“รุทธพล” แจงคดีฮั้ว สว.รอคำวินิจฉัย กกต.ก่อนส่งอัยการ ย้ำ DSI เดินหน้าตามพยานหลักฐาน ปัดข่าวเรียกสอบเดือน ก.ย.ยันไม่มีใบสั่งการเมืองแทรกแซง ชี้สำนวนรวบรวมไว้ตั้งแต่ก่อนรับตำแหน่ง
พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงคดี ฮั้ว สว. ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) จะมีการส่งให้ทางอัยการพิจารณาได้เมื่อใด ว่า เท่าที่ทราบ คงต้องรอคำวินิจฉัยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งมีคำร้องส่งไปที่ศาลฎีกา จากนั้นถึงจะมีความชัดเจน และจะมีการประสานกับทางอัยการ ซึ่งอัยการก็เป็นคณะกรรมการในการสอบสวนร่วมด้วย เมื่อได้เอกสารคำวินิจฉัย จึงจะมีการดำเนินการต่อ อีกครั้ง
เมื่อถามว่าถึงกรณีที่มีรายงานข่าวว่าจะมีการเรียก มาในเดือนกันยายนนี้ รวมถึงการที่กกต. ไม่สั่งฟ้องแกนนำพรรคการเมือง จะมีสิทธิ์นำเรื่องนี้มาพิจารณา เกี่ยวกับการฟอกเงินด้วยหรือไม่ พลตำรวจโท รุทธพล กล่าวว่า มีการแจ้งว่าข่าวที่ออกมาไม่ตรง กับทาง DSI จึงมีหนังสือ ยืนยันในเพจ DSI โดยขอให้ฟังข่าวจาก DSI ซึ่งตนเองยอมรับว่าได้เห็นจากข่าวๆ แต่เมื่อมีการสอบถามแล้ว แต่ทาง DSI บอกว่า ไม่มีการแจ้งไม่มีอะไร ตนจึงอยากให้รับฟังข้อมูลข่าวสารจากทางเพจ DSI น่าจะชัดเจนกว่า
เมื่อถามย้ำว่าเรื่องนี้เกี่ยวกับการโยกย้าย อธิบดี DSI หรือไม่ถึงมีข่าวออกมาเพื่อดิสเครดิต พลตำรวจโท รุทธพล ระบุว่า ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกัน
ส่วนที่ กกต. มีมติส่งฟ้อง 77 สว. แล้วทาง DSI จะมีการส่งฟ้องม่กกว่า 8 ราย หรือไม่ พลตำรวจโท รุทธพล ย้ำว่า จะต้องรอดูคำวินิจฉัยของ กกต. ให้ชัดเจนก่อน ซึ่งคณะกรรมการสืบสวนคดีพิเศษ ที่ 24 จะต้องมีการนำมาพิจารณากันอีกครั้ง
เมื่อถามกรณี สว.สีส้ม นั้นจะมีการทำสำนวนใหม่ ตั้งเป็นคดีพิเศษใหม่หรือไม่ พลตำรวจโท รุทธพล กล่าวว่า เรื่องยังไม่มีเข้ามาในระบบของ DSI ซึ่งตนยังไม่ทราบในละเอียดเรื่องนี้
และเมื่อถามย้ำอีกว่า กกต. มีมติส่งฟ้อง 77 สว.แต่ DSI ส่งฟ้องแค่ 8 ราย เหมือนเป็นการมีใบสั่งทางการเมืองเข้ามาแทรกแซงการทำงานของ DSI หรือไม่ พลตำรวจโท รุทธพล มองว่า เป็นเรื่องของพยานหลักฐาน ซึ่งยืนยันว่า ในเรื่องของสำนวน ทางฝ่ายการเมือง และตนในฐานะกระทรวงยุติธรรม ไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายอยู่แล้ว เพราะเขาก็ดำเนินการไป และในส่วนนี้ก็มีทั้งอัยการเข้ามาร่วมสอบสวนด้วย ตนเชื่อว่า พนักงานสอบสวน แม้กระทั่งอธิบดี DSI ก็ไม่สามารถชี้นำได้ เพราะพยานหลักฐานถูกรวบรวมก่อนที่ตนจะมารับตำแหน่งด้วย ซึ่งก็น่าจะเป็นการพิจารณาจากพยานหลักฐานที่ได้รวบรวมไว้ก่อนแล้ว

