รัฐบาลเดินหน้าระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ เริ่มคุ้มครองตั้งแต่ 00.00 น. วันที่ 1 ต.ค. 69 ครอบคลุม 30 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ ทั้งอุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว จ่ายเบื้องต้นน้ำท่วม 1 หมื่นบาท วาตภัย-แผ่นดินไหว 5 พันบาท พร้อมจ่ายตามความเสียหายจริงรวมไม่เกิน 1 แสนบาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน กรณีเสียชีวิตรับ 2 ล้านบาท
วันนี้ (1 ต.ค. 69) นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบในหลักการจัดให้มี “ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติ” และให้ภาครัฐดำเนินการจัดซื้อประกันภัยให้แก่ประชาชน ล่าสุดระบบดังกล่าวเริ่มมีผลคุ้มครองกรณีสาธารณภัยตั้งแต่เวลา 00.00 น. วันที่ 1 ต.ค. 69 เป็นต้นไป
ระบบประกันภัยพิบัติแห่งชาติจะให้ความคุ้มครองที่อยู่อาศัยในระดับครัวเรือนจำนวน 30 ล้านครัวเรือน ครอบคลุมทั้งพื้นที่ส่วนภูมิภาคและกรุงเทพมหานคร โดยคุ้มครองภัย 3 ประเภท ได้แก่ อุทกภัย วาตภัย และแผ่นดินไหว เพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิความคุ้มครองและเงินชดเชยอย่างรวดเร็วเมื่อเกิดภัยพิบัติ
สำหรับหลักเกณฑ์การจ่ายค่าสินไหมทดแทน เบื้องต้นกำหนดความคุ้มครองที่อยู่อาศัยกรณี อุทกภัย จ่ายค่าสินไหมส่วนแรกจำนวน 10,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน ส่วนกรณี วาตภัยหรือแผ่นดินไหว จ่ายส่วนแรกจำนวน 5,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน
ทั้งนี้ การจ่ายค่าสินไหมทดแทนจะดำเนินการภายใน 15 วัน และมีการจ่ายเพิ่มเติมตามมูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจริง โดยกำหนดวงเงินค่าสินไหมทดแทนรวมสูงสุด ไม่เกิน 100,000 บาทต่อครั้งต่อหลังคาเรือน
ส่วนความคุ้มครองกรณีเสียชีวิตจากภัยที่อยู่ภายใต้ระบบประกันภัยพิบัติ จะจ่ายเงินผลประโยชน์ รายละ 2,000,000 บาท
นางสาวพลอยทะเลกล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับช่องทางการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนของกรมธรรม์ทั้ง 2 ประเภท จะมีขั้นตอนการแจ้งเคลมสำหรับที่อยู่อาศัย โดยให้ความคุ้มครองเป็นรายหลังคาเรือน และเชื่อมโยงข้อมูลกับกรมการปกครองและกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
เมื่อมีการประกาศภัย ผู้ประสบภัยหรือผู้ได้รับมอบหมายสามารถเตรียมข้อมูลเบื้องต้น ได้แก่ ภาพถ่ายความเสียหาย หลักฐานแสดงกรรมสิทธิ์ และบัญชีพร้อมเพย์ เพื่อใช้ประกอบการรับเงินชดเชย
สำหรับช่องทางการแจ้งเคลมกำหนดไว้ 4 ช่องทาง ได้แก่
เว็บไซต์ www.thainatcat.org
แอปพลิเคชันไลน์ @ThaiNATCAT
ศูนย์บริการลูกค้า โทร. 02-012-5555 จำนวน 300 คู่สาย
จุดรับแจ้งเหตุในพื้นที่เกิดเหตุ
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า จะมีการจัดทำคู่มือและเผยแพร่รายละเอียดเกี่ยวกับหลักเกณฑ์และขั้นตอนการใช้สิทธิให้ประชาชนได้รับทราบต่อไป เพื่อให้ผู้ประสบภัยสามารถเข้าถึงสิทธิและขอรับค่าสินไหมทดแทนได้อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติ

