xs
xsm
sm
md
lg

ด่วน! เขื่อนวชิราลงกรณ์น้ำ 97.96% เหลือรับได้ 2.04% เตือนชาวบ้านริมแควน้อยจับตาน้ำใกล้ชิด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



กาญจนบุรี – กฟผ.เขื่อนวชิราลงกรณ์ รายงานสถานการณ์ภาวะฉุกเฉินกรณีน้ำหลาก ระบุปริมาณน้ำกักเก็บล่าสุดแตะ 97.96% เหลือพื้นที่รองรับน้ำอีกเพียง 2.04% พร้อมขอประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำแควน้อยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขณะที่นายอำเภอด่านมะขามเตี้ยลงพื้นที่สำรวจ พบชาวบ้านได้รับผลกระทบแล้ว 172 หลังคาเรือน รวม 485 คน พื้นที่เกษตรจมน้ำกว่า 3,600 ไร่

วันนี้ (30 ก.ย.) นายสกล อักษรธนาวัฒน์ ผู้อำนวยการเขื่อนวชิราลงกรณ์ รายงานสถานการณ์ภาวะฉุกเฉินกรณีน้ำหลากว่า เมื่อเวลา 24.00 น. วันที่ 29 กันยายน ระดับน้ำเหนือเขื่อนอยู่ที่ 154.53 เมตร รทก. เพิ่มขึ้นจากวันก่อน 0.38 เมตร ขณะที่ระดับน้ำท้ายเขื่อนอยู่ที่ 84.78 เมตร รทก.

ปัจจุบันเขื่อนมีปริมาณน้ำกักเก็บ 8,679.02 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 97.96% ของความจุ เหลือความสามารถในการรับน้ำได้อีก 180.98 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ 2.04% โดยมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่าง 176.51 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ขณะที่ระบายน้ำ 348.37 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที หรือประมาณ 30.10 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน และไม่มีการระบายน้ำผ่านทาง Spillway

กฟผ.ระบุว่า สภาพตัวเขื่อนและอาคารระบายน้ำล้นยังเป็นปกติ โดยการระบายน้ำเมื่อวันที่ 29 กันยายน อยู่ที่ประมาณ 30 ล้านลูกบาศก์เมตร ตามมติคณะทำงานวิเคราะห์สภาพอากาศและคาดการณ์สถานการณ์น้ำ ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เมื่อรวมกับปริมาณน้ำท้ายเขื่อนที่ไหลเพิ่มจากลำน้ำสาขา หรือ Side Flow ซึ่งมีแนวโน้มลดลง คาดว่าจะยังไม่ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำแควน้อยสูงขึ้นกว่าช่วงที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม กฟผ.เขื่อนวชิราลงกรณ์ยังคงติดตามสถานการณ์น้ำและระดับน้ำในแม่น้ำแควน้อยอย่างต่อเนื่อง พร้อมขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำแควน้อยติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และติดตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการเพื่อเตรียมรับมือสถานการณ์ที่อาจเปลี่ยนแปลง

ด้านนายนายวาทิต มาไพศาลสิน นายอำเภอด่านมะขามเตี้ย เปิดเผยว่า ตั้งแต่วันที่ 29 กันยายนที่ผ่านมา ได้บูรณาการกำลังร่วมกับฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ตำรวจ และทหาร ลงพื้นที่ตรวจสอบและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

จากการตรวจสอบพบว่า พื้นที่ ต.กลอนโด และ ต.จรเข้เผือก มีน้ำจากแม่น้ำแควน้อยเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่เกษตรและบ้านเรือนประชาชน ส่วนระดับน้ำแม่น้ำลำภาชีบริเวณสะพานวัดหินแท่นลำภาชีอยู่ที่ประมาณ 3.60 เมตร ขณะที่พื้นที่ ต.หนองไผ่ น้ำที่เคยล้นตลิ่งได้ไหลกลับเข้าสู่แม่น้ำลำภาชีแล้ว ส่วน ต.ด่านมะขามเตี้ย ยังมีบางพื้นที่ถูกน้ำล้นจากแม่น้ำลำภาชี แต่แนวโน้มระดับน้ำลดลงอย่างต่อเนื่อง

เจ้าหน้าที่ได้สนับสนุนเรือเข้าช่วยเหลือ พร้อมระดมกำลังตำรวจและทหารขนย้ายประชาชน สิ่งของ และสัตว์เลี้ยงออกจากพื้นที่น้ำท่วม โดย อบต.กลอนโดจัดพื้นที่อพยพไว้ที่วัดดอนสว่าง และจัดตั้งโรงครัวที่บ้านผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 ต.กลอนโด ซึ่งสามารถอพยพประชาชนที่บ้านถูกน้ำท่วมออกจากพื้นที่เสี่ยงได้ทั้งหมดแล้ว

ล่าสุดวันนี้ (30 ก.ย.) อำเภอด่านมะขามเตี้ยลงพื้นที่สำรวจความเสียหายในเบื้องต้น พบมีบ้านเรือนประชาชนถูกน้ำท่วม 172 หลังคาเรือน มีผู้ได้รับผลกระทบ 485 คน และพื้นที่การเกษตรถูกน้ำท่วมประมาณ 3,661 ไร่ ส่วนมูลค่าความเสียหายยังไม่สามารถประเมินได้ ต้องรอให้ระดับน้ำลดและสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ จึงจะสามารถเข้าพื้นที่สำรวจความเสียหายได้อย่างละเอียด

ทั้งนี้ หากประชาชนในพื้นที่ด่านมะขามเตี้ยต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง