xs
xsm
sm
md
lg

ชลประทานที่ 9 เผย น้ำสถานการณ์นำตะวันออก ปราจีนหนักรับมวลน้ำสระแก้ว จันทบุรีห่วงเขา 15 ชั้น ตราดยังเอาอยู่

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ศูนย์ข่าวศรีราชา - สถานการณ์น้ำภาคตะวันออกเปลี่ยนเร็ว หลังฝนตกหนักต่อเนื่องช่วง 24–27 ก.ย. ส่งผลให้หลายพื้นที่จากเดิมมีน้ำน้อยกลายเป็นมีน้ำมาก โดยเฉพาะปราจีนบุรีที่ต้องรับมวลน้ำจากสระแก้ว ขณะที่น้ำในสระแก้วเริ่มลดลงแล้ว แต่ไหลมาสมทบที่กบินทร์บุรี จนระดับน้ำล้นตลิ่งสูงกว่าระดับน้ำท่วมสูงสุดปี 2556 ราว 50 เซนติเมตร ด้านชลบุรี-ระยองมีน้ำในอ่างเพิ่มขึ้นจนเพียงพอรองรับการใช้น้ำในพื้นที่ EEC ส่วนจันทบุรียังหนักบริเวณเขา 15 ชั้น

วันนี้ (28 ก.ย. 69) นายเกรียงศักดิ์ พุ่มนาค รองผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 9 เปิดเผยถึงสถานการณ์น้ำภาคตะวันออก หลังเกิดหย่อมความกดอากาศต่ำและฝนตกหนักในภาคตะวันออกตั้งแต่วันที่ 24–27 ก.ย. ทำให้สถานการณ์น้ำเปลี่ยนจากภาวะปริมาณน้ำน้อยเป็นมีปริมาณน้ำมาก หลายพื้นที่มีน้ำเกินศักยภาพของคลองที่จะรองรับได้ กรมชลประทานจึงต้องใช้อ่างเก็บน้ำที่มีอยู่หน่วงและชะลอน้ำ เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ

ปราจีนบุรีรับมวลน้ำสระแก้ว กบินทร์บุรีล้นตลิ่ง

พื้นที่ที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดขณะนี้คือ จ.ปราจีนบุรี ซึ่งต้องรับมวลน้ำจากคลองพระพรหม จ.สระแก้ว โดยสถานการณ์ในสระแก้วเริ่มลดลงแล้ว ขณะที่อ่างเก็บน้ำคลองพระสะทึงรับน้ำไว้ แต่ด้วยปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างจำนวนมากเมื่อเทียบกับความจุ จึงจำเป็นต้องทยอยระบายบางส่วนลงพื้นที่ด้านล่าง

มวลน้ำจากพื้นที่ต่าง ๆ จะไหลมารวมกันที่ อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี รวมถึงน้ำจากฝั่งเขาใหญ่บริเวณอ่างเก็บน้ำนฤบดินทรจินดา ซึ่งขณะนี้มีน้ำกว่า 260 ล้านลูกบาศก์เมตร จากความจุประมาณ 295 ล้านลูกบาศก์เมตร และยังเก็บกักน้ำไว้เพื่อหน่วงมวลน้ำ

นายเกรียงศักดิ์กล่าวว่า ปัจจุบัน อ.กบินทร์บุรี มีน้ำล้นตลิ่งแล้ว และระดับน้ำสูงกว่าระดับที่เคยเกิดน้ำท่วมสูงสุดในปี 2556 ประมาณ 50 เซนติเมตร กรมชลประทานจึงเร่งผันน้ำออกทางด้านซ้ายและขวา ทั้งบริเวณทุ่งท่าแหและคลองบางพลวง ผ่านประตูระบายน้ำหาดยาง เพื่อระบายลงแม่น้ำบางปะกงและลดผลกระทบที่จะไหลผ่านพื้นที่ตัวเมืองปราจีนบุรี

