xs
xsm
sm
md
lg

ไม่ไหวแล้ว!! 6 เดือน “อนุทิน-ภูมิใจไทย” คะแนนนิยมหล่นวูบ ทั้งคน ทั้งพรรค !

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



วันนี้ อยากชวนดูตัวเลขนิด้าโพล เกี่ยวกับคะแนนนิยมของนายกรัฐมนตรี และคู่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี รวมถึงพรรคการเมือง แต่ไม่ได้อยากให้ดูแค่ว่า ใครนำใคร ใครแพ้ใคร

แต่อยากโฟกัสไปที่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” กับ “พรรคภูมิใจไทย”

เพราะตัวเลขสองชุดนี้ ถ้าเอามาเรียงกันตั้งแต่ต้นปี จนถึงวันนี้ มันมีอะไรให้คิดมากกว่าคำว่า “คะแนนนิยมตก” มันควรจะใช้คำว่า “ดิ่ง..วูบ” มากกว่า
นิด้าโพลไตรมาสแรก เดือนมีนาคม คะแนนนิยมของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” ในฐานะบุคคลที่ประชาชนสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี อยู่ที่ 29.40 เปอร์เซ็นต์

ไตรมาสสอง เดือนมิถุนายน เหลือ 21.68 เปอร์เซ็นต์ และไตรมาสสาม ซึ่งสำรวจระหว่าง วันที่ 18 ถึง 23 กันยายน ที่เพิ่งผ่านมานี้ เหลือแค่ 13.76 เปอร์เซ็นต์

จาก 29.40 เหลือ 13.76 หายไป 15.64 จุด ในเวลาเพียง 6 เดือน

ที่สำคัญคือ มันไม่ได้ตกครั้งเดียวแล้วหยุด แต่มันตกต่อเนื่อง ตกแบบไม่พัก มีนาคมลงมามิถุนายน...มิถุนายน ลงมาถึงกันยายน ... สองไตรมาสติดต่อกัน

ขณะเดียวกันเมื่อเรามาดูคะแนนนิยมของ “พรรคภูมิใจไทย” ก็เห็นเส้นทางที่คลานตามกันมา
มีนาคม 26.60 เปอร์เซ็นต์... มิถุนายน ตกมาที่ 17.00 เปอร์เซ็นต์...กันยายน เหลือแค่ 12.08 เปอร์เซ็นต์
จาก 26.60 เหลือ 12.08 หายไปถึง 14.52 จุด


เพราะฉะนั้น สิ่งที่น่าสนใจ จึงไม่ใช่แค่ว่า “อนุทินคะแนนตก”

แต่นี่มันหมายถึงคะแนนของตัวนายกฯ กับคะแนนของพรรค ที่นายกฯ สังกัด ทำไมถึงลดลงไปในทิศทางเดียวกันอย่างต่อเนื่อง ?

จากภาพรวมที่เห็น แม้เราไม่สามารถเอาผลโพลไปฟันธงได้ว่า ประชาชนไม่พอใจ “อนุทิน” จากเรื่องนั้น เรื่องนี้ ...เพราะนิด้าโพล ไม่ได้ถามลึกในรายละเอียด ถึงเหตุผลโดยตรง

แต่เราเห็นตัวเลขแล้ว สามารถนึกย้อนไปถึงพฤติกรรม และผลงานของนายกฯ ได้

เพราะเมื่อเดือนมีนาคม “อนุทิน”ยังไม่ได้อยู่ในสถานะเดียวกับวันนี้ ตอนนั้นประชาชน กำลังตอบคำถามว่า “ถ้าวันนี้ให้เลือกนายกรัฐมนตรี จะสนับสนุนใคร?”

แต่วันนี้ “อนุทิน”ไม่ได้เป็นเพียงชื่อหนึ่งในตัวเลือกแล้ว...เขาคือนายกฯ ที่ต้องรับผิดชอบกับการบริหารประเทศจริง
ตรงนี้แหละที่เป็นจุดสำคัญ... เพราะเมื่อเป็นรัฐบาล ความนิยมไม่ได้วัดกันเฉพาะคำพูด หรือภาพลักษณ์ของนักการเมืองแล้ว แต่มันจะถูกผูกเข้ากับสิ่งที่ประชาชนพบเจออยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน...

