รัฐบาลติดตามอุทกภัยใกล้ชิด ปภ. เผยยังมีสถานการณ์ 21 จังหวัด กระทบกว่า 8.4 หมื่นคน “เจเศรษฐ์” กำชับเฝ้าระวัง 24 ชั่วโมง–พร้อมช่วยเหลือประชาชนพื้นที่เสี่ยงทันที
วันนี้ (26 กันยายน 2569) นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด โดยนายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.3) ได้กำชับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ติดตามสถานการณ์น้ำและฝนอย่างต่อเนื่อง พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลสาธารณภัยสนับสนุนพื้นที่ และแจ้งเตือนประชาชนทันทีเมื่อพบความเสี่ยง เพื่อให้สามารถเตรียมพร้อมและลดผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สิน
ข้อมูล ปภ. ณ วันที่ 26 กันยายน 2569 เวลา 07.00 น. ปัจจุบันยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยใน 21 จังหวัด 93 อำเภอ 350 ตำบล 1,425 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 27,109 ครัวเรือน 84,605 คน และกรุงเทพมหานครยังมีน้ำท่วมขังผิวการจราจร 44 จุด โดยภาพรวมส่วนใหญ่ระดับน้ำมีแนวโน้มลดลง
นางสาวลลิดา กล่าวว่า ในช่วงวันที่ 16–26 กันยายน 2569 มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยสะสม 36 จังหวัด 143 อำเภอ 506 ตำบล 1,966 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 33,302 ครัวเรือน 102,957 คน และกรุงเทพมหานคร 22 เขต 66 จุด
สำหรับสถานการณ์ล่าสุด พื้นที่ที่ระดับน้ำเพิ่มขึ้น ได้แก่ สุพรรณบุรี ฉะเชิงเทรา และสระแก้ว ขณะที่นครสวรรค์ พิษณุโลก ลพบุรี สิงห์บุรี นครปฐม พระนครศรีอยุธยา ปราจีนบุรี และตราด ระดับน้ำทรงตัว ส่วนเชียงใหม่ เพชรบูรณ์ อุทัยธานี สระบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และนครราชสีมา ระดับน้ำลดลง
นายเจเศรษฐ์ได้กำชับให้ ปภ. และศูนย์ ปภ. เขต ติดตามพื้นที่ที่ระดับน้ำยังเพิ่มขึ้นเป็นพิเศษ พร้อมเตรียมเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกลสาธารณภัยให้สามารถเข้าช่วยเหลือได้ทันที รวมถึงประสานจังหวัดอย่างใกล้ชิดและจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและเผชิญเหตุตลอด 24 ชั่วโมง
นางสาวลลิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ปภ. ได้ใช้ระบบแจ้งเตือนภัยส่งข้อมูลตรงถึงโทรศัพท์มือถือของประชาชนในพื้นที่เสี่ยง โดยเช้าวันนี้มีการแจ้งเตือนประชาชนในจังหวัดนนทบุรี เนื่องจากมีฝนตกต่อเนื่องและคาดว่าจะยังมีฝนต่อเนื่อง ทำให้เกิดน้ำท่วมขังรอระบาย พร้อมขอให้ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำยกของขึ้นที่สูง หลีกเลี่ยงการจราจร และตรวจสอบเส้นทางก่อนเดินทาง
นอกจากนี้ ยังมีการแจ้งเตือนกรณีถนนแจ้งวัฒนะทั้งฝั่งขาเข้าและขาออกมีน้ำท่วมขังสูงจากฝนตกต่อเนื่อง รถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้ โดยมีการปิดการจราจรตั้งแต่บริเวณคลองประปาจนถึงจุดกลับรถเลี่ยงเมือง และขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว
“นายเจเศรษฐ์กำชับว่า การแจ้งเตือนต้องถึงประชาชนอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีฝนตกต่อเนื่องและระดับน้ำเพิ่มขึ้น เพื่อให้ประชาชนมีเวลาเตรียมตัว ยกของขึ้นที่สูง วางแผนการเดินทาง และหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ต้องพร้อมเข้าช่วยเหลือทันทีเมื่อเกิดเหตุ” นางสาวลลิดา กล่าว
ทั้งนี้ การจัดการสาธารณภัยในพื้นที่เป็นสาธารณภัยระดับ 2 โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นผู้ควบคุมและสั่งการตามอำนาจหน้าที่ ขณะที่ ปภ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมสนับสนุนกำลัง เจ้าหน้าที่ และเครื่องจักรเพื่อช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง
นางสาวลลิดา ย้ำว่า แม้ภาพรวมหลายพื้นที่ระดับน้ำมีแนวโน้มลดลง แต่ยังมีบางจังหวัดที่ระดับน้ำเพิ่มขึ้นและบางพื้นที่มีฝนตกต่อเนื่อง รัฐบาลจึงขอให้ประชาชนไม่ประมาท ติดตามข้อความแจ้งเตือนจาก ปภ. และประกาศของทางราชการอย่างใกล้ชิด หากต้องการความช่วยเหลือให้แจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ เพื่อประสานความช่วยเหลือโดยเร็ว

