xs
xsm
sm
md
lg

เหมืองแร่แก่งกระจาน EP.2 แกะรอยทุนเหมือง จาก 'เขาย้อย' ถึง 'แก่งกระจาน' วีรกรรมที่(ไม่)ต้องพิสูจน์"

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



แกะรอยทุนเหมืองแร่แก่งกระจาน EP.2 แฉเครือข่ายนายทุนโรงโม่เขาย้อย ที่ถูกชาวบ้านเตรียมฟ้องศาลปกครองปมมลพิษ รัฐจะปล่อยให้ทุนกลุ่มนี้ระเบิดหินประชิดมรดกโลกหรือไม่?

เปิดโครงข่ายทุนแฝด: แฉจิ๊กซอว์กลุ่มทุน "วินัย วัฒนากร" ตั้ง 2 บริษัทในช่วงกลางปี 2565 โดยให้ "ว.พันเลิศศิลา" คุมโรงโม่ที่อำเภอเขาย้อย และให้ "แก่งกระจานไมน์นิ่ง" เตรียมทำเหมืองต้นน้ำที่อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี

วีรกรรมสีฝุ่นที่เขาย้อย: พื้นที่เขาย้อยต้องเผชิญวิกฤตสิ่งแวดล้อมเรื้อรังยาวนานกว่า 20 ปี ทั้งฝุ่นควันทำลายปอด บ้านร้าว น้ำปนเปื้อน และยังมีปัญหาการปิดกั้นทางสาธารณะชุมชนจนชาวบ้านต้องร้อง ป.ป.ช.

นิติสงคราม: ชาวเขาย้อยหมดความอดทน หอบหลักฐานทับซ้อน "ลุ่มน้ำชั้น 1 บี" ร้องกรรมาธิการรัฐสภา พร้อมร้องสภาทนายความ จ่อฟ้องศาลปกครอง เพื่อถอนรากถอนโคนใบอนุญาตเหมืองและโรงโม่

คำถามถึงธรรมาภิบาล: กลุ่มทุนที่กำลังถูกชาวบ้านเขาย้อยขับไล่และจ่อถูกฟ้องศาลปกครอง มีความชอบธรรมแค่ไหนที่จะมาเปิดเหมืองแห่งใหม่ประชิดแนวป่ามรดกโลกแก่งกระจาน?

ลอกคราบทุนเหมืองแร่ ยุทธการยึด"ต้นน้ำยันปลายน้ำ"

ในการต่อสู้คัดค้านโครงการขนาดใหญ่ สิ่งสำคัญที่สุดของชุมชนคือการรู้เท่าทันว่ากำลังสู้กับใคร โครงการขอประทานบัตรทำเหมืองแร่โดโลไมต์ในพื้นที่ตำบลสองพี่น้อง อำเภอแก่งกระจาน ภายใต้ชื่อ "บริษัท แก่งกระจานไมน์นิ่ง จำกัด" นั้น ไม่ใช่การลงทุนแบบเอกเทศที่เพิ่งเกิดขึ้น แต่เมื่อสืบค้นโครงข่ายธุรกิจลึกลงไป จะพบการวางหมากอย่างเป็นระบบของกลุ่มทุนเดียวกัน ที่ขยายอิทธิพลจากอำเภอเขาย้อยลามมาถึงอำเภอแก่งกระจาน


ข้อมูลการจดทะเบียนนิติบุคคลคือใบเสร็จที่เผยให้เห็นโครงข่ายนี้ เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2565 มีการจดทะเบียนจัดตั้ง "บริษัท ว.พันเลิศศิลา จำกัด" ด้วยทุนจดทะเบียน 3 ล้านบาท เพื่อประกอบกิจการค้าหินย่อยและทำโรงโม่หิน โดยมีที่ตั้งอยู่ที่หมู่ 2 ตำบลสระพัง อำเภอเขาย้อย มีนายวินัย วัฒนากร เป็นผู้ลงนามขออนุญาตประกอบกิจการ

คล้อยหลังเพียง 2 เดือน ในวันที่ 7 กรกฎาคม 2565 "บริษัท แก่งกระจานไมน์นิ่ง จำกัด" ก็ถูกจัดตั้งขึ้นด้วยทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท โดยมีนายวินัย วัฒนากร นั่งเก้าอี้กรรมการผู้จัดการเช่นเดียวกัน เพื่อยื่นขอประทานบัตรทำเหมืองแร่โดโลไมต์ เนื้อที่ประมาณ 250 ไร่ ในหมู่ 4 และหมู่ 8 ตำบลสองพี่น้อง อำเภอแก่งกระจาน

นี่ไม่ใช่ความบังเอิญ แต่คือการวางโครงข่ายธุรกิจแร่ธาตุอย่างแยบยลและครบวงจร โดยปักหมุดโรงโม่คัดแยกขนาดหิน (อุตสาหกรรมปลายน้ำ) ไว้ที่อำเภอเขาย้อย และพยายามขยายฐานเพื่อขอสัมปทานระเบิดภูเขา (อุตสาหกรรมต้นน้ำ) ที่อำเภอแก่งกระจาน

