ชำแหละ “กยศ.” แดนสนธยาหมื่นล้าน EP.1: รัฐตีปี๊บ “เงินมีพอ” กลบแผลเน่า “ถังแตก-ทุจริต”?
เจาะลึกวิกฤต กยศ. เมื่อกระทรวงการคลังตีปี๊บอ้างเงินพอ แต่ความจริงกองทุนเผชิญภาวะถังแตก งบขาด 7 พันล้านบาท พร้อมแฉขบวนการทุจริตสวมสิทธินักศึกษาผีแลกวุฒิ ปวส. รอยรั่วแสนล้านที่ไร้คนรับผิดชอบ
การออกมาแถลงของกระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อหวังสยบคลื่นลมพายุที่กำลังโหมกระหน่ำ “กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กศย.)” แท้จริงแล้วนี่คือการ “ตีปี๊บ” เพื่อซื้อเวลาและโรยยาบาดแผลฉกรรจ์ที่ฝังลึกทั้งวิกฤตสภาพคล่องที่เข้าขั้น “ถังแตก” และยอดภูเขาน้ำแข็งของขบวนการ “ทุจริตสูบเลือด” ที่บ่อนทำลายกองทุนนี้มายาวนานกว่าทศวรรษ
“คลัง” การันตีไร้รอยต่อ หรือแค่เตะถ่วงเวลา?
นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และโฆษกกระทรวงการคลัง ยืนยันเสียงแข็งว่า กยศ. มีสภาพคล่องเพียงพอ จะมีการจัดสรรงบประมาณให้พอใช้จ่ายในแต่ละเดือน ควบคู่กับการปรับแผนตามหนี้เพื่อดึงเงินกลับมาหมุนเวียน พร้อมการันตีด้วยวาทกรรมสวยหรูว่า “จะไม่มีใครเสียโอกาสทางการศึกษาเพราะข้อจำกัดของงบประมาณ”
ข้อมูลที่รัฐบาลนำมากางบนโต๊ะระบุว่า ปัจจุบันมีผู้ได้รับการอนุมัติไปแล้ว 137,874 ราย (คิดเป็น 64%) ขณะที่อีก 77,164 ราย (36%) ยังอยู่ในขั้นตอนที่มหาวิทยาลัยรวบรวมรายชื่อส่งมา ซึ่งรัฐบาลโยนลูกว่าความล่าช้าเกิดจากขั้นตอนการตรวจสอบของสถาบันการศึกษา ไม่ใช่เพราะกองทุนไม่มีเงิน นอกจากนี้ ยังเตรียมประชุมบอร์ด กยศ. ในวันที่ 24 กันยายน 2569 เพื่อขยายกรอบเงินหมุนเวียนอุ้มผู้กู้ที่ล้นโควตามาอีก 12,786 ราย (5%)
ท่าทีของการคลังที่พยายามบอกสังคมว่า “ทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุม” โดยอ้างถึงการลดขั้นตอนเอกสาร นำฐานข้อมูลบัตรสวัสดิการแห่งรัฐมาใช้เพื่อความรวดเร็ว ถือเป็นการแก้ปัญหาเชิงกระบวนการที่น่าชื่นชม แต่หากมองทะลุลงไปใน “สถานะทางการเงินที่แท้จริง” ของกองทุน คำแถลงนี้อาจเป็นเพียงการปั้นตัวเลขเพื่อกลบเกลื่อนหายนะของกองทุน
เจาะงบ 5 ปี: ยาแรงอุ้มลูกหนี้ VS กองทุนหด
เพื่อสะท้อนภาพ “สภาพคล่องหดหาย” อย่างเป็นรูปธรรม ต้องนำสถิติผลการดำเนินงานของ กยศ. ในรอบ 5 ปีย้อนหลังมาเป็นเครื่องพิสูจน์ ข้อมูลตัวเลขชี้ชัดว่า กยศ. กำลังเผชิญภาวะ “ช็อกทางสภาพคล่อง” ซึ่งเป็นผลพวงโดยตรงจากการบังคับใช้ พ.ร.บ. กยศ. ฉบับแก้ไขใหม่ ที่เข้าไปรื้อโครงสร้างการชำระหนี้ทั้งระบบ
•รายจ่ายพุ่งปรี๊ด-รายรับร่วงกราว: สถิติในปี 2565 กองทุนมียอดรับชำระหนี้อยู่ที่ 28,540 ล้านบาท แต่พอเข้าสู่ปี 2566 ยอดรับชำระหนี้กลับหดตัวลงเหลือเพียง 25,719 ล้านบาท ในทางกลับกัน ยอดการปล่อยกู้ยืมในปี 2566 กลับพุ่งทะยานขึ้น 13% จาก 40,790 ล้านบาท เป็น 46,168 ล้านบาท แค่ส่วนต่างของปีเดียว กองทุนก็มีกระแสเงินสดติดลบ ในการดำเนินงานหลักสูงถึงกว่า 20,449 ล้านบาท
