xs
xsm
sm
md
lg

“อาจารย์สิตางศุ์” เป็นใคร?...จากคนพูดเรื่องน้ำ กลายเป็นคนที่การเมืองต้องออกมาขุดประวัติ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ช่วงนี้คนไทยจำนวนไม่น้อย อาจเพิ่งรู้จักชื่อ “อาจารย์สิตางศุ์” ผศ.ดร.สิตางศุ์ พิลัยหล้า นักวิชาการด้านวิศวกรรมทรัพยากรน้ำ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก็ตอนที่เกิดเรื่องน้ำท่วมใหญ่รอบนี้

เพราะอยู่ๆ ก็มีนักวิชาการผู้หญิงคนหนึ่งออกมาพูดเรื่องน้ำแบบตรงไปตรงมา ตั้งแต่การบริหารจัดการน้ำ การเปิด-ปิดประตูระบายน้ำ ไปจนถึงการตั้งคำถามว่า...

เวลาน้ำมา รัฐบาลกำลังแก้ปัญหา หรือกำลัง “แสดงให้ประชาชนเห็นว่ากำลังแก้ปัญหา” คนได้ยิน ได้ฟัง บอกว่า “แซบมาก!”
โดยเฉพาะภาพของ “รัฐมนตรี” ที่ลงไปยืน ก้าวก่าย สั่งการ ปิดประตูระบายน้ำเขื่อนขุนด่านปราการชล ทั้งที่ขณะนั้นน้ำในอ่างมีปริมาณเกือบเต็มความจุ 100 % อยู่แล้ว มันก็เลยกลายเป็นดรามา

บางคนชอบ เพราะรู้สึกว่าในที่สุดก็มีคนออกมาพูดแทนชาวบ้าน...บางคนก็ไม่ชอบ เพราะมองว่าเป็นการวิจารณ์รัฐบาลแรงเกินไป

แต่สิ่งที่น่าสนใจ ไม่ได้อยู่แค่เรื่องน้ำ เพราะเมื่อ “อาจารย์สิตางศุ์” ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การบริหารจัดการน้ำมากขึ้น
ก็เริ่มมีอีกเกมหนึ่งตามมา

คือเกมว่า…“อาจารย์คนนี้เป็นใคร?”

แล้วก็มีการหยิบประวัติการทำงาน มาเชื่อมโยงกับการเมือง...โดยเฉพาะการที่อาจารย์เคยเป็นคณะที่ปรึกษาของ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
จากเรื่อง “ระบบบริหารจัดการน้ำมีปัญหาตรงไหน?” ก็เลยถูกบิดไปเป็นว่า... “แล้วคุณเป็นคนของใคร?”
นี่แหละที่ทำให้โพสต์ล่าสุด ของ“อาจารย์สิตางสุ์” ได้รับความสนใจ และถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก
เพราะเจ้าตัวดูเหมือนจะบอกว่า… โอเค ถ้าอยากรู้ประวัติ ไม่ต้องไปถามใคร เดี๋ยวฉันเล่าให้ฟังเอง!
ว่าแล้ว อาจารย์ก็จัดมาเป็นไทม์ไลน์เลย

ปี 2557 ร่วมทำแผนยุทธศาสตร์น้ำชาติ 20 ปี ในรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ปี 2558 ร่วมร่าง พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ ในฐานะ เลขานุการอนุกรรมาธิการด้านน้ำ โดยมี “อาจารย์ปราโมทย์ ไม้กลัด” เป็นประธาน

ปี 2559 เป็นอนุกรรมาธิการ สนช.

ปี 2560 ถึง 2562 เป็นที่ปรึกษา รมช.เกษตรฯ อดีต รมช.เกษตรฯ “วิวัฒน์ ศัลยกำธร” หรือที่หลายคนเรียกว่า “อาจารย์ยักษ์”

ปี 2562 ก็ไปทำงานกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นคณะทำงานยุทธศาสตร์ ของ “วราวุธ ศิลปอาชา” ... และอาจารย์ก็เล่าแบบตรงๆ ว่า อยู่ได้พักหนึ่งก็ลาออกกันเกือบทั้งคณะ เพราะรู้สึกว่างานไม่เดิน

จากนั้น…ปี 2566 ถึง 2569 ก็เป็นคณะที่ปรึกษาของ “ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า” ในกระทรวงเกษตรฯ

นี่แหละ จุดที่วันนี้ถูกหยิบมาใช้ในการตั้งคำถามว่า “หรือจริงๆ แล้ว อาจารย์สิตางศุ์ เป็นคนของธรรมนัส?”

