สำนักงานประธานาธิบดีเกาหลีใต้เรียกร้องคำอธิบายและคำขอโทษอย่างเป็นทางการจากยูเครน โดยกล่าวหาเคียฟว่าเปิดเผยการส่งตัวเชลยศึกชาวเกาหลีเหนือ 2 คนไปยังเกาหลีใต้ แต่ภายหลังกลับปฏิเสธอย่างเป็นเท็จว่าทั้งสองฝ่ายไม่ได้มีข้อตกลงที่จะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับ
“สำนักงานประธานาธิบดีขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งต่อการเปิดเผยฝ่ายเดียวของยูเครน และการประกาศเท็จในภายหลังว่า ไม่มีข้อตกลงไม่เปิดเผยข้อมูล” ซอง กี-ฮง เลขานุการอาวุโสฝ่ายประชาสัมพันธ์ของผู้นำเกาหลีใต้ ระบุในถ้อยแถลงที่เผยแพร่เมื่อวันอาทิตย์ (27) พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลโซลกำลังพิจารณามาตรการเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้หากจำเป็น
ซอง กล่าวว่า ยูเครนได้หารือเกี่ยวกับการส่งตัวนักโทษกับโซลผ่านช่องทางต่างๆ มาหลายครั้งแล้ว และขอให้เก็บเป็นความลับ โดยให้เหตุผลว่า การเปิดเผยต่อสาธารณะอาจก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ภายในประเทศว่าเคียฟได้พลาดโอกาสที่จะแลกเปลี่ยนทหารกับนักโทษชาวยูเครน
เขากล่าวว่า เกาหลีใต้เองก็ตกลงที่จะเก็บเรื่องการส่งตัวเชลยโสมแดงเป็นความลับ เนื่องจากมีข้อกังวลด้านความมั่นคง การทูต และมนุษยธรรม รวมถึงความปลอดภัยของผู้ต้องขังและครอบครัวของพวกเขาด้วย
คำแถลงระบุว่า ต่อมายูเครนได้เปิดเผยเรื่องการส่งตัวเชลยศึกชาวเกาหลีเหนือในสุนทรพจน์ของประธานาธิบดี โวโลดีมีร์ เซเลนสกี ที่แถลงต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ โดยไม่มีการปรึกษาหารือล่วงหน้ากับโซล และต่อมายังปฏิเสธหน้าตาเฉยว่าไม่เคยมีข้อตกลงรักษาความลับใดๆ
ซอง ชี้ว่า การปฏิเสธดังกล่าวได้ทำลายความไว้วางใจระหว่างรัฐบาลทั้งสองอย่างร้ายแรง และอาจส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์ทวิภาคี
สถานทูตยูเครนในกรุงโซลยังไม่ตอบคำขอความคิดเห็นจากรอยเตอร์ในทันที
เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เซเลนสกี กล่าวต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติว่า ยูเครนได้ส่งตัวทหารเกาหลีเหนือที่ถูกจับกุม 2 นายไปยังเกาหลีใต้แล้วเมื่อไม่นานมานี้ หลังจากทั้งสองถูกจับขณะต่อสู้ให้กับฝ่ายรัสเซียในสงครามกับยูเครน
ก่อนหน้านี้ไม่กี่วัน ประธานาธิบดี อี แจ-มยอง ของเกาหลีใต้ได้ออกมาตำหนิยูเครนที่เปิดเผยการส่งตัวเชลยดังกล่าว โดยละเมิดข้อตกลงรักษาความลับ
อี กล่าวในโพสต์บน X ว่า “การไม่เปิดเผย” การส่งตัวเชลยโสมแดงนั้น “เหมาะสมในทุกแง่มุม” เมื่อมองจากผลลัพธ์ที่อาจตามมา และทั้งสองฝ่ายก็ได้ตกลงที่จะเก็บเรื่องนี้เป็นความลับแล้ว
“ผมไม่ทราบว่าสถานการณ์ใดที่ทำให้ฝ่ายยูเครนเปิดเผยเรื่องนี้ ทั้งๆ ที่มีข้อตกลงรักษาความลับ แต่เป็นเรื่องที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง” อี กล่าว
ยูเครนจับกุมทหารเกาหลีเหนือ 2 นายได้ในภูมิภาคคูสก์ (Kursk) ของรัสเซียในเดือน ม.ค. ปี 2025 โดยเป็นทหารเกาหลีเหนือสองนายแรกที่ถูกจับได้เป็นๆ นับตั้งแต่เปียงยางเข้าร่วมสงครามในปี 2024
ก่อนหน้านี้ เกาหลีใต้ปฏิเสธที่จะยืนยันการมาถึงของทหารทั้ง 2 นาย โดยอ้างความกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของพวกเขาและสมาชิกในครอบครัวที่ยังอยู่ในเกาหลีเหนือ
ตามข้อมูลจาก ส.ส. ฝ่ายค้านในกรุงโซล เกาหลีใต้และยูเครนได้หารือเกี่ยวกับการส่งตัวทหารเกาหลีเหนือ หลังจากที่ทหารทั้ง 2 นายแสดงความประสงค์ที่จะไปเกาหลีใต้
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นในขณะที่เกาหลีใต้สนับสนุนความพยายามในการฟื้นฟูการเจรจากับเกาหลีเหนือ และประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ก็แสดงความเต็มใจที่จะติดต่อกับเปียงยางอีกครั้ง
ที่มา: รอยเตอร์