รัฐบาลทำอะไรบ้าง แก้ปัญหาอะไร แก้ได้หรือไม่ได้ เศรษฐกิจเป็นอย่างไร ปัญหาปากท้องเป็นอย่างไร การบริหารราชการเป็นอย่างไร มีเรื่องทุจริตมากหรือไม่ ภาพลักษณ์ตัวนายกฯเหมาะสมกับตำแหน่งหรือไม่ รวมถึงเรื่องการเมือง และปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น ในช่วงที่รัฐบาลบริหารประเทศ

ทุกอย่าง ทุกปัญหาที่ประชาชนเห็น สุดท้ายแล้วมันย้อนกลับมาที่คนเป็นนายกรัฐมนตรี

และนี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เราต้องจับตาตัวเลขของ “อนุทิน” มากกว่าตัวเลขนักการเมืองคนอื่นๆ

เพราะ “อนุทิน” กำลังถูกวัดจากสถานะของ “คนทำงานจริง” ไม่ใช่เพียง “คนที่ถูกเสนอชื่อให้ทำงาน” เหมือนในช่วงไตรมาสแรก
แต่มีอีกตัวเลขหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน คือคนที่ตอบว่า “ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้”

เดือนมีนาคม มีเพียง 8.20 เปอร์เซ็นต์ พอมาถึงเดือนมิถุนายน เพิ่มเป็น 10.24 เปอร์เซ็นต์ และเดือนกันยายน กระโดดขึ้นเป็น 19.80 เปอร์เซ็นต์... นี่มันเท่ากับเกือบหนึ่งในห้า ของผู้ตอบแบบสำรวจ เลยนะ


และนี่แหละคือสิ่งที่เราควรคิด วิเคราะห์ไปพร้อมกับคะแนนของ “อนุทิน” เพราะคะแนนของอนุทิน ที่หายไป ไม่ได้หมายความว่า คนทั้งหมดเหล่านั้นย้ายไปเลือกนักการเมืองคนอื่น

บางส่วนอาจกำลังไปอยู่ในกลุ่มที่บอกว่า “ยังไม่รู้ว่าจะเลือกใคร”

หรือพูดง่ายๆว่า คนจำนวนไม่น้อย อาจไม่ได้กำลังบอกว่า “ฉันเจอคนใหม่ที่จะเลือกแล้ว” แต่กำลังบอกว่า “ฉันยังไม่เจอคนที่ใช่เลย”

นี่เป็นความแตกต่างที่สำคัญมาก เพราะแคนดิเดตนายกฯ ที่ถูกยกขึ้นมาเทียบคือ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” จากพรรคประชาชน และ “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” จากพรรคเพื่อไทย รวมทั้ง “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” จากประชาธิปัตย์

และเมื่อเรากลับมาดูคะแนนนิยมของพรรคภูมิใจไทย ก็ยิ่งน่าสนใจ

เพราะคะแนนพรรค ก็ลดลงไปพร้อมๆ กับคะแนนตัวนายกรัฐมนตรี

ดังนั้น โจทย์ของ “อนุทิน” วันนี้ จึงอาจไม่ได้มีแค่เรื่อง “คะแนนนิยมส่วนตัว” แต่เป็นโจทย์เรื่อง ความนิยมของรัฐบาล กับความนิยมของพรรคไปพร้อมกัน เพราะ “อนุทิน กับภูมิใจไทย” มันแยกออกจากกันได้ยาก ในมุมมองทางการเมือง

ตัวนายกฯ เป็นผู้นำรัฐบาล ขณะที่ภูมิใจไทย เป็นพรรคหลักที่เป็นแบ็กอัพให้นายกรัฐมนตรี

เมื่อคะแนนทั้งสองตัวลดลงพร้อมกัน นั่นหมายความว่า ประชาชนกำลังประเมิน “ตัวบุคคล” และกำลังประเมิน “ทีมการเมืองและรัฐบาล” ไปพร้อมกัน และเห็นว่า กำลัง“เสื่อม”ทั้งคู่!

เพราะตัวเลขมันฟ้องอยู่ทนโท่ ว่า นี่ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ และที่สำคัญ มันเกิดขึ้นต่อเนื่องถึงสองไตรมาส

ดังนั้น คงไม่ต้องไปจับตาว่าการสำรวจคะแนนนิยมครั้งหน้า คะแนนของ “อนุทิน และรัฐบาล” จะขึ้น หรือลง

แม้ “อนุทินและรัฐบาล” จะแย้งว่า โพลไม่ใช่คำพิพากษา มันเป็นเพียงความรู้สึกประชาชนกลุ่มหนึ่ง ในช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น

แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า ภาพที่สะท้อนออกมาหลังจากรัฐบาลนี้บริหารราชการผ่านไป 6 เดือน มันชัดยิ่งกว่าชัดว่า ประชาชนส่วนใหญ่ เขาไม่เอา “อนุทิน” และ”ภูมิใจไทย” แล้ว!!