xs
xsm
sm
md
lg

เจาะลึก จีนขยายฐานกองทัพในต่างแดน... เปิดศูนย์ร่วมมือทหารในลาว เป็น “ฐานสนับสนุนทัพอากาศ” หลังจัด “ฐานสนับสนุนทัพเรือ” ในกัมพูชา

เผยแพร่:   ปรับปรุง:


ภาพถ่ายดาวเทียมแสดงสิ่งก่อสร้างภายในสนามบ้านเกิน แขวงเวียงจันทน์ ที่ตั้งศูนย์สนับสนุนและฝึกอบรมร่วมจีน-ลาว    (แฟ้มภาพจากรอยเตอร์-2 ก.ย. 2026)
จีนเปิดศูนย์สนับสนุนและฝึกอบรมที่ฐานทัพอากาศลาวในสนามบินบ้านเกิน ซึ่งถือเป็นฐานสนับสนุน/โลจิสติกส์ของกองทัพอากาศจีนแห่งแรกในต่างแดน โดยนับเป็นฐานสนับสนุนกองทัพจีนในต่างประเทศแห่งที่สาม หลังจากที่ตั้งฐานในจิบูตีบริเวณอ่าวเอเดนเมื่อปี 2017 และในปีที่แล้ว (2025) ก็ได้จัดตั้งศูนย์สนับสนุนและฝึกอบรมจีน-กัมพูชาที่ท่าเรือเรียมในกัมพูชา

ในสัปดาห์นี้ ช่องข่าวทหารของสถานีโทรทัศน์แห่งชาติจืน (CCTV) กระทรวงกลาโหมจีน และสื่อกระบอกเสียงของพรรคฯคอมมิวนิสต์ แถลงข่าวการเปิดทำการของศูนย์สนับสนุนและฝึกอบรมร่วมจีน-ลาว และสถาบันการบินมิตรภาพจีน-ลาว ซึ่งตั้งอยู่บริเวณฐานทัพอาศอากาศลาวที่สนามบินบ้านเกิน แขวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว

ช่องข่าวทหารจีนแห่งสถานีโทรทัศน์แห่งชาติจีน รายงานข่าวจีนและลาวเปิดทำการศูนย์สนับสนุนและฝึกอบรมนักบินทัพอากาศลาว และสถาบันการบินมิตรภาพจีน-ลาว ที่บริเวณสนามบินบ้านเกิน แขวงเวียงจันทน์ สปป.ลาว เดือน กันยายน 2026
ในการแถลงทางการระบุว่าเป้าหมายหลักของการจัดตั้งศูนย์สนับสนุนและอบรมที่ลาวเพื่อฝึกทักษะนักบินในทัพลาว การจัดตั้งฯเป็นไปอย่างเสมอภาคภายใต้การปรึกษาหารือระหว่างสองฝ่าย และเป็นความร่วมมือทางทหารอย่างใกล้ชิดเพื่อสร้างสันติภาพและเสถียรภาพ โดยการดำเนินการภายใต้ความร่วมมือฯทั้งหมดเป็นไปตามกฎหมายภายในประเทศของสองฝ่าย กฎหมายระหว่างประเททศ และวิธีการปฏิบัติสากล โดยมิได้มีเป้าหมายไปที่ประเทศที่สาม

ซ่ง จงผิง ผู้เชี่ยวชาญกิจการทหารจีน เผยกับสื่อของพรรคคอมมิวนิสต์จีน โกลบอล์ ไทม์ส ว่า กองทัพอากาศของลาวมีขนาดเล็กมาก และไม่มีระบบการฝึกอบรมอย่างเป็นระบบสำหรับนักบิน ลูกเรือ และบุคลากรการบิน การจัดตั้งศูนย์ฯสองแห่งนี้มีเป้าหมายมุ่งไปที่การฝึกอบรมฯ อีกทั้งยังช่วยลดการพึ่งพิงการฝึกอบรมในต่างประเทศ

การจัดตั้งฯยังครอบคลุมถึงการสนับสนุนด้านเครื่องอำนวยความสะดวก โปรแกรมจำลองต่างๆ และอุปกรณ์สำหรับการฝึกฝนเที่ยวบินไปถึงอุปกรณ์การฝึกซ้อมต่างๆ เพื่อปรับปรุงความสามารถในการสนับสนุนการบินภายในประเทศลาว

เครื่องบินฝึกขั้นสูง/โจมตีขนาดเบา Yak-130 ผลิตในรัสเซีย ที่ประจำการในกองทัพอากาศลาว
ในระดับของความร่วมมือทางการทหาร ซ่ง จงผิง กล่าวว่า ศูนย์ฯจะช่วยให้การแลกเปลี่ยนทางทหารสองฝ่ายเป็นไปอย่างลงลึกมากขึ้น ซึ่งเป็นการยกระดับจากความช่วยเหลือด้านอุปกรณ์ทั่วไปสู่ความร่วมมือแบบบูรณาการระยะยาวในด้านการฝึกฝนทักษะ การซ้อมรบร่วม และการสนับสนุนด้านอุปกรณ์

และความร่วมมือทางทหารนี้นอกจากจะช่วยรักษาเสถียรภาพในคาบสมุทรอินโดจีน ภูมิภาคแม่น้ำโขงแล้ว สองฝ่ายยังสามารถปฏิบัติการร่วมด้านการกู้ภัยและค้นหาฯ การดูแลพรมแดน และการฝึกซ้อมบรรเทาภัยพิบัติทางอากาศ

ซ่ง จงผิง ยังย้ำถึงศูนย์ความร่วมมือฯแห่งใหม่ที่บ้านเกินในลาว ว่าเป็นภารกิจของกองทัพอากาศจีนที่มุ่งไปที่การฝึกฝนการบินภายในประเทศสำหรับบุคลากรของกองทัพลาว ขณะที่ศูนย์สนับสนุนและฝึกฝนร่วมจีน-กัมพูชา เป็นภารกิจกองทัพเรือจีนในพื้นที่ชายฝั่งเพื่อการสนับสนุนปฏิบัติการทางทะเล รวมถึงน่านฟ้าภายในแผ่นดินคาบสมุทรอินโดจีน และทิศทางการเดินเรือในอ่าวไทย


ผู้เชี่ยวชาญสายทางการจีนย้ำอีกว่า ศูนย์ความร่วมมือฯเหล่านี้เป็นของลาวและกัมพูชาโดยสิ้นเชิง โดยเป็นปฏิบัติการร่วม ที่กองทหารจีนมิอาจใช้ได้อย่างอิสระ หรือมีสิทธิการใช้งานแต่เพียงผู้เดียว เป้าหมายหลักคือ ช่วยเหลือประเทศที่ตั้งศูนย์ฯยกระดับความสามารถในการป้องกันตัวเอง และการฝึกซ้อมรับมือภัยคุกคามความมั่นคงรูปแบบใหม่ หรือการซ้อมรบจำลองสถานการณ์ภัยคุกคามที่มิใช่ทางทหาร

ศูนย์สนับสนุนและฝึกอบรมจีน-กัมพูชาท่าเรือเรียม จังหวัดพระสีหนุ เปิดทำการในเดือนเม.ย. 2025
ถอดรหัสความหมายและทิศทางการจัดวางฐานสนับสนุนของกองทัพมังกรในต่างแดน

ด้านกลุ่มจับตาความเคลื่อนไหวการทหารรายหนึ่งเผยแพร่การวิเคราะห์ในสื่อกระแสหลักในจีน โดยชี้ว่าการที่สื่อทางการทั้งช่องข่าวทหารจีนต่างออกโรงรายงานอย่างเปิดเผยเกี่ยวกับการใช้สนามบินบ้านเกินร่วมกันของกองทัพจีนและกองทัพลาวภายใต้สองโครงการ คือ “ศูนย์สนับสนุนและฝึกอบรม” และ “สถาบันการบินมิตรภาพ” ถือเป็น “ข่าวใหญ่”!

