สร้างประวัติศาสตร์บนเวที America’s Got Talent ซีซัน 21 สำหรับ “เนเน่ รอยัล” สาวร็อกวัย 16 ปีจากภูเก็ต หลังฝ่าด่านการแข่งขันสุดเข้มข้น ตั้งแต่ประเดิมออดิชันจนกลายเป็นไวรัล ถูกเรียกกลับมาแข่งขันอีกครั้งในรอบ Judges’ Callbacks ก่อนคว้า Golden Buzzer ทะยานตรงสู่รอบชิงชนะเลิศ และได้รับคะแนนโหวตจากผู้ชมอเมริกาส่งให้เธอคว้าแชมป์ พร้อมเงินรางวัล 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
การแข่งขัน America’s Got Talent (AGT) ซีซัน 21 ปิดฉากลงอย่างเป็นทางการในรอบ Live Finale เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2026 ตามเวลาสหรัฐฯ โดยผู้ที่ได้รับคะแนนโหวตจากผู้ชมจนคว้าตำแหน่งแชมป์ประจำฤดูกาล ได้แก่ “เนเน่ รอยัล” (Nene Royal) นักร้องและมือกีตาร์สาววัยเพียง 16 ปีจากจังหวัดภูเก็ต ประเทศไทย พร้อมรับเงินรางวัล 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ชัยชนะครั้งนี้ปิดฉากเส้นทางที่ไม่ได้ราบรื่นตั้งแต่ต้น เพราะเนเน่ต้องผ่านทั้งการแข่งขันที่ดุเดือดและรูปแบบการคัดเลือกของซีซัน 21 ก่อนจะก้าวจากผู้เข้าแข่งขันสาวไทยที่เกือบไม่ได้ไปต่อ กลายเป็นดาวเด่นของฤดูกาล และท้ายที่สุดขึ้นไปยืนในตำแหน่งแชมป์
ประเดิมเวทีด้วย “Zombie” แจ้งเกิดชั่วข้ามคืน
เนเน่ รอยัล ปรากฏตัวบนเวที AGT ครั้งแรกในรอบ Auditions รอบที่ 2 พร้อมกีตาร์คู่ใจ ก่อนโชว์พลังร็อกด้วยเพลง “Zombie” เพลงดังปี 1994 ของวง เดอะ แครนเบอร์รีส์ (The Cranberries)
น้ำเสียงอันทรงพลังและบุคลิกบนเวทีของสาววัย 16 ปีสร้างความประทับใจให้กับกรรมการ รวมถึงผู้ชมบนโลกออนไลน์อย่างรวดเร็ว คลิปการแสดงของเธอมียอดรับชมรวมหลายร้อยล้านครั้งบน YouTube, TikTok และ Instagram ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน และกลายเป็นการออดิชันที่มียอดรับชมสูงที่สุดของซีซัน
เนเน่ยังเปิดเผยถึงจุดเริ่มต้นบนเส้นทางดนตรีว่า เธอเริ่มเล่นกีตาร์มาตั้งแต่อายุ 7 ขวบ และความฝันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการได้เป็นซูเปอร์สตาร์และออกทัวร์คอนเสิร์ต
เจอกติกาใหม่ ยังไม่ได้ตั๋ว Top 44 ทันที
อย่างไรก็ตาม แม้การออดิชันของเนเน่จะกลายเป็นไวรัล แต่เส้นทางของเธอกลับไม่ได้การันตีว่าจะผ่านเข้าสู่รอบ Live Shows ในทันที
โฮวี แมนเดล (Howie Mandel) หนึ่งในกรรมการ ตัดสินใจว่าเขาต้องการเห็นความสามารถของเนเน่อีกครั้ง ก่อนจะตัดสินว่าเธอสมควรเป็นหนึ่งในผู้เข้าแข่งขัน Top 44 หรือไม่
ทำให้เนเน่ต้องเข้าสู่ Judges’ Callbacks อีกหนึ่งด่านสำคัญของการแข่งขัน ซึ่งหมายความว่า จากผู้เข้าแข่งขันที่สร้างกระแสอย่างถล่มทลายในรอบออดิชัน เธอยังคงอยู่ในสถานการณ์ที่มีโอกาสไม่ได้ไปต่อ
ในรอบ Judges’ Callbacks เนเน่เลือกเพลง “Hysteria” ของวง มิวส์ (Muse) มาพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง
การแสดงครั้งนี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะเธอสามารถผ่านการตัดสินและคว้าสิทธิ์เข้าสู่ Live Quarterfinals ได้สำเร็จ ทำให้เส้นทางใน AGT ของสาวร็อกชาวไทยยังคงเดินหน้าต่อ
จากเด็กสาวที่ยังไม่ได้รับการการันตีว่าจะติด Top 44 เนเน่จึงได้โอกาสขึ้นเวทีถ่ายทอดสด เพื่อพิสูจน์ตัวเองต่อหน้าผู้ชมทั่วประเทศอีกครั้ง
“Black Hole Sun” เปลี่ยนเกม คว้า Live Golden Buzzer
เมื่อเข้าสู่รอบ Live Quarterfinals เนเน่ยกระดับการแสดงขึ้นอีกขั้นด้วยเพลง “Black Hole Sun” ของวง ซาวด์การ์เดน (Soundgarden)
โชว์ดังกล่าวเรียกเสียงปรบมือแบบยืนขึ้นจากกรรมการ และสร้างความประทับใจให้กับ เมล บี (Mel B) จนตัดสินใจกด Live Golden Buzzer ให้กับเนเน่
Golden Buzzer ครั้งนี้มีความหมายอย่างมาก เพราะส่งให้สาวไทยวัย 16 ปีข้ามรอบ Live Semifinal และผ่านเข้าสู่ รอบชิงชนะเลิศ โดยตรง
จากผู้เข้าแข่งขันที่ต้องถูกเรียกกลับมาออดิชันซ้ำเพื่อพิสูจน์ว่าคู่ควรกับ Top 44 เนเน่กลับพลิกสถานการณ์จนกลายเป็นหนึ่งในผู้เข้าชิงแชมป์ของซีซัน
“Seven Nation Army” เดิมพันครั้งสุดท้ายก่อนชิงแชมป์
หลังข้ามรอบรองชนะเลิศจากสิทธิ์ Golden Buzzer เนเน่กลับขึ้นเวทีอีกครั้งในรอบ Final พร้อมเลือกเพลงร็อกระดับไอคอนิก “Seven Nation Army” ของวง เดอะ ไวต์ สไตรป์ส (The White Stripes) มาเป็นบทพิสูจน์ครั้งสำคัญ
นี่คือหนึ่งในการแสดงที่สำคัญที่สุดของเธอ เพราะหลังจบโชว์ ชะตาของผู้เข้าแข่งขันไม่ได้อยู่ในมือกรรมการเพียงอย่างเดียวอีกต่อไป แต่ขึ้นอยู่กับคะแนน America’s Vote จากผู้ชมทั่วสหรัฐฯ
กระทั่งคืนประกาศผลวันที่ 23 กันยายน คะแนนโหวตจากผู้ชมส่งชื่อ เนเน่ รอยัล ขึ้นสู่ตำแหน่งผู้ชนะ America’s Got Talent ซีซัน 21 พร้อมคว้าเงินรางวัลใหญ่ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