•“ยาแรง” ทำลูกหนี้หายใจคล่อง แต่กองทุนจมดิ่ง: การเดินเครื่องคำนวณยอดหนี้ใหม่ กว่า 3.65 ล้านบัญชี ในช่วงปี 2567 สร้างปรากฏการณ์เปลี่ยนชีวิตลูกหนี้ การเปลี่ยนลำดับตัดชำระหนี้มาเป็น “ตัดต้นเงิน -> ดอกเบี้ย -> เบี้ยปรับ” ทำให้ผู้กู้กว่า 2.8 ล้านรายมียอดหนี้ลดลงฮวบฮาบ และมีลูกหนี้ถึง 177,936 รายที่สามารถปิดบัญชีชำระหนี้ได้เสร็จสิ้น
•ตัวเลขเหล่านี้ยืนยันว่า ลูกหนี้มีแนวโน้มชำระหนี้และปิดบัญชีได้ดีขึ้นจริง เพราะระบบใหม่มีความเป็นธรรม ไม่ถูกสูบเลือดเหมือนในอดีต แต่นัยอีกด้านหนึ่ง นี่คือ “ยาแรง” สำหรับกระแสเงินสดรับของกองทุน เมื่อเม็ดเงินที่เคยหล่อเลี้ยงกองทุนจากดอกเบี้ยมหาศาลและเบี้ยปรับ 18% หายวับไป โดยเหลือดอกเบี้ย 1% และเบี้ยปรับ 0.5% กองทุนจึงสูญเสียรายได้ส่วนเพิ่มไปมหาศาล เมื่อรายรับหลักลดลงแต่รายจ่ายค่าเทอมเด็กรุ่นใหม่พุ่งสูงขึ้น ช่องว่างนี้จึงขยายตัวใกล้ “ถังแตก” อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
การที่รัฐบาลบอกว่ามีแผนตามหนี้เพื่อนำมาหมุนเวียนนั้น ในทางปฏิบัติแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเก็บเงินสดได้ทันกับรายจ่ายค่าเทอมและค่าครองชีพที่ต้องจ่ายออกไปทุกภาคเรียน หากไม่มีการอัดฉีดงบประมาณจากรัฐ (ภาษีประชาชน) เข้ามาเติม กยศ. ก็มีสภาพไม่ต่างจากบริษัทที่กำลังรอวันประกาศล้มละลาย
ความจริงสวนทาง: สภาฯ เดือด-งบขาด 7 พันล้าน
คำแถลงของกระทรวงการคลัง ยังถูกตีแสกหน้าด้วยภาพความเป็นจริงในสมรภูมิการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 เมื่อตัวเลขบนหน้ากระดาษกับความอยู่รอดของนักศึกษาไม่สอดคล้องกัน
•ตัวเลขลวงตาของการเพิ่มงบ: แม้รัฐบาลจะอ้างความสำเร็จในการจัดสรรงบประมาณปี 2570 ให้ กยศ. เพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 9,000 ล้านบาท จาก 5,100 ล้านบาทในปี 2569 แต่ฝ่ายค้านในนาม “ครม.เงา” นำโดยพรรคประชาชน ได้เปิดแผลกลางสภาฯ ว่าตัวเลขดังกล่าว ยังห่างไกลจากความต้องการจริง กยศ. ยังคงเผชิญภาวะขาดดุลอยู่อีกราว 7,000 ล้านบาท
•โดมิโนความพินาศของระบบการศึกษา: ฝ่ายค้านงัดผลโพลผู้ได้รับผลกระทบกว่า 1,600 คน มาตอกย้ำว่า การบริหารสภาพคล่องที่ผิดพลาดนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องตัวเลขทางบัญชี แต่หมายถึงชีวิตของเยาวชน หากเงินกู้ยังสะดุด นักศึกษาถึง 45% อาจต้องลาออก ย้ายที่เรียน หรือดร็อปเรียน การเรียกร้องให้รัฐบาลกล้าตัดสินใจล้วง “งบกลาง” มาแก้ปัญหาเฉพาะหน้า จึงสะท้อนให้เห็นว่าสถานการณ์จริงนั้นวิกฤตกว่าที่กระทรวงการคลังพยายามจัดฉากให้ดูสวยงาม
