xs
xsm
sm
md
lg

กยศ.เงินไม่พอหมุน ทวงหนี้ได้ลดลง-ขาดสภาพคล่อง ครม.เติมงบกลาง 1.2 พันล้าน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



กยศ. วิกฤตสภาพคล่องหลังทวงหนี้ลดลง เสี่ยงกระทบนักศึกษากว่าแสนรายหลุดระบบ ครม. อัดฉีดงบกลาง 1.2 พันล้านบาทต่อลมหายใจ พยุงโอกาสทางการศึกษา

ปัญหาการเข้าถึงเงินกู้เพื่อการศึกษากลับมาเป็นโจทย์สำคัญ ภายหลังนักเรียนและนักศึกษาจำนวนมากเผชิญข้อจำกัดในการกู้ยืมจนเสี่ยงต้องหลุดออกจากระบบ ขณะที่ กยศ. เองมีข้อจำกัดด้านสภาพคล่องจากเงินหมุนเวียนที่ไม่เพียงพอสำหรับรองรับการปล่อยกู้เนื่องจากไม่มีศักยภาพมากพอในการติดตามทวงหนี้ ทำให้รัฐบาลต้องเข้ามาเติมงบประมาณเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้ปัญหาทางการเงินของกองทุนส่งผลต่อโอกาสทางการศึกษาของผู้เรียน โดยการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 29 กันยายน อนุมัติงบกลางกว่า 1.2 พันล้านบาทให้ กยศ. นำไปใช้สนับสนุนการกู้ยืมต่อเนื่อง

ทั้งนี้ งบประมาณที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบเป็นเงินจำนวน 1,206,477,900 บาท สำหรับที่มาของการขอใช้งบกลางครั้งนี้ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กยศ. ได้รับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีจำนวน 5,100 ล้านบาท ซึ่งไม่เพียงพอตามกรอบความต้องการของกองทุน เมื่อประเมินกระแสเงินสดจึงพบความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะขาดสภาพคล่อง และอาจมีเงินสดไม่เพียงพอสำหรับโอนจ่ายให้แก่นักเรียนและนักศึกษาผู้กู้ยืมจำนวน 141,838 ราย โดยการจัดสรรงบกลางครั้งนี้จึงมีความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อรักษาสภาพคล่องให้ กยศ. มีเงินหมุนเวียนเพียงพอสำหรับโอนจ่ายค่าใช้จ่ายต่าง ๆ จนสิ้นปีการศึกษา 2569 และป้องกันไม่ให้นักเรียน นักศึกษา รวมถึงผู้ปกครองได้รับผลกระทบจากการขาดเงินสนับสนุนด้านการศึกษา จนอาจนำไปสู่การหลุดออกจากระบบการศึกษา

สำหรับปีการศึกษา 2569 กยศ. ประมาณการกรอบการให้กู้ยืมสำหรับนักเรียนและนักศึกษาทั้งผู้กู้รายใหม่และผู้กู้รายเก่าที่กู้ต่อเนื่อง จำนวน 775,629 ราย วงเงินประมาณ 47,706.0876 ล้านบาท โดยข้อมูล ณ เดือนสิงหาคม 2569 มีผู้ได้รับการให้กู้ยืมแล้ว 577,523 ราย คิดเป็น 74.45% ของกรอบจำนวนผู้กู้ วงเงินกู้ยืม 35,083.5926 ล้านบาท หรือ 73.54% ของกรอบวงเงินทั้งหมด

ด้านสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) เห็นชอบการจัดสรรงบกลางดังกล่าว โดยเห็นว่าจะช่วยลดความเสี่ยงด้านสภาพคล่องของ กยศ. และทำให้นักเรียนและนักศึกษามีเงินสำหรับศึกษาต่อได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม สภาพัฒน์ได้ตั้งข้อสังเกตถึงปัญหาในระยะยาว โดยระบุว่า กยศ. เป็นกองทุนหมุนเวียน แต่พบว่าแนวโน้มการชำระหนี้คืนกองทุนเริ่มปรับตัวลดลงตั้งแต่ปี 2565 เป็นต้นมา ซึ่งอาจส่งผลต่อความสามารถในการนำเงินกลับมาหมุนเวียนเพื่อรองรับการให้กู้ยืมในอนาคต ดังนั้น เสนอให้ กยศ. พิจารณามาตรการเร่งรัดการชำระหนี้ โดยจัดกลุ่มผู้กู้ตามระดับรายได้ และกำหนดเงื่อนไขการผ่อนชำระให้เหมาะสมกับความสามารถในการชำระหนี้ของแต่ละกลุ่ม เพื่อช่วยลดการเกิดหนี้เสียและแก้ไขปัญหาสภาพคล่องของกองทุนในระยะยาว