อ.ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ แถลงถึงเหตุผลที่กลุ่มบ้านพระอาทิตย์เตรียมเดินทางไปยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. โดยตั้งข้อสังเกตว่า มติและกระบวนการพิจารณาคดีที่ถูกเรียกว่า “ฮั้วเลือก ส.ว.” ยังมีหลายประเด็นที่ควรได้รับคำอธิบายให้ชัดเจน
กำหนดการเบื้องต้น กลุ่มของนายสนธิ ลิ้มทองกุล พร้อมเครือข่าย คปท. นัดหมายเดินทางไปที่สำนักงาน กกต. ในวันศุกร์ที่ **25 กันยายน 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป** เพื่อยื่นหนังสือและเรียกร้องคำชี้แจงเกี่ยวกับการพิจารณาคดีดังกล่าว ([สำนักข่าวแนวหน้า มั่นคง ตรงไป ตรงมา][1])
อ.ปานเทพระบุว่า เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญต้องการให้สมาชิกวุฒิสภาเป็นอิสระจากพรรคการเมือง เพราะ ส.ว. มีบทบาทสำคัญเกี่ยวกับการให้ความเห็นชอบบุคคลที่จะเข้าไปดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ ซึ่งองค์กรเหล่านี้มีหน้าที่ตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจทางการเมือง
ดังนั้น หากกระบวนการได้มาซึ่ง ส.ว. มีข้อสงสัยเรื่องความสุจริตหรือการครอบงำจากฝ่ายการเมือง ก็ย่อมส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของระบบตรวจสอบถ่วงดุลโดยตรง
อีกประเด็นที่ อ.ปานเทพหยิบยกขึ้นมาตั้งคำถาม คือการพิจารณาตามมาตรา 62 ของกฎหมายว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา โดยเห็นว่า หากมีหลักฐานอันควรเชื่อว่าผู้สมัครกระทำหรือรู้เห็นกับการเลือกที่ไม่สุจริตหรือไม่เที่ยงธรรม กฎหมายมีช่องทางให้ กกต. ยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาเพื่อพิจารณาเพิกถอนสิทธิได้
อ.ปานเทพจึงตั้งคำถามว่า กกต. ได้พิจารณาพยานหลักฐานในส่วนนี้อย่างครบถ้วนแล้วหรือไม่ โดยเฉพาะกรณีพยาน 3 ปากที่มีการกลับคำให้การ ซึ่งถูกนำมาใช้ประกอบการพิจารณา ขณะที่ยังมีข้อสงสัยถึงกระบวนการไต่สวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกลับคำดังกล่าว
นอกจากนี้ ยังตั้งข้อสังเกตถึงการตรวจสอบเส้นทางการเงินว่า ได้ดำเนินการต่อเนื่องจนสามารถเชื่อมโยงข้อเท็จจริงทั้งหมดแล้วหรือไม่ เพราะหากมีข้อสงสัยว่าการเลือก ส.ว. เป็นกระบวนการที่มีการจัดการอย่างเป็นระบบ การตรวจสอบเส้นทางการเงินย่อมเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญที่ควรถูกตรวจสอบให้ถึงที่สุด
การเคลื่อนไหววันที่ 25 กันยายนนี้ จึงเป็นการยื่นหนังสือเพื่อขอคำอธิบายจาก กกต. โดยเฉพาะประเด็นมติคดีฮั้ว ส.ว. การพิจารณาตามมาตรา 62 พยานที่กลับคำให้การ และการตรวจสอบเส้นทางการเงิน ซึ่งกลุ่มผู้เคลื่อนไหวเห็นว่ายังมีคำถามที่ควรได้รับคำตอบอย่างชัดเจน