“นอกจากการฝึกทักษะนักบินของกองทัพลาวแล้ว ยังสามารถดำเนินปฏิบัติการทหารร่วมอีกด้วย สนามบินแห่งนี้จึงมีความสำคัญในฐานะจุดสนับสนุนด้านการบินสมัยใหม่ ถึงขั้นเรียกได้ว่าเป็น ฐานสนับสนุนกองทัพอากาศจีนในต่างประเทศแห่งแรกที่มีลักษณะเป็นรูปธรรม”

แผนที่ตั้งสนามบินบ้านเกินของลาวตั้งอยู่ใจกลางแผ่นดินของคาบสมุทรอินโดจีน อยู่ห่างจากเขตแดนของ เมียนมา ไทย เวียดนาม และกัมพูชา ไม่เกิน 800 กิโลเมตร
จากภาพถ่ายดาวเทียมแสดงให้เห็นว่า บริเวณเขตสนามบินบ้านเกิน มีโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกใหม่ๆผุดขึ้นในบริเวณที่เคยเป็นพื้นที่การเกษตร ได้แก่ รันเวย์ขนาดใหญ่ ลานจอดเครื่องบิน ทางขับคู่ขนานรันเวย์ ตึกอาคารใหม่ๆ และอื่นๆ สำหรับรันเวย์หลักมีความยาว 1,600-2,000 เมตร รอบๆยังมีพื้นที่อีกมากให้ขยายรันเวย์


สนามบินบ้านเกินของลาวตั้งอยู่ใจกลางแผ่นดินของคาบสมุทรอินโดจีน ห่างจากชายแดนไทย (จังหวัดหนองคาย) เพียงราว 50 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากเขตแดนของกลุ่มประเทศอินโดจีน เมียนมา ไทย เวียดนาม และกัมพูชา ไม่เกิน 800 กิโลเมตร ซึ่งเป็นชัยภูมิที่ดีเยี่ยมสำหรับการตั้งฐานสนับสนุน/โลจิสติกส์ในภูมิภาค!

ในกลุ่มอาเซียน 10 ประเทศ แสนยานุภาพทัพอากาศของลาวจัดอยู่ในอันดับท้ายแถวสุดเช่นเดียวกับกัมพูชาและบรูไน ลาวไม่มีเครื่องบินขับไล่แม้แต่ลำเดียวที่สามารถขึ้นบินไปปฏิบัติการสู้รบได้

ในกองทัพอากาศลาวมีเครื่องบินฝึก/โจมตีขนาดเบา K-8 (JL-8) ผลิตในจีน จำนวน 4 ลำ เครื่องบินรุ่นนี้มีอัตราความเร็วที่จัดว่าช้าและไม่มีเรดาร์ติดตั้งบนเครื่อง สามารถติดตั้งระเบิดที่ทิ้งจากอากาศยานแบบทั่วไป รวมถึงจรวดหลายลำกล้อง จึงมีขีดความสามารถในการโจมตีเป้าหมายภาคพื้นดินเพียงระดับพื้นฐานเท่านั้น นอกไปจากนี้ ยังมีเครื่องบินฝึกขั้นสูง/โจมตีขนาดเบา Yak-130 ผลิตในรัสเซียจำนวน 3 ลำ สามารถติดตั้งจรวดและระเบิดทิ้งจากอากาศยานแบบทั่วไป แต่ความสามารถปฏิบัติการก็ยังจำกัดอยู่ที่การป้องกันตนเองในการรบระยะใกล้และการโจมตีเป้าหมายภาคพื้นดินในระดับที่จำกัด

ที่ตั้งฐานทัพเรือเรียมในกัมพูชา
นักติดตามความเคลื่อนไหวการทหารจีนมองอีกว่า ในการฝึกฝนทักษะนักบินของกองทัพอากาศลาว มีความเป็นไปได้ว่าในอนาคตอาจมีเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์รุ่นที่สี่ J-10C ของจีนเข้ามาประจำการที่สนามบินบ้านเกิน และทำให้นักบินลาวมีโอกาสทำความคุ้นเคยกับสมรรถนะของเครื่องบินขับไล่ J-10C ที่สร้างชื่อในศึกปากีสถานและอินเดียเมื่อเดือนพ.ค.ปีที่แล้ว (2025) โดยสามารถสอยร่วงเครื่องบินขับไล่(ผลิตโดยฝรั่งเศส) Rafale ของกองทัพอินเดีย

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จีนได้ใช้รูปแบบความร่วมมือที่เท่าเทียมกับประเทศท้องถิ่นในการสร้างฐานสนับสนุนทางยุทธศาสตร์ เพื่อสนับสนุนภารกิจต่าง ๆ เช่น การคุ้มกันเรือ การส่งกำลังบำรุงให้แก่เรือและอากาศยาน โดยในปี 2017 กองทัพจีนตั้งฐานสนับสนุนทางยุทธศาสตร์แห่งแรกในต่างประเทศที่จิบูตี ซึ่งตั้งอยู่บริเวณทะเลแดง ทวีปแอฟริกา

