ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ในวันจันทร์(28ก.ย.) ปฏิเสธรายงานข่าวที่ว่าเขาร้องขอให้ สี จิ้นผิง ผู้นำจีน ซื้ออาวุธของอเมริกา ความเคลื่อนไหวออกมาตอบโต้คำกล่าวอ้างของเอกอัครราชทูตของเขาเอง
ก่อนหน้านี้ เดวิด เพอร์ดิว เอกอัครราชทูตสหรัฐฯประจำประเทศจีน ให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์นิวส์ในวันอาทิตย์(27ก.ย.) ว่า ทรัมป์ ได้ยื่นข้อเสนอสุดพิเศษที่จะขายอาวุธให้กับมหาอำนาจคู่แข่ง
"ผมไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเลย ผมคงต้องไปสอบถามเขาแล้วล่ะ" ทรัมป์บอกกับพวกผู้สื่อข่าวในห้องทำงานรูปไข่ของทำเนียบขาว เมื่อถูกถามเกี่ยวกับความเห็นของเพอร์ดิว "บางทีพวกเขาอยากจะซื้อมัน เพราะว่าเราผลิตอาวุธยุทโธปกรณ์ได้ดีกว่าพวกเขามาก ดังนั้น มันอาจเป็นความคิดที่ดี แต่เราไม่ได้พูดคุยหารือกัน"
เพอร์ดิว อ้างว่า ทรัมป์ ยื่นข้อเสนอดังกล่าวระหว่างที่ สี เดินทางเยือนทำเนียบขาวแบบรัฐพิธีเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ในการขานรับความกังวลของจีนที่มีต่อกรณีที่สหรัฐฯขายอาวุธแก่ไต้หวัน
"ประธานาธิบดีทรัมป์ยังคงกล่าวอยู่เสมอว่า เราก็ขายอาวุธให้กับประเทศอื่นๆทั่วโลก เขาเอ่ยปากถามประธานาธิบดีสีด้วยซ้ำว่า อยากซื้ออาวุธบ้างไหม ณ ช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง" เพอร์ดิวกล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์กับฟ็อกซ์นิวส์
"มีการหารือกันอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับการขายรายการอื่นๆ ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์และประธานาธิบดีสีต่างก็หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดคุยกันทุกครั้งที่พบปะกัน" เพอร์ดิว กล่าว พร้อมเสริมว่าจุดยืนของสหรัฐฯ นั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแต่อย่างใด
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯรายหนึ่งบอกกับเอเอฟพีว่า "รัฐบาลสหรัฐฯไม่มีแผนขายอาวุธให้จีน" เมื่อถูกถามเกี่ยวกับความเห็นของเพอร์ดิว
กรณีที่สหรัฐฯขายอาวุธให้แก้ไต้หวัน เกาะปกครองตนเองที่จีนกล่าวอ้างเป็นส่วนหนึ่งของดินแดนและขู่ใช้กำลังเข้ายึด เป็นประเด็นยุ่งยากซับซ้อนระหว่างวอชิงตันกับปักกิ่งมาช้านาน ขณะที่อเมริกาถูกบังคับตามกฎหมายให้จัดหาอาวุธป้องกันตนเองแก่ไทเป
กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯระบุในถ้อยแถลงที่ส่งถึงนิวยอร์กไทมส์ ระบุว่ากฎหมายของอเมริกาห้ามขายอาวุธแก่จีน และไม่มีการเสนอหรือแผนขายอาวุธแก่ปักกิ่ง
ส่วนกระทรวงการต่างประเทศจีนไม่ได้ตอบคำถามโดยตรง เมื่อถูกสอบถามขอความคิดเห็นในวันจันทร์(28ก.ย.) แต่บอกว่า "จีนได้เสริมสร้างขีดความสามารถด้านการป้องกันประเทศตามความจำเป็นมาโดยตลอด และยังคงมุ่งมั่นที่จะรักษาไว้ซึ่งสันติภาพและเสถียรภาพของโลก"
ทรัมป์ยังคงรักษาท่าทีที่มีความคลุมเครือเชิงยุทธศาสตร์ในประเด็นไต้หวัน ปฏิเสธพูดอย่างชัดเจนว่าสหรัฐฯจะเข้าไปช่วยเหลือไทเปหรือไม่ในกรณีที่ถูกจีนรุกราน แต่ขณะเดียวกันก็ยังคงเดินหน้าขายอาวุธให้แก่เกาะแห่งนี้
ทางการปักกิ่งเตือนไต้หวันเมื่อเดือนมิถุนายนว่า การแสวงหาเอกราช "โดยอาศัยสหรัฐฯ หรือด้วยวิธีการทางทหารนั้น เป็นหนทางที่นำไปสู่ทางตัน"
รัฐบาลทรัมป์อนุมัติแพ็คเกจขายอาวุธแก่ไต้หวันมูลค่า 11,000 ล้านดอลลาร์ในเดือนธันวาคม ซึ่งทางเพอร์ดิวบอกว่ามันเป็นขายอาวุธแก่ไต้หวันล็อตใหญ่ที่สุด มากกว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯคนไหนๆนับตั้งแต่ปี 1979 ส่วนอีกแพ็คเกจมูลค่า 14,000 ล้านดอลลาร์ ถูกชะลอมานานหลายเดือนแล้ว โดยที่ ทรัมป์ ให้คำจำกัดความมันว่าเป็น "เบี้ยต่อรองที่ดีมากๆ" กับจีน ก่อให้เกิดความกังวลว่าความมั่นคงของไต้หวันอาจถูกนำไปเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน
เอกอัครราชทูตเพอร์ดิวไม่ได้ระบุว่า ทรัมป์ หยิบยกความคิดดังกล่าวขึ้นมาพูดคุยกับ สี เมื่อไหร่ และมีอาวุธใดบ้างที่อยู่ในการพูดคุยหารือ รวมถึง สี มีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างไรต่อข้อเสนอของทรัมป์ ทั้งนี้ผู้นำทั้ง 2 พบกันมาแล้ว 2 รอบในปีนี้ หนแรกมีขึ้นในกรุงปักกิ่ง เดือนกฤษภาคม และหนล่าสุด สี เดินทางเยือนกรุงวอชิงตันแบบรัฐพิธีเป็นเวลา 3 วัน ในสัปดาห์ที่แล้ว
(ที่มา:เอเอฟพี)