"นักศึกษาผี" อัปยศการศึกษาไทย
วิกฤตของ กยศ. ไม่ได้มีแค่เรื่องการเงินฝืดเคือง แต่ยังถูกซ้ำเติมด้วยการสูบเลือดกองทุนมาอย่างยาวนาน ล่าสุด กระทรวงศึกษาธิการ โดย นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รมว.ศึกษาธิการ ต้องสั่งสอบด่วนหลังพบพฤติการณ์ทุจริตในวิทยาลัยเอกชน 4 แห่ง (จ.บึงกาฬ 2 แห่ง, สกลนคร 1 แห่ง, หนองบัวลำภู 1 แห่ง)
•พฤติการณ์สวมสิทธิ: สถาบันเหล่านี้นำรายชื่อบุคคลภายนอกมา “สวมสิทธิ” เบิกเงิน กยศ. โดยบุคคลเหล่านั้นไม่ต้องมาเรียนจริง แลกกับการแจกวุฒิ ปวส. ให้ฟรีๆ ส่วนวิทยาลัยรับเงินค่าเทอมจากรัฐเข้ากระเป๋าไปเต็มๆ
•รูรั่วเชิงระบบ: แม้โฆษกกระทรวงการคลัง จะพยายามตีวงความเสียหายโดยระบุว่านี่เป็นเพียง “เรื่องเฉพาะราย” และปัจจุบันมีการเชื่อมฐานข้อมูลรัฐแล้ว แต่ทว่า นี่คือยอดภูเขาน้ำแข็งของปัญหาที่ฝังรากลึก การทุจริตลักษณะ “นักศึกษาผี”, การปั้นเอกสารรายได้เท็จ, หรือการสมยอมกันระหว่างผู้กู้และสถาบันเพื่อปอกลอกเงินแผ่นดินกองทุน กยศ. เกิดขึ้นซ้ำซากมานับทศวรรษ
•ผลประโยชน์ทับซ้อน: ช่องโหว่สำคัญคือการที่ กยศ. ยืมจมูกสถาบันการศึกษาหายใจ มอบอำนาจให้สถาบันเป็นผู้คัดกรองและรับรองคุณสมบัติผู้กู้ ทั้งที่สถาบันเหล่านั้นคือ “ผู้รับผลประโยชน์” โดยตรง เมื่อไร้ระบบสุ่มตรวจเชิงรุกที่มีประสิทธิภาพ กองทุนหมื่นล้านจึงกลายเป็นเค้กก้อนโตให้สถานศึกษาที่ไร้ธรรมาภิบาลรุมทึ้ง
ปรากฏการณ์ที่กระทรวงการคลังต้องออกมาตีปี๊บสร้างความมั่นใจ รัฐมนตรีศึกษาธิการไล่บี้จับวิทยาลัยทุจริต และสภาผู้แทนราษฎรเดือดดาลเรื่องงบประมาณที่ขาดหาย ล้วนเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ “ปลายเหตุ” ตราบใดที่รัฐบาลยังคงมองปัญหา กยศ. เป็นเพียงเรื่องของการ “หาเงินมาอุดรอยรั่ว” และ “ไล่จับคนโกงเป็นรายคดี” โดยไม่กล้าแตะต้องโครงสร้างอำนาจที่บิดเบี้ยว กองทุนนี้ก็จะยังคงเป็น “แดนสนธยา” ที่ผลาญงบประมาณแผ่นดินต่อไป
คำถามที่ท้าทายสังคมไทยในเวลานี้คือ ทำไมการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างการดึง “มืออาชีพ” มาบริหารกองทุนพร้อมด้วยการวัด KPI พิสูจน์ฝีมือและผลงาน หรือการลาก “มหาวิทยาลัย” มาร่วมรับผิดชอบหนี้เสีย ถึงไม่เคยเกิดขึ้นจริง? ผู้มีอำนาจกำลังปกป้องผลประโยชน์ของใคร?
ติดตามการเจาะลึกรากเหง้าการเมืองประชานิยม มะเร็งร้ายทำลายวินัยการคลังกระชากหน้ากากผู้กุมบังเหียน “บอร์ดตรายาง” และเครือข่าย “เสือนอนกิน” พร้อมยุทธศาสตร์การรื้อโครงสร้างผ่าตัดใหญ่เพื่อกอบกู้ กยศ. ให้เป็น “เครื่องยนต์สร้างทุนมนุษย์ของชาติ” อย่างแท้จริง ได้ใน ชำแหละ “กยศ.” แดนสนธยาหมื่นล้าน EP.2