และเดือน เม.ย. ปีที่แล้ว ก็ตั้งศูนย์สนับสนุนและฝึกอบรมร่วมที่ท่าเรือเรียมในกัมพูชา ทำให้เรือรบผิวน้ำของนาวีจีน เช่น เรือฟริเกต มีฐานสนับสนุนด้านการเติมเสบียง การพักกำลัง และการซ่อมบำรุงในระยะใกล้ ขณะปฏิบัติภารกิจคุ้มกัน การค้นหาและกู้ภัย รวมถึงการช่วยเหลือภัยพิบัติในอ่าวไทย บริเวณตะวันตกเฉียงใต้ของทะเลจีนใต้ และบริเวณปากทางด้านตะวันออกของช่องแคบมะละกา

ฐานสนับสนุนดังกล่าวยังทำให้จีนสามารถติดตามความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์บริเวณช่องแคบมะละกา และสามารถสนับสนุนกองทัพเรือของกองบัญชาการยุทธในภาคใต้ได้อย่างรวดเร็ว ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินทางทะเล หากมีการนำเครื่องบินขับไล่ขนาดกลาง J-10C เข้ามาประจำการที่ลาว เครื่องบินขับไล่จีนรุ่นนี้สามารถปฏิบัติการครอบคลุมพื้นที่ส่วนใหญ่ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ภายในเวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงหลังจากที่ขึ้นบิน

แผนที่แสดงฐานนับสนุนของประเทศอำนาจต่างๆในบริเวณอ่าวเอเดน แสดงถึงการแข่งขันภูมิรัฐศาสตร์อย่างเข้มข้น
นอกจากนี้ในอนาคตหากมีการนำเครื่องบินขับไล่หนัก J-16 เข้ามาประจำการ ด้วยระยะปฏิบัติการรบไกลสุดเกิน 1,500 กิโลเมตร ก็อาจสามารถรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินบริเวณช่องแคบมะละกา ซึ่งเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์สำคัญของการค้าและพลังงานโลก

ในภาวะฉุกเฉิน สนามบินบ้านเกินสามารถเชื่อมโยงกับศูนย์สนับสนุนและฝึกอบรมร่วมที่ท่าเรือเรียมในกัมพูชา เพื่อให้กำลังทางอากาศและทางทะเลสามารถประสานงานและสนับสนุนซึ่งกันและกัน หากเกิดสถานการณ์ทางทหาร ก็จะช่วยเพิ่มความสามารถในการติดตามและควบคุมสถานการณ์ตามเส้นทางเดินเรือรอบๆน่านน้ำ และสร้างหลักประกันด้านความปลอดภัยให้แก่เส้นทางขนส่งพลังงานและการค้าทางทะเลของจีน

เวียดนามนั่งไม่ติด

การตั้งฐานสนับสนุนกองกำลังจีนแห่งใหม่ที่ลาวเป็นการสยายปีกอิทธิพลของกองทัพมังกรเหนือย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และประเทศที่คิดหนักนั่งไม่ติดที่สุดคือ เวียดนาม จากการวิเคราะห์ของ Nguyen Khac Giang นักวิจัยรับเชิญของสถาบันการวิจัยเอเชียตะวันอกเฉียงใต้ Yusof Ishak Institute(ISEAS) ในสิงคโปร์ กล่าวว่า ถ้าการตั้งฐานสนับสนุนกองทัพจีนที่ลาวเป็นไปในระยะยาว ผสมโรงกับกิจกรรมของนาวีจีนที่ท่าเรือเรียมและเขตความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ ก็เป็นเหตุพอที่เวียดนามจะต้องคิดหนัก เนื่องจากพัฒนาฯการฯดังกล่าว เป็นการแผ่อิทธิพลจีนเหนือระเบียงยุทธศาสตร์รอบๆประเทศเวียดนาม ทำให้จีนสามารถสอดส่องและจำกัดพื้นที่การเคลื่อนไหวของเวียดนามในยามเกิดวิกฤต