จับตาคดี 44 อดีต สส.ก้าวไกล ปมเสนอแก้ ม.112 ศาลเร่งไต่สวนพยานสภาฯ ให้ข้อมูลสำคัญ คาดกระบวนการจบเร็วกว่ากำหนด รู้ผลชี้ชะตาทางการเมือง มีนาคมปีหน้า
คดี 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล กำลังเดินหน้าสู่ขั้นตอนสำคัญในชั้นไต่สวนของศาลฎีกา หลังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ยื่นคำร้องขอให้ศาลวินิจฉัยกรณีฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง จากการเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยขณะนี้ศาลอยู่ระหว่างไต่สวนพยานฝ่ายผู้ร้อง ขณะที่ฝั่งผู้คัดค้านมีการปรับแผนการไต่สวนใหม่ ส่งผลให้กรอบเวลาของคดีอาจเสร็จเร็วขึ้นจากกำหนดเดิม
ที่ศาลฎีกา ถนนราชดำเนิน วันที่ 22 กันยายน 2569 ศาลนัดไต่สวนพยานฝ่ายผู้ร้องในคดีหมายเลขดำที่ คมจ. 1/2569 เป็นนัดที่ 2 จากทั้งหมด 4 นัด โดยมีพยานฝ่ายผู้ร้องที่ต้องเข้าไต่สวนรวม 9 ปาก หลังจากก่อนหน้านี้ศาลได้ไต่สวน นายยุทธภูมิ เทพหัสดิน ณ อยุธยา พนักงานไต่สวนระดับสูง สำนักไต่สวนการทุจริตภาคการเมืองและองค์กรตามรัฐธรรมนูญ สำนักงาน ป.ป.ช. ซึ่งเป็นพยานผู้ร้องปากแรกไปแล้ว
สำหรับการไต่สวนในวันนี้ มีพยานเข้าเบิกความ 3 ปาก ล้วนเป็นข้าราชการและอดีตข้าราชการในสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้แก่ นายสุวัฒน์ คีรีวิเชียร นิติกรสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร นางสินี ส้มมี ผู้อำนวยการสำนักการประชุม สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และว่าที่ ร.ต.อาพัทธ์ สุขนันท์ อดีตเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
พยานทั้ง 3 ปากให้ข้อมูลต่อศาลเกี่ยวกับเอกสารและบันทึกข้อความที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการเสนอร่างกฎหมาย ทั้งขั้นตอนการเสนอร่าง การตรวจสอบลายมือชื่อของผู้เสนอร่างแก้ไขกฎหมาย รวมถึงประเด็นที่มีการแจ้งว่าร่างกฎหมายที่เสนอมีปัญหาเกี่ยวกับความสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ
หลังการไต่สวนพยานทั้ง 3 ปากเสร็จสิ้น ศาลนัดไต่สวนพยานฝ่ายผู้ร้องครั้งต่อไปในวันที่ 20 ตุลาคม 2569 เวลา 09.30 น. โดยคาดว่าจะมีอดีต สส.พรรคก้าวไกลที่ไม่ได้ร่วมลงชื่อเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 เข้าไต่สวน
ขณะเดียวกัน ในส่วนของพยานฝ่ายผู้คัดค้าน มีการปรับแผนการไต่สวน โดยยกเลิกนัดไต่สวน 4 นัดสุดท้าย และเพิ่มจำนวนพยานในบางนัดเป็น 4-5 ปาก เพื่อให้การไต่สวนดำเนินไปได้รวดเร็วขึ้น ทั้งนี้ ส่งผลให้จากเดิมที่คาดว่าอาจเสร็จสิ้นภายในวันที่ 18 พฤษภาคม 2570 มาเป็นภายในเดือนมีนาคม 2570