ถ้าอ่านโพสต์ของเจ้าตัวทั้งหมด สิ่งที่อาจารย์กำลังอธิบาย อาจไม่ได้มีแค่ว่า “ฉันไม่ได้เป็นคนของใคร”

แต่เหมือนกำลังบอกว่า…“ฉันทำงานเรื่องน้ำมานานกว่าที่พวกคุณเพิ่งเห็นหน้าฉันตอนน้ำท่วมเสียอีก”

เพราะในโพสต์ ยังเล่าต่อว่า เคยทำงานในคณะอนุกรรมการ และคณะทำงานด้านน้ำต่อเนื่องมาหลายรัฐบาล

เคยบรรยายให้ทั้งว่าที่ ส.ส. -ส.ส. และสมาชิกของหลายพรรค ทั้งก้าวไกล พรรคประชาชน รวมถึงประชาธิปัตย์ และวันนี้ก็ยังทำงานในฐานะ กรรมาธิการ และที่ปรึกษากรรมาธิการหลายคณะ

ที่สำคัญ…อาจารย์ยืนยันว่า ยังสอนหนังสืออยู่ ทั้งระดับปริญญาตรี โท และเอก

ผศ.ดร.สิตางศุ์ พิลัยหล้า
ดังนั้น ถ้าจะมอง “อาจารย์สิตางศุ์” ในวันนี้ ต้องแยกให้ออกระหว่างสองเรื่อง

เรื่องแรก คือ จุดยืนทางวิชาการและความเห็นเรื่องการบริหารจัดการน้ำ

อีกเรื่อง คือ ประวัติการทำงานกับนักการเมือง และรัฐบาลหลายยุคหลายสมัย

สองเรื่องนี้ ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องเดียวกัน เพราะการที่นักวิชาการคนหนึ่ง เคยทำงานให้รัฐบาลหนึ่ง ไม่ได้แปลโดยอัตโนมัติ ว่า
ทุกครั้งที่เขาออกมาพูด เขาจะต้องพูดแทนรัฐบาลนั้น

และในทางกลับกัน…การที่วันนี้เขาวิจารณ์รัฐบาล ก็ไม่ได้แปลว่าทุกสิ่งที่เขาพูดถูกต้องโดยอัตโนมัติ

สุดท้าย ก็ต้องกลับมาดูที่ ข้อมูลเรื่องน้ำ กันอยู่ดี

เพราะ “อาจารย์สิตางศุ์” อาจไม่ได้เป็น“คนของธรรมนัส” หรือ “คนของใคร” อย่างที่การเมืองพยายามจะติดป้าย แปะหน้าผาก

แต่อาจเป็นนักวิชาการคนหนึ่ง ที่มีประสบการณ์ทำงานกับฝ่ายการเมืองมาหลายยุค หลายรัฐบาล

และเมื่อถึงวันนี้ รัฐบาลชุดปัจจุบัน ไม่ได้แต่งตั้งให้เข้ามาทำงานด้านน้ำ เหมือนในรัฐบาลก่อนๆ

ขณะเดียวกัน เจ้าตัวกลับออกมาวิพากษ์วิจารณ์การจัดการน้ำอย่างหนัก มันจึงเกิดคำถามขึ้นมาสองด้าน

ด้านหนึ่ง ฝ่ายรัฐบาลอาจถามว่า “ทำไมคนที่เคยทำงานกับฝ่ายการเมือง จึงออกมาวิจารณ์เราแรงขนาดนี้?”

แต่อีกด้านหนึ่ง ประชาชน ก็มีสิทธิถามกลับเหมือนกันว่า… “แทนที่จะถามว่าอาจารย์เป็นคนของใคร ลองตอบคำถามเรื่องน้ำที่อาจารย์ตั้งขึ้นมาก่อนได้ไหม?”

เพราะสุดท้ายแล้ว น้ำไม่ได้ไหลตามสีเสื้อ น้ำไม่ได้เลือกพรรค น้ำไม่ได้รู้จักธรรมนัส ไม่รู้จักอนุทิน ไม่รู้จักใครทั้งนั้น
เวลาน้ำเข้าบ้านชาวบ้าน สิ่งที่ชาวบ้านอยากรู้ก็คือ… ใครบริหารน้ำ บริหารอย่างไร ตัดสินใจจากข้อมูลอะไร แล้วถ้าตัดสินใจผิด ใครรับผิดชอบ

ส่วน “อาจารย์สิตางศุ์” เป็นใครนั้น…เจ้าตัวก็เปิด CV ให้ดูกันแล้วครับ และดูเหมือนจะทิ้งท้ายแบบกวนๆ ด้วยว่า

“อยากรู้อะไรมากกว่านี้ ก็ต้องยื่น CV สมัครงานแล้ว”

นี่อาจเป็นสีสันเล็กๆ ของเรื่องน้ำในช่วงนี้ แต่ในอีกมุมหนึ่ง มันสะท้อนการเมืองไทยได้เหมือนกันว่า…

เมื่อคนหนึ่งออกมาวิจารณ์อำนาจ สิ่งที่ถูกถามก่อนข้อมูลของเขา บางครั้งกลับไม่ใช่ “สิ่งที่พูดนั้นจริงหรือไม่?” แต่กลายเป็น…“คุณอยู่ฝ่ายไหน?”

และบางทีนี่แหละ อาจเป็นคำถามที่เราควรจับตาดูให้ดีว่า การถกเถียงเรื่องน้ำ กำลังจะกลายเป็นการถกเถียงเรื่อง “ผลงานและข้อมูล” หรือสุดท้ายจะกลายเป็นเพียงการหาว่า…ใครเป็นพวกใครกันแน่!!