กรณีผู้บริหาร “ไทยพีบีเอส” ได้รับ “ค่าพาหนะเหมาจ่าย” แล้วยังใช้รถส่วนกลางขององค์กร เรื่องนี้ตอนแรกอาจฟังดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กๆ
แต่พอสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. เข้ามาตรวจสอบ เรื่องนี้กลับไม่ได้จบอยู่แค่ผู้บริหารไม่กี่คน
เพราะล่าสุดมีข้อมูลว่า สตง.ตรวจสอบย้อนหลังแล้ว พบผู้บริหารและพนักงานระดับสูง ที่เกี่ยวข้องประมาณ 30 คน ในประเด็นการรับค่าพาหนะ แต่ยังมีการใช้รถส่วนกลาง ในช่วงเวลาตั้งแต่ปี 2564 ถึง 2569
ทีนี้คำถามสำคัญ คือ…รับค่าพาหนะแล้ว ใช้รถส่วนกลางได้ หรือไม่ได้ ?
แม้จะยังไม่สามารถพูดได้ว่า คนทั้ง 30 คน ทำผิดทั้งหมด เพราะบางกรณีอาจเป็นการใช้รถ เพื่อปฏิบัติภารกิจขององค์กรจริง เช่น ไปทำข่าว ไปประชุม หรือไปปฏิบัติงาน
แต่สิ่งที่ สตง.กำลังตรวจสอบ คือ ถ้าบุคคลนั้นได้รับเงินค่าพาหนะเหมาจ่ายแล้ว การใช้รถส่วนกลางในลักษณะดังกล่าว ยังทำได้หรือไม่ และที่สำคัญกว่านั้น คือใครเป็นคนกำหนดกติกา
อันที่จริง เรื่องหลักเกณฑ์การใช้รถส่วนกลาง กับค่าพาหนะ ไม่ใช่เพิ่งมีคนมาตั้งคำถามในวันนี้
เคยมีหนังสือจากสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่ปี 2562 ที่ให้ “ไทยพีบีเอส” จัดทำหลักเกณฑ์ เกี่ยวกับเรื่องนี้ให้ชัดเจน
แต่ถ้าถึงวันนี้ สตง.ยังพบว่า หลักเกณฑ์ดังกล่าวไม่ชัดเจน และยังมีปัญหาเกิดขึ้นต่อเนื่องหลายปี
คำถามมันจึงเปลี่ยนไปแล้ว จากเดิมที่ว่า “ใครใช้รถหลวง?” กลายเป็น “แล้วทำไมองค์กรถึงปล่อยให้เรื่องนี้ไม่มีความชัดเจนมานานขนาดนี้?!”
เพราะนี่ไม่ใช่องค์กรเอกชน ที่ใช้เงินของเจ้าของบริษัทอย่างเดียว เพราะ “ไทยพีบีเอส” เป็นสื่อสาธารณะ เงินที่ใช้ดำเนินงาน ก็มาจากเงินสาธารณะ
ดังนั้น ทุกบาททุกสตางค์ ทุกสิทธิประโยชน์ของผู้บริหาร และการใช้ทรัพยากรขององค์กร จึงควรมีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน ตรวจสอบได้
ถ้าสุดท้าย สตง.ตรวจแล้วพบว่า บุคคลใดใช้สิทธิซ้ำซ้อนจริง ก็ต้องว่ากันเป็นรายบุคคล ใครทำอะไร ช่วงไหน ได้เงินเท่าไร ใช้รถอย่างไร และใครเป็นผู้อนุมัติ
แต่ถ้าปัญหามันเกิดจากระบบที่ไม่ชัดเจน คนที่ต้องถูกถาม ก็อาจไม่ได้มีแค่คนที่นั่งอยู่บนรถ แต่อาจต้องถามไปถึงคนที่มีหน้าที่กำหนดกติกา คนที่มีหน้าที่กำกับดูแล และคนที่รับผิดชอบองค์กรในแต่ละช่วงเวลาด้วย
เพราะฉะนั้น เรื่องนี้น่าติดตาม จับตากันต่อไป ไม่ใช่เพราะมีผู้บริหารประมาณ 30 คน ถูกกล่าวหาว่าทำผิด
แต่เพราะมันกำลังจะตอบคำถามที่ใหญ่กว่านั้น ว่า องค์กรสื่อสาธารณะ ที่พูดเรื่องความโปร่งใส ตรวจสอบรัฐบาล และตรวจสอบการใช้งบประมาณของรัฐนั้น สามารถตรวจสอบตัวเองได้เข้มแข็งแค่ไหน?!
และสุดท้าย สตง. จะสรุปว่าอย่างไร ใครต้องรับผิด หรือบางคนสามารถชี้แจงได้ว่า การใช้รถเป็นภารกิจที่ถูกต้อง
อันนี้ต้องรอผลตรวจสอบ
แต่สิ่งหนึ่งที่สังคมมีสิทธิ์ถามได้เต็มที่ ก็คือ ถ้ามีปัญหาเรื่องรถ และค่าพาหนะต่อเนื่องมาหลายปี ใครมีหน้าที่ทำให้กติกามันชัดเจน และทำไมถึงยังไม่ชัดเจน จนสตง.ต้องเข้ามาตรวจวันนี้ ?
หรือว่า กติกาชัดเจนแล้ว แต่ผู้บริหารยังฝ่าฝืน ยังเห็นแก่ได้อยู่อีก อย่างนั้นก็สมควร !

