกินขอบเขตให้เชิญบุคคล หรือหน่วยงานภายใน กทท. ให้ข้อมูลหรือนำส่งเอกสารใดๆ ซึ่งตามหลักปฏิบัติแบ่งแยกงานของคณะกรรมการในฐานะผู้กำกับดูแลนโยบายและฝ่ายบริหารอย่างชัดเจนอยู่แล้ว หากประธานหรือคณะกรรมการอยากทราบข้อมูลใดๆ ก็สามารถเรียกพนักงานผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องนั้นๆ เข้ามาชี้แจงให้ข้อมูลข้อเท็จจริงได้ โดยมีการแจ้งลงตามสายงานเป็นลายลักษณ์อักษร ผ่านผู้อำนวยการ กทท. (อทร.) ซึ่งเป็นเลขานุการคณะกรรมการโดยตำแหน่ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแทรกแซงการทำงานของพนักงานและฝ่ายบริหาร

แต่คำสั่งแต่งตั้งที่ปรึกษาประธานกรรมการ กทท. จำนวน 5 คน โดยอาศัยอำนาจตาม พรบ. การท่าเรือมาตรา 29 (1) “การทำกิจการและวางข้อบังคับและระเบียบการ ตามที่ระบุในมาตรา 9” ซึ่งเป็นการอาศัยอำนาจตาม พรบ. การท่าเรือฯ ผิดมาตรา เพราะการแต่งตั้งถอดถอน กำหนด เลื่อนขั้นหรือลดขั้นอัตราเงินเดือนที่ปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญและหัวหน้าฝ่ายต่างๆ ซึ่งกระทำหน้าที่ช่วยผู้อำนวยการฯ ต้องอาศัยความตามมาตรา 29 (2) ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยมีคำสั่งแต่งตั้งที่ปรึกษาประธานกรรมการ กทท. โดยมีอำนาจหน้าที่ให้คำปรึกษาและกลั่นกรองงานเพียงเท่านั้น

การแต่งตั้งที่ปรึกษาประธานกรรมการนี้ มีพนักงานหลายคนตั้งคำถามว่าทำไมถึงแต่งตั้งโดยคณะกรรมการ เนื่องจากมีหน้าที่และอำนาจให้คำปรึกษาเฉพาะประธานกรรมการและที่ปรึกษาประธาน ไม่กำหนดไว้ใน พรบ. การท่าเรือฯ และ พรบ. คุณสมบัติฯ (มีเฉพาะตำแหน่งที่ปรึกษากรรมการ) ที่ปรึกษากรรมการและพนักงานต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตาม พรบ.คุณสมบัติฯ มาตรา 9 เช่น มีอายุไม่เกิน 60 ปีบริบูรณ์ ไม่เป็นข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำ แต่จากรายชื่อที่ปรึกษาที่ได้รับการแต่งตั้งมีบางคนขาดคุณสมบัติเนื่องจากเป็นข้าราชการของกระทรวงมหาดไทย

สร.กทท. ได้รับการร้องเรียนจากพนักงานว่า ที่ปรึกษาประธานกรรมการ จำนวน 2 คน ซึ่งเป็นเครือญาติและผู้ขาดคุณสมบัติเนื่องจากเป็นข้าราชการของกระทรวงมหาดไทย ได้ใช้คำสั่งแต่งตั้งซึ่งให้อำนาจเกินขอบเขต เข้าไปร่วมประชุมกับพนักงานฝ่ายต่างๆ ขอข้อมูลเอกสาร รวมถึงสั่งการและให้นโยบายในที่ประชุมฝ่ายบริหารของ กทท. ทั้งๆ ที่ผ่านมาไม่เคยมีที่ปรึกษาประธานคนใดเข้าไปแทรกแซงการประชุมฝ่ายบริหารถือเป็นการกระทำที่ลุแก่อำนาจตั้งตนเป็น “นอมินี” ประธานกรรมการ โดยมีร่องรอยหลักฐานการแทรกแซงการทำงานของฝ่ายบริหารโดยที่ปรึกษาซึ่งอ้างคำสั่งที่ให้อำนาจเกินขอบเขต ปรากฏตามรายงานการประชุมคณะกรรมการฝ่ายบริหาร กทท. ครั้งที่ 14/2569 เมื่อวันอังคารที่ 11 สิงหาคม 2569 ในวาระที่ 3.3 งบประมาณประจำปี 2570 ของ กทท. ข้อ 3.3.3.11 ซึ่งมีพยานบุคคลเป็นฝ่ายบริหารที่เข้าร่วมประชุมและเทปบันทึกการประชุมฝ่ายบริหารในครั้งนั้น รวมถึงเอกสารนำเสนองบประมาณในที่ประชุมฝ่ายบริหารซึ่งมีการแก้ไขตามที่ที่ปรึกษาประธานเสนอ

พฤติการณ์ที่ได้รับร้องเรียนมานอกจากความไม่เหมาะสมในการแต่งตั้งเครือญาติและผู้ขาดคุณสมบัติซึ่งเป็นข้าราชการของกระทรวงมหาดไทยมาเป็นที่ปรึกษาประธานกรรมการ รวมถึงการให้อำนาจหน้าที่เกินขอบเขตของการเป็นที่ปรึกษา และอาศัยอำนาจนั้นเข้าแทรกแซงการทำงานของฝ่ายบริหารและพนักงาน เป็นเหตุให้สงสัยว่าเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับจริยธรรมของ กทท. ตามข้อ 10 (2)

ประเด็นที่ 2 การแต่งตั้งพนักงานที่มิชอบด้วยกฎหมาย และฝ่าฝืนข้อบังคับจริยธรรมของ กทท.

