xs
xsm
sm
md
lg

รัฐบาลจ่อหั่นภาษีน้ำมัน หลังทนเสียงวิจารณ์ไม่ไหว 'ศิริกัญญา' สับแจกเงินอุ้มการเมือง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



รัฐบาลทนเสียงวิจารณ์ไม่ไหว เตรียมหั่นภาษีน้ำมันชีวภาพเพื่อลดค่าครองชีพ ด้าน "ศิริกัญญา" สวนกลับ ชี้มาตรการเยียวยาอื่นเป็นแค่เกมการเมืองเพื่ออุ้มคะแนนนิยมที่ตกต่ำ

ภายหลังรัฐบาลเผชิญเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและเยียวยาประชาชนที่ผ่านมาอาจยังไม่ตรงกับปัญหาค่าครองชีพ โดยเฉพาะเมื่อราคาพลังงานยังอยู่ในระดับสูง ล่าสุดรัฐบาลเริ่มปรับท่าที เตรียมงัด “ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน” ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้ เข้ามาเสริมการดูแลราคาพลังงาน ขณะที่กระทรวงการคลังย้ำจะไม่ลดภาษีแบบหว่านแห แต่จะมุ่งเป้าไปยังน้ำมันชีวภาพ เพื่อให้ประโยชน์ตกถึงเกษตรกรไทย ควบคู่กับการรักษาวินัยการคลัง

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาเตรียมใช้นโยบายลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน เพื่อเป็นหนึ่งในมาตรการบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนจากวิกฤตราคาพลังงาน โดยหลักการสำคัญจะไม่ใช่การลดภาษีแบบครอบคลุมทุกประเภท แต่จะพุ่งเป้าไปที่น้ำมันชีวภาพ โดยเฉพาะ E20 และ B20

นายเอกนิติ อธิบายว่า E20 มีส่วนผสมของเอทานอล ซึ่งผลิตจากผลผลิตทางการเกษตร เช่น อ้อยและมันสำปะหลัง ขณะที่ B20 มีส่วนผสมของไบโอดีเซลที่ผลิตจากน้ำมันปาล์ม ดังนั้น การกำหนดเงื่อนไขในการลดภาษีจึงมีเป้าหมายให้เม็ดเงินและผลประโยชน์จากมาตรการส่งต่อไปถึงเกษตรกรไทย ทั้งผู้ปลูกอ้อย มันสำปะหลัง และปาล์มน้ำมัน

ทั้งนี้ การบริหารจัดการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน จะทำอย่างเป็นระบบร่วมกับกระทรวงพลังงาน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด และไม่กระทบต่อฐานะทางการคลังของประเทศ ซึ่งรัฐบาลได้วางเครื่องมือในการดูแลราคาพลังงานไว้ 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่ 1.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นเครื่องมือหลักแรกที่นำมาใช้ในการพยุงราคา 2.การขอความร่วมมือลดค่าการกลั่นจากโรงกลั่น เพื่อนำมาช่วยลดราคาน้ำมันให้แก่ประชาชน และ 3. ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ซึ่งเป็นเครื่องมือที่รัฐบาลยังไม่ได้นำมาใช้ เพราะหากลดภาษีจะทำให้รายได้ของรัฐลดลง แต่รายจ่ายยังคงสูง ต้องแลกด้วยการกู้เงิน

ขณะที่ นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงโครงการไทยช่วยไทยพลัสว่า มีแนวโน้มจะเป็นการให้เงินช่วยเหลือ 1,000 บาท เป็นระยะเวลา 2 เดือน หรือเดือนละ 500 บาท ซึ่งถือว่าเป็นโครงการที่มีขนาดเล็กลงจากแนวทางเดิมที่เคยพูดถึงการให้เดือนละ 1,000 บาท เป็นเวลา 4 เดือน

นางสาวศิริกัญญา กล่าวว่า ปัญหาคือยังคงเป็นการเยียวยาในรูปแบบเดิมๆ ที่ผ่านมาก็เห็นได้ชัดแล้วว่า มีความล้มเหลวทุกมิติในฐานะที่เป็นมาตรการเยียวยาก็ไม่มั่นใจว่าทำไมต้องให้ประชาชนเติมเงินอีก 40% ถ้าจะเยียวยาสามารถให้ไปทางก้อนได้เลยเพื่อช่วยเหลือเรื่องค่าครองชีพประชาชน แต่ในท้ายที่สุดค่าครองชีพประชาชนไม่ลดลง เนื่องจากว่าราคาน้ำมันยังพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่องอยู่ดี ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพในระดับถัดไป โดยเป้าหมายที่รัฐบาลต้องการสำหรับโครงการนี้คือ การกระตุ้นความนิยม เพราะช่วงนี้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ก็อาจต้องมีโครงการอะไรบางอย่างเพื่อให้ประชาชนสบายใจมากยิ่งขึ้น เพื่อกระตุ้นความนิยมทางการเมือง

"แต่ดิฉันก็พูดเลยว่า เป้าหมายนี้ก็ล้มเหลว ไม่คิดว่าการแจกเงินเพิ่มอีก 500 บาทในเวลา 2 เดือน จะช่วยกระตุ้นความนิยมที่กำลังตกต่ำของรัฐบาลในขณะนี้ได้เลย" นางสาวศิริกัญญากล่าว