ข้อมูลกรมชลประทานก่อนหน้านี้ก็ระบุว่า ยังต้องเฝ้าระวังมวลน้ำจากแควหนุมานและใสน้อย-ใสใหญ่ ซึ่งจะไหลมารวมกับน้ำจากคลองพระปรง ก่อนมุ่งหน้าเข้าสู่พื้นที่ อ.เมืองปราจีนบุรี โดยมีการเร่งระบายน้ำผ่านประตูระบายน้ำหาดยางและติดตั้งเครื่องผลักดันน้ำในจุดสำคัญเพื่อลดผลกระทบในพื้นที่ชุมชนเมือง

นครนายกทยอยระบาย-ชลบุรี ระยอง น้ำเพิ่มรับ EEC

ส่วน จ.นครนายก กรมชลประทานใช้เขื่อนขุนด่านปราการชลเป็นพื้นที่หน่วงและชะลอน้ำจากเขาใหญ่ แต่ขณะนี้น้ำเต็มศักยภาพการกักเก็บ จึงจำเป็นต้องทยอยระบายน้ำออก โดยบริหารจังหวะการระบายให้สอดคล้องกับสถานการณ์พื้นที่ท้ายน้ำ ขณะที่ยังมีน้ำจากพื้นที่ต้นน้ำไหลลงอ่างอย่างต่อเนื่อง

สำหรับ จ.ชลบุรี และ จ.ระยอง แม้ก่อนหน้านี้มีปริมาณน้ำน้อย แต่ฝนที่ตกหนักในช่วงที่ผ่านมาได้ช่วยเติมน้ำในอ่างเก็บน้ำ โดยเฉพาะอ่างคลองหลวงรัชชโลธรของชลบุรี รวมถึงอ่างประแสร์ อ่างดอกกราย อ่างหนองปลาไหล และอ่างคลองใหญ่ใน จ.ระยอง ทำให้มีน้ำสำรองเพิ่มขึ้นสำหรับการใช้น้ำในพื้นที่ EEC อย่างไรก็ตาม พื้นที่ท้ายน้ำอย่างพนัสนิคมและพานทอง รวมถึงพื้นที่ปลวกแดงและพื้นที่ท้ายอ่างในระยอง ยังต้องติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

จันทบุรีห่วงเขา 15 ชั้น น้ำทะลักท่วมหลายอำเภอ

ขณะที่ จ.จันทบุรี ยังมีสถานการณ์หนักบริเวณเขา 15 ชั้น ซึ่งมีมวลน้ำไหลลงสู่พื้นที่ลุ่มน้ำคลองโตนด โดยกรมชลประทานใช้อ่างเก็บน้ำที่มีอยู่เดิม ทั้งอ่างประแกด อ่างทวายใหญ่ และระบบคลองหางแมว ช่วยหน่วงและเก็บกักน้ำ

นายเกรียงศักดิ์ระบุว่า มวลน้ำจากพื้นที่เขา 15 ชั้นไหลลงมาท่วมพื้นที่ตั้งแต่ อ.แก่งหางแมว อ.ท่าใหม่ และ อ.นายายอาม โดยหากมีอ่างเก็บน้ำเพิ่มเติมในพื้นที่ ก็จะสามารถช่วยหน่วงมวลน้ำและลดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำได้มากขึ้น ทั้งนี้ กรมชลประทานยังคงบริหารน้ำจากอ่างที่มีอยู่และเร่งระบายน้ำออกสู่ทะเล

ด้าน จ.ตราด สถานการณ์ยังอยู่ในระดับที่สามารถบริหารจัดการได้ โดยอ่างเก็บน้ำสามารถเก็บกักน้ำได้เต็มตามศักยภาพ และมีการบริหารจัดการการระบายน้ำอย่างต่อเนื่อง ทำให้ขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบรุนแรงต่อพื้นที่ตัวเมือง

ทั้งนี้ กรมชลประทานยังคงติดตามสถานการณ์ฝนและปริมาณน้ำในภาคตะวันออกอย่างใกล้ชิด เนื่องจากกรมอุตุนิยมวิทยายังเตือนภาคตะวันออกมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งและฝนตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง และน้ำป่าไหลหลากได้ จึงขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงติดตามประกาศจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง