'ยศชนัน' ส่งโดรนลุยน้ำท่วม โชว์วิสัยทัศน์ผู้นำรุ่นใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีแก้ปัญหา เกิดภาพเปรียบเทียบชัดกับการทำงานของ 'อนุทิน' ที่ถูกมองว่ายังคงใช้วิธีการแบบเดิม
ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมที่กำลังทดสอบประสิทธิภาพของภาครัฐ ปรากฎว่า 'วิธีการเข้าถึงประชาชน' กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งภาพที่ถูกจับตามองในทางการเมือง เมื่อภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยไม่ได้มีเพียงการลงพื้นที่ของฝ่ายบริหาร แต่เริ่มเห็นการนำเทคโนโลยีเข้ามาเป็นเครื่องมือแก้ปัญหาในจุดที่ระบบปกติเข้าไม่ถึง
กรณีน่าสนใจเกิดขึ้นกับ 'ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์' รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ภายหลังได้นำ 'โดรนกู้ภัย' ลำเลียงอาหารและสิ่งของจำเป็นเข้าสู่พื้นที่น้ำท่วม ซึ่งไม่ได้ถูกมองเพียงในมิติของการช่วยเหลือผู้ประสบภัย แต่เริ่มถูกนำไปเปรียบเทียบกับภาพการทำงานของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และทำให้เห็นความแตกต่างของวิธีคิดในการบริหารจัดการปัญหาอย่างชัดเจนขึ้น
จุดเริ่มต้นของภารกิจอยู่ที่เคหะชุมชนร่มเกล้า เขตลาดกระบัง ซึ่งมีประชากรจำนวนมากและบางพื้นที่ถูกน้ำท่วมสูง โดยเฉพาะพื้นที่ที่ถูกเรียกว่า 'ไข่แดง' ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปในชุมชน การนำเรือเข้าไปช่วยเหลือทำได้ยากจากข้อจำกัดของแนวรั้วและสิ่งกีดขวางต่างๆ ทำให้การลำเลียงอาหารและสิ่งของจำเป็นเข้าไปถึงประชาชนกลายเป็นโจทย์เฉพาะหน้าที่ต้องหาวิธีใหม่
ด้วยเหตุนี้อาจารย์เชนจึงประสานมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ, สมาคมอุตสาหกรรมเพื่อการป้องกันประเทศ, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมถึงทีมกู้ภัย นำเทคโนโลยีอากาศยานไร้คนขับเข้ามาสนับสนุนภารกิจ โดยระดมโดรนทั้งหมด 6 ลำ แบ่งเป็นโดรนขนาดเล็กสำหรับสำรวจและประเมินสถานการณ์ 4 ลำ และโดรนขนาดใหญ่สำหรับขนส่งอาหารและถุงยังชีพอีก 2 ลำ ซึ่งสามารถยกน้ำหนักได้สูงสุดประมาณ 80 กิโลกรัม
ภาพที่เกิดขึ้นจึงแตกต่างจากการช่วยเหลือในรูปแบบเดิมอย่างเห็นได้ชัด เมื่อเรือไม่สามารถเข้าไปถึงประชาชน เครื่องมือจึงต้องเปลี่ยนจากการพาคนเข้าไปหา มาเป็นการส่งความช่วยเหลือเข้าไปหาประชาชนแทน โดยอาศัยเทคโนโลยีเป็นตัวเชื่อมระหว่างพื้นที่ปฏิบัติการกับประชาชนที่ถูกตัดขาด ทั้งนี้ ภารกิจดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นโดยลำพัง แต่เป็นการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน มีทั้งครัวกลาง การขนส่งทางรถ และทีมกู้ภัยทำงานประกอบกัน ขณะที่โดรนถูกนำมาใช้เฉพาะในส่วนที่เครื่องมือภาคพื้นดินมีข้อจำกัด
ในทางกลับกันหากมองภาพการทำงานของนายอนุทิน จะเห็นบทบาทของนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้บัญชาการฝ่ายบริหารที่ลงพื้นที่ ติดตามสถานการณ์ สั่งการหน่วยงาน และกำชับให้การช่วยเหลือประชาชนเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ดังนั้น เมื่อภาพของนายกรัฐมนตรีกับภาพของรองนายกรัฐมนตรีปรากฏในสถานการณ์เดียวกัน จึงเกิดการเปรียบเทียบขึ้นในเรื่องวิธีทำงาน
ภาพหนึ่งคือผู้นำรัฐบาลที่ลงไปอยู่ในพื้นที่และใช้กลไกรัฐที่มีอยู่เพื่อบริหารสถานการณ์ อีกภาพคือการนำเครื่องมือใหม่เข้ามาเติมช่องว่างของระบบเดิม
แม้ว่าความแตกต่างกันในวิธีการทำงาน จะมีวัตถุประสงค์เดียวกัน คือ การช่วยเหลือประชาชน แต่ในทางการเมืองก็ทำให้อดเปรียบเทียบวิธีคิดและวิธีการทำงานของนายกฯและรองนายกฯไม่ได้ โดยภาพของการทำงานย่อมมีความหมายมากกว่าการปฏิบัติภารกิจเพียงอย่างเดียว โดยเฉพาะในช่วงที่รัฐบาลกำลังถูกจับตามองเรื่องประสิทธิภาพการบริหารประเทศ และการสื่อสารกับประชาชน ทุกกิจกรรมที่สามารถแสดงให้เห็นถึงการแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมจึงมีโอกาสถูกนำไปตีความในมิติทางการเมือง
ในมุมนี้ โดรนจึงอาจเป็นมากกว่าอุปกรณ์กู้ภัย แต่กลายเป็น “ภาพแทน” ของแนวทางการทำงานของยศชนัน หากสามารถต่อยอดไปสู่ระบบเตือนภัย การใช้ข้อมูล การบริหารจัดการน้ำ และเทคโนโลยีเพื่อรับมือภัยพิบัติได้อย่างต่อเนื่อง ก็จะทำให้บทบาทของรองนายกรัฐมนตรีรายนี้มีความชัดเจนมากขึ้นว่า
ไม่ได้มีเพียงตำแหน่งในรัฐบาล แต่มีพื้นที่นโยบายที่ประชาชนสามารถมองเห็นและจับต้องได้ ต่างจากอนุทิน และคนจากพรรคภูมิใจไทยที่ไม่ว่าจะไปไหน มีแต่เสียงก่นด่าสาปแช่งตามหลัง