รักษาการ อทร. มีคำสั่งแต่งตั้งพนักงานระดับ 14 จำนวน 3 คน ไม่ถูกต้องตาม พรบ. การท่าเรือฯ ดังนี้

- คำสั่ง การท่าเรือที่ 125/2569 เรื่องการมอบหมายงานด้านบริหารให้พนักงาน ลงวันที่ 9 กันยายน 2569 ให้นางสาวธีรกานต์ฯ รักษาการแทน ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์ และนายพชรฯ รักษาการแทนผู้อำนวยการฝ่ายบริหารงานสนับสนุน

- คำสั่งการท่าเรือที่ 126/2569 เรื่องมอบหมายงานด้านบริหารให้พนักงาน ลงวันที่ 11 กันยายน 2564 ให้นายภูวิภพฯ รักษาการแทนผู้ช่วยผู้อำนวยการท่าเรือแหลมฉบัง

การแต่งตั้งรักษาการของทั้ง 3 คนซึ่งเป็นพนักงานระดับ 14 เป็นการดำเนินการแต่งตั้งที่มิชอบโดยกฎหมาย เนื่องจากปัจจุบัน กทท. มีคณะกรรมการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การแต่งตั้งพนักงานระดับ 14 - 16 เป็นอำนาจของคณะกรรมการตามกฎหมาย ซึ่งปรากฏข้อเท็จจริงว่าประธานกรรมการได้ “ลักลอบ” สั่งการให้รักษาการ อทร. ดำเนินการที่มิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งตามขั้นตอนนั้นรักษาการ อทร. ต้องเสนอเรื่องเข้าประชุมคณะกรรมการ กทท. เพื่อพิจารณา และอาศัยอำนาจตาม พรบ.การท่าเรือฯ มาตรา 29 (2) เพื่อแต่งตั้ง จากข้อเท็จจริงประธานกรรมการไม่ได้มีอำนาจในการสั่งการ ส่งผลให้คำสั่งแต่งตั้งพนักงานระดับ 14 ทั้ง 3 คนนั้นเป็นการแต่งตั้งที่มิชอบด้วยกฎหมายจากการกระทำโดยไม่มีอำนาจ กระทำการเกินอำนาจหน้าที่และไม่เป็นไปตามขั้นตอน ซึ่งข้อเท็จจริงที่ปรากฏว่าประธานกรรมการเป็นผู้สั่งการนั้น ประธานกรรมการจะกล่าวอ้างไม่ทราบว่าต้องดำเนินการเช่นไรมิได้ เนื่องจากเคยมีการแต่งตั้งพนักงานระดับ 14 - 16 มาแล้ว ปรากฏตามคำสั่งคณะกรรมการ กทท. ที่ 20/2569 เรื่อง แต่งตั้งพนักงาน ลงวันที่ 1 กันยายน 2569 ซึ่งเป็นการแต่งตั้งอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 29 (2) นั่นหมายถึงประธานกรรมการทราบดีอยู่แล้ว แต่ยังกระทำการอันมิชอบด้วยกฎหมายโดยสั่งการให้ออกคำสั่งโดยมิชอบ ซึ่งเป็นเหตุให้สงสัยว่ามีการฝ่าฝืนข้อบังคับจริยธรรมของ กทท. ตามข้อ 7 (4), ข้อ 9, ข้อ 10 (2) ข้อ 13 (1)

จากประเด็นที่กล่าวมาข้างต้น สร.กทท. ขอความกรุณาท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมโปรดตรวจสอบข้อเท็จจริง โดยมิให้ผู้ถูกร้องยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หากพบว่ามีพฤติการณ์ของประธานกรรมการ กทท. ไม่เหมาะสมส่งผลให้ กทท. เสียหาย จากให้อำนาจที่ปรึกษาเกินขอบเขตแทรกแซงฝ่ายบริหารและพนักงานและกระทำการมิชอบด้วยกฎหมาย เป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับจริยธรรมของ กทท. ให้ดำเนินการตามระเบียบ ข้อบังคับและกฎหมายที่เกี่ยวข้องให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โปร่งใส เป็นธรรม

ทั้งนี้ขอให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสั่งการให้มีการยกเลิกคำสั่งที่ก่อให้เกิดพฤติกรรมไม่เหมาะสมของที่ปรึกษาประธานกรรมการเพื่อป้องกันข้อขัดแย้งกับพนักงาน และยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งพนักงานโดยมิชอบด้วยกฎหมาย เพื่อให้เป็นไปตามข้อบังคับจริยธรรมของ กทท. ข้อ 10 (4) พร้อมกับแจ้งให้กรรมการ กทท. ทุกท่านทราบเพื่อให้เกิดความรอบคอบในการพิจารณาเรื่องต่างๆ ภายใน กทท.