xs
xsm
sm
md
lg

ชะงัก! เลื่อนประชุมคดีฮั้ว สว. “อั้งยี่-ฟอกเงิน” เดือน ก.ย.นี้ รอ “อธิบดีดีเอสไอ” คนใหม่ มอบนโยบาย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



MGR Online- “ดีเอสไอ” เลื่อนประชุมคดีฮั้ว สว. “อั้งยี่-ฟอกเงิน” ไร้กำหนด หลัง ครม. มีมติแต่งตั้ง “ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล” เป็นอธิบดีดีเอสไอ รอกำหนดแนวทางการสอบสวน

จากกรณีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 22 ก.ย.2569 มีมติเห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง แทนตำแหน่งที่ว่าง ตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอจำนวน 6 ราย โดยแต่งตั้ง ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ มาดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แทน พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ โดยเฉพาะอาจเข้ามากำกับดูแลคดีฮั้ว สว. “อั้งยี่-ฟอกเงิน“ ซึ่งหลังจากนี้ ดีเอสไอ เตรียมทำหนังสือประสานไปยังสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) หลังมีมติไต่สวนในคดีทุจริตฮั้วเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 โดยมีการวินิจฉัยส่งฟ้องศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง จำนวน 77 ราย ทั้งคำแถลงเบื้องต้นและคำวินิจฉัยสำนวนฉบับเต็มที่จะต้องจัดทำภายใน 60 วัน เพื่อขอรายงานความเห็นวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ทั้ง 7 ราย นำมาประกอบสำนวนคดีของดีเอสไอ

วันนี้ (23 ก.ย.) รายงานข่าวจากกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ภายหลังจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มีการเปลี่ยนตัวอธิบดีดีเอสไอ จาก พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ เป็น ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล ที่จะมีการโอนย้ายจากอธิบดีกรมคุมประพฤติมานั้น ก็ทำให้สำนวนคดีอาญา “อั้งยี่-ฟอกเงิน“ สว. ส่อชะงักลงทันที โดยเดิมทีแรก คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษดีเอสไอและพนักงานอัยการ สำนักงานการสอบสวน เตรียมจะประชุมในช่วงสิ้นเดือน ก.ย.นี้ เพื่อวางกรอบและแนวทางการสอบสวนเพิ่มเติม การรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมตามคำสั่งอัยการคดีพิเศษที่ตีกลับสำนวน แต่เมื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติโยกย้าย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งมีฐานะเป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวนอยู่แล้วนั้น ให้เตรียมไปเป็นดำรงตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักนายกรัฐมนตรี เทียบเท่าระดับซี 11 ก็เป็นเหตุให้การประชุมนัดแรกของคณะพนักงานสอบสวนคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ต้องถูกเลื่อนออกไปไร้กำหนด และยังไม่มีกำหนดการใหม่ จนกว่า ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล จะได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้มาดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษอย่างเป็นทางการ

“อย่างไรก็ดี คณะพนักงานสอบสวนคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. จึงต้องรอการเข้าปฏิบัติหน้าที่ของ ร.ต.อ.ปิยะ เพื่อรอรับทราบแนวทางและนโยบายในคดีอาญา โดยเฉพาะในคดีที่เกี่ยวพันกับการทุจริตเลือกสมาชิกวุฒิสภาดังกล่าว ว่า ร.ต.อ.ปิยะ จะมีแนวทางและกำชับข้อปฏิบัติอย่างไรในการสอบสวนสำนวนคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. เพื่อดีเอสไอจะได้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นรอบคอบก่อนสรุปสำนวนส่งอัยการคดีพิเศษอีกครั้ง”