ขสมก.เดินหน้าเปลี่ยนรถเมล์เป็น EV ทั้งหมด หวังประหยัดงบปีละกว่า 4 พันล้านบาท ลดมลพิษให้คนกรุง แลกกับการปรับขึ้นค่าโดยสารเริ่มต้นที่ 15 บาท
ขสมก.เดินหน้าสู่การเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ จากรถโดยสารเครื่องยนต์ดีเซลสู่รถเมล์ EV ตั้งเป้ามีรถไฟฟ้ารวม 2,320 คันภายในปี 2570 หวังลดมลพิษและต้นทุนการดำเนินงาน แต่ด้านหนึ่งจำเป็นต้องขยับขึ้นค่าโดยสารเป็น 15-25 บาท ซึ่งเดิมรถเมล์ร้อนจะมีราคาค่าโดยสาร 8 บาท
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในงานวันคล้ายวันก่อตั้งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ครบรอบ 50 ปี ว่า ขณะนี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญของการเปลี่ยนผ่านบริการของ ขสมก. จากรถโดยสารที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลไปสู่รถโดยสารพลังงานไฟฟ้า หรือรถเมล์ EV ภายใต้โครงการเช่ารถโดยสารประจำทางปรับอากาศพลังงานสะอาด จำนวน 1,520 คัน ระยะเวลาเช่า 7 ปี วงเงิน 14,905 ล้านบาท
ทั้งนี้ การที่ขสมก.เปลี่ยนมาใช้รถ EV นอกจากลดการปล่อยมลพิษแล้ว ยังช่วยลดภาระต้นทุนของ ขสมก. โดยเฉพาะค่าซ่อมบำรุงและต้นทุนพลังงาน เนื่องจากรถส่วนหนึ่งเป็นระบบเช่า ซึ่งเมื่อรถมีปัญหาไม่จำเป็นต้องแบกรับภาระการซ่อมในลักษณะเดิม ขณะที่ต้นทุนพลังงานไฟฟ้ามีความผันผวนน้อยกว่าน้ำมันและก๊าซ ซึ่งจะทำให้รัฐเข้าไปอุดหนุนผลขาดทุนน้อยลง
อย่างไรก็ตาม นายพิพัฒน์ ยอมรับว่า ในเรื่องค่าโดยสารที่ต้องปรับเปลี่ยนนั้น นายกรัฐมนตรีได้มีข้อสั่งการให้กระทรวงคมนาคมและกระทรวงการคลัง หารือร่วมกัน เพื่อหาแนวทางในการคงอัตราค่าโดยสารสำหรับผู้มีรายได้น้อยไว้เท่าเดิม โดยราคาที่เพิ่มขึ้น คือจาก 8 บาทเป็น 15 บาทนั้น ให้กระทรวงการคลังเติมเงินเข้าไปในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อช่วยเหลือในส่วนนี้
นายกิตติกานต์ จอมดวง จารุวรพลกุล ผู้อำนวยการ ขสมก.กล่าวว่า รถเมล์ EV จำนวน 1,520 คันจะส่งมอบครบในเดือนพ.ค. 2570 เพื่อนำมาให้บริการทแทนรถโดยสารครีมแดงทั้งหมด ขณะที่ ขสมก.ได้เตรียมจัดหารถเมล์ EV เฟส 2 จำนวน 800 คัน ววงเงินรวม 8,400 ล้านบาท ในรูปแบบการเช่าดำเนินการ ซึ่งได้รับจัดสรรงบปี 2570 ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนเตรียมร่าง TOR คาดเปิดประมูลในต้นปี 2570 และจะเร่งรัดการรับมอบในปลายปี 2570 รถ EV เฟส 2 จำนวน 800 คันจะนำมาทดแทนรถปรับอากาศ รถครีมน้ำเงินและรถแดวู (สีส้ม) หากเป็นไปตามแผน ในปลายปี 2570 ขสมก.จะมีรถโดยสารปรับอากาศ EV จำนวน2,320 คัน วิ่งบริการร่วมกับ รถโดยสาร NGV จำนวน 486 คัน แลถรถยูโรทู (NGV) จำนวน 323 คัน
นายกิตติกานต์กล่าวว่า รถเมล์ใหม่ จะเข้ามาให้บริการเต็มรูปแบบตั้งแต่ปี 2571 ซึ่งจะทำให้ขสมก.ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ประมาณ 4,100 ล้านบาทต่อปี แบ่งเป็น ต้นทุนค่าเหมาซ่อมที่มี 2,000 ล้านบาทต่อปี จะลดลงอย่างน้อย 1,500 ล้านบาทต่อปี ต้นทุนค่าเชื้อเพลิงจาก 2,100 ล้านบาท จะลดลง 60% หรือเหลือประมาณ 800 ล้านบาท และลดต้นทุนบุคลากรในอนาคตต่อไป ซึ่งจะส่งผลทำให้การขาดทุนลดลงจากปัจจุบัน 7,000 - 8,000 ล้านบาทต่อปี เหลือไม่เกิน 4,000 ล้านบาท

