‘พลพีร์’ มท.2 เล็งตรวจสอบทุนอิสราเอล ซื้อที่ดิน 3 จังหวัดชายแดนใต้เกือบ 100 ล้าน เร่งหาข้อมูลวัตถุประสงค์การไปซื้อ กังวลอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางศาสนา
วันนี้ ( 22 ก.ย. 2569) นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีมีเบาะแสว่าจะมีการเปิดชาบัดแห่งใหม่ที่ จ.กระบี่ ว่า ภาพรวมชาบัดทั้งประเทศขณะนี้พบว่ามี 8-9 แห่ง อย่างที่ จ.ภูเก็ต ได้มีการสั่งการไปยังผู้ว่าฯภูเก็ต ให้มีความเข้มข้นในการเข้าไปตรวจสอบ
ซึ่งจากการตรวจสอบ พบข้อพิรุธในการขอใบอนุญาต ทั้งการต่อเติมบนชั้น 6 ซึ่งมีระยะเวลาให้ทางชาบัด 30 วัน ถ้าหากไม่มาขออนุญาต หรือยื่นเอกสารอย่างเป็นทางการ คงจะต้องมีการทุบ
นายพลพีร์ กล่าวว่า ชาบัดใน จ.ภูเก็ต ที่ไปพบเจอว่ามีการขายของ ซึ่งส่วนมากเป็นสินค้านำเข้าแล้วไม่มี อย. คำถามคือนำเข้ามาได้อย่างไร ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะออกเอกสารเพื่ออายัดสินค้าไม่ให้มีการจำหน่าย
ส่วนชาบัดในภาคใต้ที่กำลังก่อสร้าง คงต้องให้ผู้ว่าฯจังหวัดไปตรวจส ขณะเดียวกันตนได้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ดูว่ามีการครอบครองที่ดินถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ การขออนุญาตก่อสร้างเป็นอย่างไร รวมทั้งเส้นเงินที่นำมาใช้สร้างชาบัด เนื่องจากไม่ได้เป็นสถานที่สร้างรายได้ได้ ฉะนั้นหากนำเงินมาลงทุน ไม่ว่าจะ 20 ล้าน หรือ 100 ล้าน ก็อยากรู้ว่านำเงินมาจากไหน
นอกจากนี้มี สส. หลายคนเข้ามาคุยว่าขณะนี้มีเครือข่ายชาวอิสราเอล โดยเฉพาะบริษัทที่ทำสุสานและธุรกิจอื่น ๆ ไปกว้านซื้อที่ดินในสามจังหวัดชายแดนใต้มูลค่าเกือบร้อยล้านบาท ซึ่งในอนาคตอันใกล้ตนจะลงพื้นที่ไปตรวจสอบด้วยตนเองว่าเป็นพื้นที่ใคร มีวัตถุประสงค์ใดในการไปซื้อที่ดินใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะกังวลว่าหากใช้พื้นที่ในการทำกิจกรรม อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางศาสนา หรือวัฒนธรรมในชุมชนจะเกิดปัญหาตามมาอีก