ฝันร้ายที่เขาย้อย

หากอยากรู้ว่าชะตากรรมของแก่งกระจานจะเป็นอย่างไร ให้หันไปดูวิบากกรรมที่ชาวบ้านอำเภอเขาย้อยต้องเผชิญ พื้นที่เขาย้อย โดยเฉพาะบริเวณเขาอีบิดและตำบลใกล้เคียง ถือเป็นสมรภูมิความขัดแย้งเรื่องเหมืองหินเรื้อรังมานานกว่า 20 ปี
เมื่อบริษัท ว.พันเลิศศิลา เข้ามาขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงโม่หินในตำบลสระพัง ชาวบ้านจึงลุกฮือต่อต้านทันที เพราะบทเรียนจากเหมืองเก่าในพื้นที่ได้สร้างบาดแผลไว้ลึกเกินเยียวยา ชุมชนต้องเผชิญกับ 4 มลพิษสะสม ทั้งฝุ่นละอองขนาดเล็กที่ทำลายระบบทางเดินหายใจ เสียงระเบิดและแรงสั่นสะเทือนที่ทำให้โครงสร้างบ้านร้าว รถบรรทุกหนักที่ทำลายถนนและสร้างอุบัติเหตุ ไปจนถึงการสูบน้ำปริมาณมหาศาลที่เสี่ยงทำให้น้ำใต้ดินปนเปื้อน

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีข้อพิพาทรุนแรงเรื่องการปิดกั้นทางสัญจรสาธารณะ จนชาวบ้านทนไม่ไหวต้องเข้าร้องเรียนต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้มาตรวจสอบพฤติกรรมการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐในพื้นที่

จากคราบน้ำตา สู่ "นิติสงคราม"

ความทุกข์ที่ถูกหน่วยงานรัฐและกลุ่มทุนเพิกเฉย ทำให้ชาวเขาย้อยตัดสินใจยกระดับการต่อสู้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ตัวแทนชาวบ้านหมู่ 4 ตำบลหนองชุมพลเหนือ อำเภอเขาย้อย ได้เดินทางไปร้องขอความช่วยเหลือจากสภาทนายความฯ ขณะนี้คณะทำงานฝ่ายคดีสิ่งแวดล้อมกำลังอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อเตรียมยื่นฟ้องต่อ "ศาลปกครอง" โดยมีเป้าหมายสูงสุดคือการเพิกถอนใบอนุญาตเหมืองแร่และโรงโม่หินที่ออกโดยมิชอบ พร้อมฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนทางสุขภาพ

นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2568 ชาวบ้านยังได้ไปยื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร เพื่อแสดงให้เห็นหลักฐานชิ้นสำคัญว่า พื้นที่ประทานบัตรบางส่วนในเขาอีบิด ไปตั้งทับซ้อนอยู่ใน "พื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ 1 บี" ซึ่งกฎหมายสิ่งแวดล้อมมีข้อจำกัดห้ามไว้อย่างเด็ดขาด

การลุกฮือและนิติสงครามที่เข้มข้นของชาวเขาย้อยในช่วงปี 2568-2569 ส่งผลสะเทือนโดยตรง ทำให้โครงการขยายโรงโม่ใหม่ของกลุ่มทุน ว.พันเลิศศิลา ในตำบลสระพัง ต้องหยุดชะงักและถูกจับตาจากกระแสสังคม

หายนะที่กำลังย้ายฐาน?

เมื่อโครงการที่อำเภอเขาย้อยถูกชาวบ้านต่อต้านอย่างดุเดือดจนเดินหน้าต่อลำบาก กลุ่มทุนเดียวกันนี้จึงหันมาเร่งเครื่องเต็มสูบที่อำเภอแก่งกระจาน

คำถามที่กระทรวงอุตสาหกรรมต้องตอบคือในเมื่อกลุ่มทุนนี้มีส่วนพัวพันกับปัญหาใหญ่หลวงเขาย้อย จนชาวบ้านต้องร้อง ป.ป.ช. ร้องกรรมาธิการสภาฯ และจ่อโดนฟ้องศาลปกครอง แล้วจะเอาความชอบธรรมและหลักธรรมาภิบาลข้อไหน มาการันตีให้กลุ่มทุนเข้าไปเปิดเหมืองระเบิดหินประชิดเขตกันชนมรดกโลกแก่งกระจาน?

เมื่อหน้ากากของกลุ่มทุนถูกกระชากออก ก็ถึงเวลาเจาะลึกความพินาศที่อาจจะเกิดขึ้นกับผืนป่ามรดกโลก... โปรดติดตาม EP.3 เสี่ยงหลุดมรดกโลก? เมื่อเสียงระเบิดหินท้าทาย ยูเนสโก".