กาญจนบุรี - เปิดปมเหตุน้ำป่าทะลักพื้นที่ ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ หลังฝนตกหนักต่อเนื่องบนเทือกเขา ทำให้น้ำป่าจาก 4 ลำห้วยสาขาไหลลงสู่ บ่อกักเก็บตะกอนหางแร่เหมืองสองท่อ ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่สูง ก่อนคันดินกั้นบ่อรับมวลน้ำไม่ไหวพังถล่มเป็นแนวยาวประมาณ 30 เมตร ส่งผลให้น้ำจำนวนมหาศาลทะลักออกมาสมทบกับมวลน้ำเดิม กลายเป็นกระแสน้ำเชี่ยวกราก พัดรถกระบะตกน้ำจมหาย ขณะ 2 แม่ลูกยังสูญหาย เจ้าหน้าที่เร่งระดมกำลังค้นหา
เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. วันที่ 27 ก.ย. 69 บริเวณถนนในพื้นที่หมู่ 1 ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ขณะที่รถกระบะคันหนึ่งมีผู้โดยสารรวม 4 คน ถูกกระแสน้ำป่าที่ไหลเชี่ยวพัดตกลงไปในน้ำ ชาวบ้านและเจ้าหน้าที่สามารถช่วยเหลือขึ้นมาได้ 2 ราย ส่วนอีก 2 รายถูกกระแสน้ำพัดสูญหาย
หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่พยายามค้นหาผู้สูญหายตลอดช่วงค่ำ แต่เนื่องจากเป็นเวลากลางคืนและกระแสน้ำยังไหลเชี่ยว จึงต้องยุติภารกิจชั่วคราว ก่อนระดมกำลังกลับเข้าค้นหาอีกครั้งในช่วงเช้าวันนี้ (28 ก.ย.)
ล่าสุด เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติลำคลองงู ตำรวจ สภ.ทองผาภูมิ มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ จุดทองผาภูมิ หน่วยอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยแห่งประเทศไทย ธน 34-00 ฐานบุณวิภา มูลนิธิกู้ภัยกาญจนบุรี ฝ่ายปกครองในพื้นที่ ทีมรถโฟร์วิลผู้ใหญ่บอยท่าขนุ รวมถึง นายสถาพร ทองผาภูมิปฐวี ส.อบจ.กาญจนบุรี เขต อ.ทองผาภูมิ และ นายนิติพล ตันติวานิช กำนันตำบลชะแล ระดมกำลังค้นหาอีกครั้ง โดยตั้งศูนย์บัญชาการชั่วคราวบริเวณจุดเกิดเหตุ
นายสถาพร เปิดเผยว่า รถกระบะคันดังกล่าวมีผู้โดยสารรวม 4 ราย สามารถช่วยเหลือไว้ได้ 2 ราย ส่วนผู้สูญหายอีก 2 ราย เป็น แม่กับลูกสาว ได้แก่ นางตอง อายุ 55 ปี และ ด.ญ.นิชา อายุ 12 ปี นักเรียนชั้น ป.5 โรงเรียนบ้านห้วยเสือ ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างค้นหาและวางแผนเข้าช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่พบตัว
สำหรับสาเหตุของน้ำป่าที่ไหลทะลักอย่างรุนแรง นายสถาพรระบุว่า ช่วงหลายวันที่ผ่านมาในพื้นที่มีฝนตกต่อเนื่อง ทำให้เกิดน้ำสะสมจำนวนมากบนภูเขาสูงและลาดชัน ก่อนที่น้ำป่าจะไหลลงสู่ลำห้วยสาขา 4 แห่ง และไหลรวมเข้าสู่ บ่อกักเก็บตะกอนหางแร่ของเหมืองสองท่อ ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่สูงกว่า 60 ไร่
เมื่อมวลน้ำสะสมเพิ่มสูงขึ้น คันดินที่กั้นบ่อไม่สามารถรองรับแรงดันน้ำได้ จึงพังถล่มลงเป็นแนวยาวประมาณ 30 เมตร ส่งผลให้น้ำจากบ่อทะลักออกมาอย่างรวดเร็ว สมทบกับมวลน้ำป่าที่ไหลลงมาจากภูเขา ทำให้เกิดกระแสน้ำเชี่ยวกรากและพัดรถกระบะสูญหายไปกับสายน้ำ
ขณะเดียวกัน สถานการณ์ในพื้นที่ ต.ชะแล ยังน่าเป็นห่วง เนื่องจากฝนยังคงตกต่อเนื่อง ทำให้มีมวลน้ำจำนวนมากไหลลงสู่ แม่น้ำแควน้อยและแม่น้ำแควใหญ่ รวมทั้งมีน้ำจากลำห้วยสาขาหลายแห่งไหลมาสมทบ ส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เจ้าหน้าที่จึงฝากเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำแควน้อยและแม่น้ำแควใหญ่ ให้เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด และติดตามประกาศจากทางราชการ โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำและพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก เพื่อเตรียมพร้อมรับมือหากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีก

