"ชัชชาติ" รับระบายน้ำคลองประเวศบุรีรมย์ยากสุด เหตุคดเคี้ยว คาดใช้เวลา 7 วันนำน้ำออกจากชุมชน ประเมินไม่ได้เกิดน้ำท่วมซ้ำอีกหรือไม่แต่ต้องรับมือให้ดีที่สุด มองโครงสร้างพื้นฐานอุโมงค์ระบายน้ำเป็นเรื่องสำคัญ
เวลา 12.35 น. วันนี้ (28 กันยายน 69) นายชัชชาติ สิทธิพันธ์ุ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวภายหลังการเข้าร่วมประชุมศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมในสถานการณ์อุทกภัย ประจำวันที่ 28 กันยายน 2569 ถึงสถานการณ์น้ำโดยเฉพาะในพื้นที่ลาดกระบังที่ยังคงวิกฤตอยู่ ว่า เมื่อคืนมีฝนตกลงมาเติม 60 มิลลิเมตรทางด้านตะวันออกตั้งแต่มีนบุรีลงมาลาดกระบัง ซึ่งถือว่าน้อยกว่าช่วงที่ผ่านมามาก เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาฝนตกลงมา 200 มิลลิเมตร เมื่อสักครู่กรมอุตุนิยมวิทยาอธิบายว่า 3 วันหลังจากนี้ไปปริมาณฝนจะลดน้อยลง ซึ่งก็จะเป็นจังหวะที่ดีในการเร่งระบายน้ำ โดยสถานการณ์น้ำหลักโดยเฉพาะในพื้นที่คลองแสนแสบดีขึ้น ช่วยดึงน้ำแถวคลองจั่น บางกะปิได้ ส่วนคลองเปรมประชากรสถานการณ์ดีขึ้น จะเห็นได้จากปริมาณน้ำบนถนนวิภาวดีรังสิตเริ่มคลี่คลาย ส่วนพื้นที่ที่ยากที่สุดคือคลองประเวศบุรีรมย์ ที่ต้องดึงน้ำจากลาดกระบัง มายังคลองสูบน้ำพระโขนง ที่มีความคดเคี้ยวค่อนข้างมาก โดยที่ประชุมได้สั่งการให้หน่วยงานที่มีเครื่องช่วยผลักดันน้ำ เช่นกรมชลประทาน ทหารเรือ มาช่วยสนับสนุนเครื่องผลักดันน้ำจากคลองประเวศบุรีรมย์สู่ประตูระบายน้ำที่พระโขนง
นายชัชชาติ กล่าวอีกว่า หลักการระบายน้ำต้องเร่งให้เร็วที่สุด เราสามารถดูดน้ำได้วินาทีละประมาณ 600 ลูกบาศก์เมตร และทุกเครื่องสูบน้ำก็เดินหน้าอย่างเต็มที่ ซึ่งคลองหลักจะใช้เวลาในการผลักดันน้ำประมาณ 2 วัน แต่ในชุมชนต้องทยอยเอาออกคาดการณ์ว่าจะใช้เวลาประมาณ 7 วัน
ขณะเดียวกันนายชัชชาติ ยังกล่าวถึงพื้นที่รังน้ำบึงหนองบอนยังสามารถรองรับน้ำได้ อีก 3 ล้านลูกบาศก์เมตร แต่การนำน้ำเข้าไปยังบึงหนองบอนมีข้อจำกัด ซึ่งรัฐบาลได้อนุมัติโครงการทำอุโมงค์ผันน้ำไปแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งเชื่อมจากคลองประเวศเข้าสู่บึงหนองบอน ที่ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมการก่อสร้าง ซึ่งขณะนี้บึงหนองบอนสามารถบรรเทาสถานการณ์น้ำได้เพียงรอบๆ ถนนเฉลิมพระเกียรติ และในพื้นที่เป็นหลัก แต่ในอนาคตหากโครงการแล้วเสร็จก็จะสามารถช่วยได้มากขึ้น
นายชัชชาติ ยังกล่าวถึงการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุน้ำท่วม โดยทุกเขตจะต้องทำข้อมูลผู้ที่ต้องการรับการช่วยเหลือ ทั้วผู้ป่วยติดเตียง อาหาร ซึ่งคาดการณ์ว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบมีอยู่ประมาณ 6-7 หมื่นคน ที่ต้องการรับอาหาร โดยทุกเขตจะต้องรับผิดชอบพื้นที่ของตนเอง
ขณะที่การชดเชยเยียวยา นายชัชชาติ กล่าวว่า จะยังคงใช้หลักของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เนื่องจากเราประกาศเป็นพื้นที่ประสบสาธารณภัย ประชาชนก็สามารถเก็บหลักฐานต่างๆเพื่อรับการเยียวยาต่อไป โดยถือว่าเป็นหลักการปกติที่เราทำ แต่จะมีการเยียวยาพิเศษเพิ่มเติมหรือไม่คงต้องรอรัฐบาลพิจารณา
ส่วนหลังจากนี้คาดการณ์ว่าจะมีน้ำท่วมอีกหรือไม่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร นายชัชชาติกล่าวว่า คาดการณ์ไม่ได้ แต่น้ำท่วมครั้งนี้เกิดจากฝนตกหนัก โดยมีปริมาณใกล้เคียงกับเหตุเช่นเดียวกับที่หาดใหญ่ แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้วก็อาจเกิดขึ้นได้อีก จะเกิดขึ้นในปีนี้หรือปีหน้าก็ไม่รู้ เป็นสิ่งที่เราต้องระวังและวางแผนในระยะยาว ก่อนย้ำว่าจะต้องมีโครงสร้างพื้นฐานที่ดีเช่นอุโมงค์ผันน้ำ ที่จะเชื่อมโยงไปจุดต่างๆได้เพิ่มมากขึ้น พร้อมย้ำว่าหลังจากนี้จะต้องเตรียมรับมือให้ดีที่สุด

