xs
xsm
sm
md
lg

“ป๋อง” ไม่รับข้อหาฆ่าไตร่ตรอง-ข่มขืนดับ 2 พี่น้องรัสเซีย ศาลสั่งขังไม่ให้ประกัน นัดคุ้มครองสิทธิ 20 ต.ค.

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ศูนย์ข่าวศรีราชา - “ป๋อง” ปฏิเสธข้อหาร่วมฆ่า 2 พี่น้องรัสเซียโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และข่มขืนจนเป็นเหตุให้เสียชีวิต ขณะที่ “ธง” รับสารภาพข้อหาข่มขืน ส่วนข้อหาอาวุธปืน-หน่วงเหนี่ยว-ซ่อนเร้นศพ ทั้งคู่รับสารภาพ ศาลไม่ให้ประกัน หวั่นหลบหนี-ยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน นัดคุ้มครองสิทธิ 20 ต.ค.นี้

ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลจังหวัดพัทยา ความคืบหน้าคดีหมายเลขดำที่ อ.1038/2569 ระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดพัทยา โจทก์ กับนายฑณา หรือ “ป๋อง” เกิดทอง จำเลยที่ 1 และนายธงชัย หรือ “ธง” จำเลยที่ 2 หลังพนักงานอัยการจังหวัดพัทยายื่นฟ้องจำเลยทั้งสองรวม 9 ฐานความผิด จากคดีชิงทรัพย์ ข่มขืนกระทำชำเรา และฆ่าสองพี่น้องชาวรัสเซีย ก่อนนำศพไปซ่อนเร้นอำพรางในพื้นที่ ต.ห้วยใหญ่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

ในการนัดสอบคำให้การ ศาลได้เบิกตัวจำเลยทั้งสองเข้าสู่กระบวนพิจารณา โดยมีพนักงานอัยการโจทก์และทนายความของจำเลยทั้งสองมาศาล จากนั้นศาลได้อ่านและอธิบายคำฟ้องให้จำเลยทั้งสองและทนายความรับฟัง ก่อนสอบคำให้การตามขั้นตอน

สำหรับข้อหาที่เกี่ยวข้องกับอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ยุทธภัณฑ์และลูกระเบิด การแสดงตนและกระทำการเป็นเจ้าพนักงานโดยไม่มีอำนาจ การหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น รวมถึงการร่วมกันซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลายศพเพื่อปิดบังการตายและเหตุแห่งการตาย จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพ

ส่วนข้อหาร่วมกันชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยลวงว่าเป็นเจ้าพนักงาน แต่งเครื่องแบบตำรวจหรือแต่งกายให้เข้าใจว่าเป็นตำรวจ มีและใช้อาวุธปืน และใช้ยานพาหนะในการกระทำความผิด เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน เพื่อเตรียมการหรือเพื่อความสะดวกในการกระทำความผิดอย่างอื่น จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

ขณะที่ข้อหาร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย ขณะผู้ถูกกระทำอยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้ โดยมีอาวุธปืน และเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำถึงแก่ความตาย นายฑณา หรือ “ป๋อง” จำเลยที่ 1 ให้การปฏิเสธ ส่วนนายธงชัย หรือ “ธง” จำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพ

เนื่องจากจำเลยทั้งสองยังให้การปฏิเสธในบางส่วนของคำฟ้อง ศาลจึงมีคำสั่งให้นำคดีเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองสิทธิ และกำหนดนัดวันที่ 20 ตุลาคม 2569 เวลา 09.00 น. เพื่อดำเนินการตามขั้นตอน ก่อนเข้าสู่กระบวนพิจารณาในส่วนของข้อหาที่จำเลยยังให้การปฏิเสธต่อไป

ขณะเดียวกัน ศาลมีคำสั่งออกหมายขังจำเลยทั้งสองและไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวในชั้นพิจารณา โดยพิจารณาว่าคดีมีอัตราโทษสูง พฤติการณ์แห่งคดีมีความร้ายแรง ประกอบกับโจทก์คัดค้านการปล่อยชั่วคราว และมีเหตุอันควรเชื่อว่าหากได้รับการปล่อยชั่วคราว จำเลยอาจหลบหนี ยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน หรือก่ออันตรายประการอื่น

ทั้งนี้ กระบวนการคุ้มครองสิทธิในคดีอาญาเป็นกลไกในกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้จำเลยและผู้เสียหายได้รับทราบสิทธิและสามารถใช้สิทธิตามกฎหมายได้อย่างเหมาะสม โดยคดีนี้ศาลจังหวัดพัทยานัดเข้าสู่กระบวนการคุ้มครองสิทธิในวันที่ 20 ตุลาคม 2569 เวลา 09.00 น. ก่อนดำเนินกระบวนพิจารณาในส่วนข้อหาที่มีการให้การปฏิเสธต่อไป