วันนี้ (26 ก.ย. 2569) นายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ระหว่างลงพื้นที่สถานีสูบน้ำสุวรรณภูมิ จ.สมุทรปราการ ยอมรับว่า ก่อนหน้านี้เคยให้ข่าวว่ารัฐบาลสามารถบริหารจัดการน้ำได้ และใช้คำว่า “เอาอยู่” นั้น คือความพร้อมของรัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ ในการเตรียมการรับมือสถานการณ์ ไม่ได้หมายความว่าสามารถควบคุมฝนหรือธรรมชาติได้
.
“ความหมายที่ผมพูดคำว่าเอาอยู่ ไม่ได้หมายความว่า ผมบอกว่าไม่ให้เทวดาหรือไม่ให้ฝนฟ้าตก เพราะที่ผมเอาไปทำไม่ได้หรอก เพราะเราไม่สามารถทำเกินกว่าที่ธรรมชาติจะให้เราได้” นายทรงศักดิ์ ระบุ
.
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้มีการประชุมและรับทราบข้อมูลการพยากรณ์อากาศ โดยคาดว่าจะมีฝนในช่วงวันที่ 23-27 ก.ย. 2569 และมีการเตือนว่าจะมีฝนตกหนักถึงหนักมาก แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริงพบว่าบางพื้นที่มีปริมาณฝนสะสมเกิน 100 มิลลิเมตร ซึ่งเป็นปัจจัยที่มากกว่าที่ประเมินไว้ และส่งผลกระทบต่อระบบการระบายน้ำ
.
ทั้งนี้ รัฐบาลได้เตรียมความพร้อมร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ ทั้งในระดับจังหวัด หน่วยงานด้านป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำ โดยมีการกำหนดเป้าหมายให้ทุกหน่วยงานเร่งดูแลประชาชน ทั้งด้านการเตรียมความพร้อมและการเยียวยา
.
ขณะเดียวกัน ได้มีการเตรียมเครื่องมือ บุคลากร การจัดการสิ่งกีดขวางทางน้ำ รวมถึงการเตรียมศูนย์พักพิงและสถานที่รองรับประชาชน หากมีความจำเป็นต้องอพยพ พร้อมกำชับให้แต่ละจังหวัดดำเนินการตามแนวทางที่กำหนดไว้
.
ส่วนการเยียวยาประชาชน แต่ละจังหวัดมีการดำเนินการอยู่แล้ว ขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถใช้กฎหมายและงบประมาณที่มีอยู่ดำเนินการช่วยเหลือในส่วนที่อยู่ในอำนาจได้ หากเกินขอบเขต จังหวัดก็ต้องเข้ามารับหน้าที่ โดยใช้กฎหมายเงินทดรองหรือใช้งบกลางในการบริหารช่วยเหลือประชาชนตามหลักเกณฑ์ที่มีอยู่ โดยกำชับพื้นที่ที่เกิดปัญหาต้องเร่งเก็บข้อมูล และดูแลให้เกิดความเรียบร้อย ไม่ควรปล่อยให้ประชาชนต้องเสียเวลาหรือรอการช่วยเหลือจากรัฐบาลเป็นเวลานาน
.
ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ได้กำหนดมาตรการเกี่ยวกับการดูแลและเยียวยาประชาชน โดยมีแนวทางเกี่ยวกับการประกันภัย ประกันวินาศภัย อุบัติภัย รวมถึงกรณีแผ่นดินไหว ซึ่งมีกรอบวงเงินช่วยเหลือที่ชัดเจน และกำหนดระยะเวลาในการดูแลให้เร็วที่สุด โดยมีกรอบประมาณไม่เกิน 15 วัน เมื่อถามว่า มีคำสั่งพิเศษจากนายกรัฐมนตรีหรือไม่ นายทรงศักดิ์ ระบุว่า ไม่มีคำสั่งพิเศษ แต่เป็นการให้รัฐมนตรีลงพื้นที่ โดยแต่ละคนหากอยู่ใกล้พื้นที่ใดก็ให้ไปดูแลพื้นที่นั้น
ส่วนกรณีที่มีการใช้คำว่า “มหาอุทกภัย” นายทรงศักดิ์ กล่าวว่า มีเฟซบุ๊กเพจแห่งหนึ่งที่นำข้อมูลการพยากรณ์อากาศไปใช้ในลักษณะที่ทำให้ประชาชนเกิดความตื่นตระหนก โดยมีการพูดถึงตัวเลข 8 แสน และระบุว่าจะเกิดมหาอุทกภัย เห็นว่าจากตัวเลขสถานการณ์น้ำที่เห็นในวันนี้ ยังไม่ถึงระดับที่จะใช้คำดังกล่าวได้
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าสถานการณ์ทางธรรมชาติบางครั้งก็สามารถเกิดขึ้นเหนือความคาดหมายได้ รัฐบาลยังคงกำกับและเร่งรัดมาตรการรับมือ โดยในวันพรุ่งนี้จะมีการประชุมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และจังหวัดต่าง ๆ เพื่อให้แต่ละจังหวัดเตรียมการรับมือ ซักซ้อมแนวทาง และรายงานพื้นที่ที่อยู่ในภาวะวิกฤตด้านน้ำ เพื่อให้รัฐบาลนำข้อมูลไปใช้ในการสั่งการและแก้ไขปัญหาต่อไป
.
ในช่วงท้าย นายทรงศักดิ์ ฝากถึงประชาชนที่กำลังวิตกกังวลจากสถานการณ์ฝนและน้ำว่า รัฐบาลไม่ได้อยู่นิ่งนอนใจ โดยรัฐมนตรีและหน่วยงานต่าง ๆ กำลังเร่งทำงานร่วมกันแบบบูรณาการ เพื่อให้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนคลี่คลายโดยเร็ว พร้อมยืนยันว่า หากเกิดปัญหาหรือมีความเสียหาย รัฐบาลก็พร้อมเข้าไปเยียวยาและดูแลประชาชน แต่สิ่งที่รัฐบาลไม่ต้องการคือไม่อยากให้เกิดความเสียหายหรือสิ่งที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน
.
โดยยอมรับว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยให้ข่าวว่ารัฐบาลสามารถบริหารจัดการสถานการณ์น้ำได้ และใช้คำพูดว่า “เอาอยู่” แต่เมื่อเกิดสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องและมีปริมาณน้ำสะสมสูง วันนี้สถานการณ์ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและพื้นที่โดยรอบกลับกลายเป็น “เอาไม่อยู่”
......
Sondhi X

