วันนี้อยากพูดแทนความรู้สึกของคนกรุงเทพฯ สักหน่อย เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อคืน จนถึงเช้าวันนี้ มันไม่ใช่แค่เรื่อง “ฝนตกหนัก” แล้วจบ
แต่มันคือคำถามใหญ่ เรื่องหนึ่งว่า…เมื่อหน่วยงานรัฐรู้ล่วงหน้าแล้วว่าฝนกำลังจะมา แล้วเราเตรียมตัวกันดีแค่ไหน?
กรมอุตุนิยมวิทยา ไม่ได้เพิ่งออกมาเตือนตอนเช้าวันนี้ มีการเตือนเรื่องฝนตกหนักถึงหนักมากในกรุงเทพฯ และภาคกลาง มาตั้งแต่วันที่ 22–23 กันยายน และเตือนต่อเนื่อง มาจนถึงวันที่ 25–26 กันยายน
รัฐบาลเองก็ประกาศว่า ได้ติดตามสถานการณ์ เตรียมเครื่องจักร เครื่องสูบน้ำ กำลังเจ้าหน้าที่ และให้หน่วยงานเตรียมแผนรับมือ
กทม. ก็ไม่ได้อยู่นิ่ง “ผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ลงไปติดตามสถานการณ์ สั่งเร่งระบายน้ำ เปิดศูนย์บัญชาการ และในที่สุด ก็ประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยครอบคลุมทั้ง 50 เขต
ทั้งหมดนี้ คนที่ทำงานอยู่กับข่าว ทราบดี
แต่คำถามคือ แล้วประชาชนล่ะ?... เพราะสิ่งที่ประชาชนเห็นกับตาตัวเองวันนี้ คือ รถยนต์จำนวนมากจมน้ำ บ้านเรือนหลายพื้นที่ ได้รับความเสียหาย การเดินทางแทบเป็นอัมพาต และบางจุดน้ำสูงจนประชาชนต้องหาทางเอาชีวิตรอดกันเอง
บางคนตื่นขึ้นมา รถที่จอดไว้หน้าบ้านจมน้ำ บางคนจอดรถไว้ในคอนโด คิดว่าปลอดภัยก็ยังเจอน้ำ บางคนข้าวของในบ้านเสียหาย
และที่น่ากลัวที่สุดคือ คนจำนวนหนึ่งต้องถามตัวเองว่า “ถ้าฝนยังตกแบบนี้ต่อไป แล้วคืนนี้เราจะเอายังไง?”
นี่แหละคือสิ่งที่รัฐบาลต้องต้องตอบ ผู้ว่าฯกทม.ต้องตอบ!
ประชาชนไม่ต้องการฟังว่า “ฝนตกหนัก เป็นภัยธรรมชาติ” แล้วจบ
จริงอยู่ ฝนตกหนักอาจเป็นเรื่องธรรมชาติ แต่การเตรียมตัวรับมือภัยพิบัติ เป็นหน้าที่ของคนที่บริหารเมือง และบริหารประเทศ
วันนี้ กทม.ประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัยครบทั้ง 50 เขต
ตอนนี้ ประชาชนไม่อยากรู้ว่า “ทำไมฝนถึงตกเยอะ?” แต่อยากถามว่าเมื่อรู้ว่าฝนจะตก แล้วระบบรับมือของเราพร้อมแค่ไหน? ...พร้อมตามที่ให้โฆษกฯ ออกมาพูดหรือเปล่า?!
การเตรียมการณ์ เมื่อรู้ว่าฝนจะตกหนัก…แล้วพร่องน้ำในคลองเพียงพอหรือไม่ เครื่องสูบน้ำพร้อมจริงหรือไม่ พื้นที่จุดเสี่ยงได้รับการแจ้งเตือนล่วงหน้าหรือไม่... คนที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก ได้รับการแจ้งเตือนให้เคลื่อนย้ายรถ หรือข้าวของหรือไม่..ระบบระบายน้ำของกรุงเทพฯ รองรับฝนระดับนี้ ได้จริงหรือไม่?
และที่สำคัญที่สุด…เมื่อรู้ว่าฝนจะตกต่อเนื่องหลายวัน ทำไมการเตรียมการเชิงรุก ถึงดูเหมือนตามหลังสถานการณ์อยู่ตลอด?
