น้ำท่วมอยุธยาบานปลายเป็นประเด็นการเมือง ฝ่ายค้านนำชาวบ้านตีปี๊บถามหาความรับผิดชอบ ด้านรัฐบาลโต้กลับทันควัน วอนอย่าเอาความเดือดร้อนของประชาชนมาเป็นเกม
ปัญหาน้ำท่วมพระนครศรีอยุธยากลายเป็นประเด็นร้อนในทางการเมือง ภายหลังอดีต ส.ส.พรรคประชาชน นำชาวบ้านเข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมาธิการการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ตั้งคำถามการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาล โดยเฉพาะการเพิ่มการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาและการแจ้งเตือนประชาชนที่ล่าช้า ขณะที่แกนนำชาวบ้านใช้ “ปี๊บ” เป็นสัญลักษณ์แสดงความไม่พอใจ พร้อมนำไปมอบให้ ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ก่อนฝ่ายรัฐบาลออกมาชี้แจงว่าไม่ได้ละเลยปัญหา และกำลังเดินหน้าโครงการแก้ไขปัญหาน้ำในระยะยาว
นายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ อดีต ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคประชาชน พร้อมด้วยนายปุ้ย แสงนาค แกนนำชาวบ้าน และประชาชนในพื้นที่ เข้ายื่นหนังสือถึงนายเจษฎา ดนตรีเสนาะ ส.ส.ปทุมธานี พรรคประชาชน รองประธานคณะกรรมาธิการการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เพื่อสะท้อนปัญหาการระบายน้ำและผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนในพื้นที่พระนครศรีอยุธยาและภาคกลาง
นายทวิวงศ์ระบุว่า การเพิ่มการระบายน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยากำลังส่งผลกระทบต่อประชาชนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยมองว่ารัฐบาลยังเตรียมรับมือสถานการณ์ได้ไม่เพียงพอ เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการประเมินว่าปี 2569 จะเผชิญภาวะภัยแล้ง แต่หลังเกิดฝนตกต่อเนื่องในพื้นที่ภาคกลาง ปริมาณน้ำกลับเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
ขณะที่นายปุ้ย แสงนาค แกนนำชาวบ้านจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แสดงความไม่พอใจต่อการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลและกรมชลประทาน โดยนำ “ปี๊บ” มาตีระหว่างการแถลง พร้อมตั้งคำถามว่าหน่วยงานรัฐรับรู้แล้วหรือไม่ว่าขณะนี้ชาวอยุธยากำลังได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม
นายปุ้ยกล่าวว่า ที่ผ่านมามีการพูดถึงแนวโน้มภัยแล้งและปริมาณน้ำไม่มาก แต่สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้าม พร้อมวิจารณ์ว่าการบริหารจัดการน้ำยังไม่สามารถลดความเสียหายของประชาชนได้ และระบุว่าได้นำปี๊บมามอบให้นายปะดิธ สังขจาย ส.ส.พระนครศรีอยุธยา เขต 5 พรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็น ส.ส.ฝ่ายรัฐบาล เพื่อสะท้อนความไม่พอใจของชาวบ้านต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ด้าน นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะ ส.ส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย โพสต์ข้อความระบุว่า อย่าเอาความเดือดร้อนของประชาชนมาเล่นการเมือง การแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืน ในลุ่มน้ำเจ้าพระยาไม่สามารถใช้เวลา 3-5 เดือน ไม่ใช่ใช้เวลา 2 ปี หรือ 3 ปี แต่เราพูดกันถึงระยะเวลาอย่างน้อย 7-8 ปี ทุกคนรู้ว่าการแก้ไขปัญหาในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยามีทางออกเดียวคือจะต้องมีทางระบายน้ำขนาดใหญ่ บางบาล บางไทรเริ่มต้นปี 2563 ถึงวันนี้ 6 ปีแล้วยังไม่เสร็จ แต่อย่างน้อยโครงการได้เริ่มต้นไปแล้ว และจะแล้วเสร็จภายใน 2 ปีนี้ แต่ไม่ใช่ว่าบางบาลบางไทรหรือเจ้าพระยาสองจะแก้ปัญหาได้แบบเบ็ดเสร็จ แต่อย่างน้อยก็สามารถแบ่งเบาภาระประชาชนไปได้บ้าง
ขณะที่ นายปะดิธ สังขจาย ส.ส.พระนครศรีอยุธยา เขต 5 พร้อมด้วย ส.ส.พรรคภูมิใจไทยในจังหวัดทั้ง 5 เขต และ ส.ส.บัญชีรายชื่อของพรรค ร่วมกันชี้แจงกรณีถูกตั้งคำถามว่า หลังพรรคภูมิใจไทยได้รับความไว้วางใจจากชาวอยุธยาทั้งจังหวัด กลับไม่ดูแลปัญหาอุทกภัย
นายปะดิธ ยืนยันว่า ส.ส.พรรคภูมิใจไทย ทั้ง 6 คน ไม่เคยนิ่งนอนใจต่อความเดือดร้อนของประชาชน พร้อมชี้แจงข้อเท็จจริงว่า สถานการณ์น้ำท่วมในปัจจุบันไม่ได้ครอบคลุมทั่วทั้งจังหวัด แต่เกิดขึ้นเฉพาะบางพื้นที่ ได้แก่ อ.ผักไห่ และ อ.เสนา (เขต 5) รวมถึง อ.บางบาล (เขต 1) เท่านั้น ไม่ใช่ครอบคลุมทั้ง จ.พระนครศรีอยุธยา ในส่วนของการแก้ไขปัญหาระยะยาว ปัจจุบัน ส.ส.ทั้งหมดได้ร่วมกันติดตามและผลักดันโครงการสำคัญอย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการเจ้าพระยา 2 (บางบาล-บางไทร) ซึ่งการดำเนินงานใกล้จะแล้วเสร็จ โครงการประตูระบายน้ำคลองโผงเผง เพื่อช่วยแบ่งเบามวลน้ำระหว่างแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย ซึ่งคาดว่าจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและลดปริมาณน้ำที่จะเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนได้เป็นจำนวนมาก

