xs
xsm
sm
md
lg

ชลบุรีกางผลงานล่านอมินี! เอกซเรย์ทุนต่างชาติ 14,264 ราย พบกลุ่มเสี่ยงสูง 39 ราย ลุยขยายผลผู้ทำบัญชีโยง 341 บริษัท

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



ศูนย์ขาวศรีราชา - จังหวัดชลบุรีผนึ กมธ.ต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินหน้าเอกซเรย์ธุรกิจต่างชาติและ “นอมินี” ทั่วจังหวัด เปิดข้อมูลล่าสุดพบนิติบุคคลที่มีต่างชาติร่วมถือหุ้น 14,264 ราย พบกลุ่มเสี่ยงสูง 39 ราย ส่งตำรวจขยายผลแล้ว 5 บริษัท ขณะที่ DSI เรียกตรวจสอบ 57 ราย ด้านพาณิชย์จังหวัดขยายผลผู้ทำบัญชีกลุ่มเสี่ยง 10 ราย เชื่อมโยงนิติบุคคลกว่า 341 บริษัท

นายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี พร้อมด้วยนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา พล.ต.ต.พงศ์พันธ์ วงษ์มณีเทศ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อติดตามและตรวจสอบการใช้สิทธิประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติในประเทศไทย โดยมีนายวสวรรธน์ พวงพรศรี รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง นำคณะเข้าร่วม เมื่อเร็วๆนี้ ที่ศาลากว่าการเมืองพัทยา
สาระสำคัญของการประชุมอยู่ที่การตรวจสอบ นิติบุคคลกลุ่มเสี่ยงและธุรกิจนอมินี ซึ่งจังหวัดชลบุรีมีนิติบุคคลที่มีต่างชาติร่วมถือหุ้นทั้งหมด 14,264 ราย โดยคณะทำงานได้สุ่มตรวจเชิงลึกกลุ่มเป้าหมายระยะแรก 70 ราย พบกลุ่มที่ถูกจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง 39 ราย ก่อนส่งข้อมูลให้ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรีดำเนินการและขยายผล โดยขณะนี้มี 5 บริษัทที่ถูกออกหมายค้นแล้ว

ขณะเดียวกัน กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI ได้เรียกนิติบุคคลเข้าตรวจสอบ 57 ราย และมี 2 รายที่ถูกส่งดำเนินคดีแล้ว ส่วนสำนักงานพาณิชย์จังหวัดชลบุรีเดินหน้าตรวจสอบบริษัทที่มีปัญหาเรื่องสถานที่ตั้งหรือการเก็บรักษาบัญชี พร้อมขยายผลไปยังผู้ทำบัญชีกลุ่มเสี่ยง 10 ราย ซึ่งจากการตรวจสอบพบความเชื่อมโยงกับนิติบุคคลมากกว่า 341 บริษัท รวมถึงการตรวจค้นนิติบุคคลสัญชาติรัสเซียอีก 14 บริษัท

ประเด็นการตรวจสอบไม่ได้จำกัดเฉพาะธุรกิจนอมินี แต่ยังขยายไปถึงการประกอบธุรกิจและการถือครองอสังหาริมทรัพย์ของชาวต่างชาติ โดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองดำเนินคดีเกี่ยวกับความผิดของคนต่างด้าวแล้ว 272 ราย ขณะที่สำนักงานที่ดินจังหวัดชลบุรีตรวจพบนิติบุคคลที่ถือครองที่ดินไม่ถูกต้อง 352 ราย และมีคำสั่งให้จำหน่ายที่ดินแล้ว 133 ราย นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบนิติบุคคลที่มีต่างชาติถือหุ้น 100% อีก 1,030 ราย

การประชุมครั้งนี้จึงเป็นการบูรณาการข้อมูลระหว่างจังหวัดชลบุรี เมืองพัทยา คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ตำรวจ DSI สำนักงานพาณิชย์ สำนักงานที่ดิน และหน่วยงานความมั่นคง เพื่อให้การตรวจสอบโครงสร้างการถือหุ้น การประกอบธุรกิจ และการถือครองทรัพย์สินของชาวต่างชาติเป็นไปอย่างรัดกุม โดยเฉพาะการป้องกันการใช้คนไทยหรือนิติบุคคลไทยเป็นผู้ถือหุ้นแทน ซึ่งหากพบพฤติการณ์เข้าข่ายกระทำผิด จะมีการดำเนินการตามกฎหมายต่อไป