ไม่ได้บอกว่า “ผู้ว่าฯชัชชาติ”ไม่ทำงาน...ไม่ได้บอกว่ารัฐบาลอนุทิน ไม่ทำอะไรเลย เพราะมีการสั่งการรับมือจริง
แต่ในฐานะประชาชน ผู้ประสบภัย ย่อมมีสิทธิ์ถามว่า การเตรียมการที่ทำไปนั้น มันเพียงพอหรือยัง ถ้ายังไม่พอแล้วมีมาตรการเพิ่มเติมอะไร?
เพราะมาตรฐานของการบริหารภัยพิบัติ ไม่ใช่มาวัดกันที่ว่า “หลังน้ำท่วมแล้ว ได้สั่งใครลงไปช่วยกี่คน” ...รัฐบาลจะเยียวยาครอบครัวละเท่าไร
แต่ควรวัดด้วยการบริหารจัดการที่ว่า “ก่อนน้ำจะมา เราช่วยให้ประชาชนเสียหายน้อยลงได้แค่ไหน?”
ตรงนี้ต่างหาก คือหัวใจ ของการเตรียมรับมือภัยพิบัติ!
เพราะถ้าทุกครั้ง เราจะรอให้น้ำเข้าบ้านก่อน รอให้รถจมน้ำก่อน รอให้การจราจรพังทั้งเมืองก่อน แล้วค่อยประกาศเขตภัยพิบัติ ค่อยเปิดศูนย์พักพิง ค่อยระดมเครื่องสูบน้ำ ค่อยเรียกกำลังคน
ประชาชน ก็ต้องถามว่า แล้วที่บอกว่า มีการเตรียมพร้อมล่วงหน้านั้น มีไว้ทำไม ?!
วันนี้ “นายกฯ อนุทิน” อยู่ต่างประเทศ และ มีรายงานว่านายกฯติดตามสถานการณ์ และสั่งการให้หน่วยงานเตรียมรับมือน้ำท่วมฉับพลัน ขณะเดียวกันก็เร่งเดินทางกลับประเทศไทย เพื่อเข้าพื้นที่
ตรงนี้ ถ้าจะพูดกันอย่างเป็นธรรม... นายกฯ ไม่สามารถหยุดฝนได้ ...ผู้ว่าฯ กทม. ก็ไม่สามารถหยุดฝนได้
แต่ทั้งนายกฯ รัฐบาล และ กทม. มีหน้าที่ทำให้ผลกระทบจากฝนนั้น เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้
และเมื่อความเสียหายเกิดขึ้นแล้ว ก็ต้องมีคนตอบประชาชนว่า อะไรที่เราทำไปแล้ว อะไรที่เราทำไม่ทัน อะไรที่ระบบมันติดขัด?
ที่สำคัญ…ครั้งหน้าจะไม่ให้เกิดแบบนี้ซ้ำได้อย่างไร?
ประชาชนไม่ได้ต้องการคำแก้ตัว ประชาชนไม่ได้ต้องการให้ “นายกฯอนุทิน” ที่เป็นนักโยน ผลักภาระไปให้ กทม. ขณะเดียวกัน กทม.ก็ไม่ควรโยนกลับไปให้รัฐบาล
เรื่องของฝนฟ้า เป็นเรื่องธรรมชาติ แต่การบริหารจัดการเป็นเรื่องของคน...คนที่ประชาชน มอบอำนาจให้เข้ามาบริหารเมือง และบริหารประเทศ
วันนี้คนกรุงเทพฯ ไม่ได้ต้องการรู้ว่าใครพูดเก่งกว่าใคร ไม่ต้องการรู้ว่าใครจะโทษใคร
เขาต้องการรู้เพียงว่า รถของเขาจะเอาขึ้นจากน้ำอย่างไร บ้านของเขาจะเสียหายแค่ไหน คืนนี้เขาจะกลับบ้านได้หรือไม่
และถ้าฝนยังตกอีก…รัฐบาล และ กทม. จะช่วยเขาอย่างไร ไม่ใช่ฝนหนึ่งคืน กลายเป็นหายนะของคนทั้งเมืองแบบที่กำลังเป็นอยู่นี้
และถ้ารู้ล่วงหน้าแล้ว แต่ประชาชนยังต้องตื่นมาพบกับภาพรถจมน้ำ บ้านจมน้ำ ถนนจมน้ำกันเต็มเมือง…
คำถาม ที่ผู้มีอำนาจต้องตอบ ไม่ใช่ “ฝนตกหนักแค่ไหน?” แต่คือ “เราเตรียมพร้อมแค่ไหน ก่อนที่น้ำจะมา?”
เพราะนั่นต่างหาก คือความรับผิดชอบของคนบริหารเมือง และบริหารประเทศ!

