“ดร.ณัฐวุฒิ” ยื่นหนังสือกล่าวโทษทางวินัยร้ายแรง รองผู้การฯ โรงเรียนนายร้อยตำรวจ ปมถูกกล่าวหาคุกคามทางเพศข้าราชการหญิง ใช้อำนาจหน้าที่กดดันและแอบอ้างผู้บังคับบัญชา จี้ตั้งกรรมการสอบ-ย้ายออกจากตำแหน่งภายใน 24 ชั่วโมง ขณะที่ฝ่ายผู้ถูกกล่าวหายังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็น
วันจันทร์ที่ 21 กันยายน 2569 เวลา 10.30 น. ณ กองบัญชาการโรงเรียนนายร้อยตำรวจ สามพราน ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม มือกฎหมายของรัฐมนตรีสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทส. และประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ (MD) บจ. AURELIAN GROUP และบริษัทในเครือ AG จะเดินทางไปยื่นหนังสือและกล่าวโทษทางวินัยร้ายแรง พ.ต.อ.จิรัฏฐ์ กิติกุล รองผู้บังคับการสำนักมาตรฐานการศึกษา โรงเรียนนายร้อยตำรวจ
ปมถูกกล่าวหาว่ากระทำการชู้สาว คุกคามทางเพศ ยุยงส่งเสริมให้ครอบครัวแตกแยก โดยใช้อำนาจเหนือตน จงใจใช้อำนาจเหนือกว่าผิดทำนองคลองธรรม ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าข้าราชการหญิงรายหนึ่งมีครอบครัวและมีบุตรอยู่แล้ว รวมถึงถูกกล่าวหาว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมายและแอบอ้างผู้บังคับบัญชา
ด้าน ดร.ณัฐวุฒิ ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ใจความว่า ผู้กล่าวหาอ้างว่า รองผู้บังคับการมีพฤติกรรมลวนลามและคุกคามทางเพศต่อภรรยาของผู้กล่าวหา ทั้งการพูดจาเชิงชู้สาว การขอให้ยอมรับทางเพศ และการกระทำที่ไม่เหมาะสม เช่น จัดที่นั่งหรือจุดยืนให้ผู้หญิงหันหลังเข้าห้องทำงาน เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังกล่าวหาว่ามีการใช้อำนาจบีบบังคับ โดยใช้ตำแหน่งหน้าที่สั่งให้ภรรยาผู้เสียหายทำงานนอกเวลา บีบให้ไปลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจว่าได้เลิกรากับสามีแล้ว พร้อมอ้างว่าจะช่วยเหลือเรื่องตำแหน่งหน้าที่หากปฏิบัติตาม โดยภรรยาผู้เสียหายปฏิเสธ แต่ถูกกดดันจนต้องยอม รวมถึงกล่าวอ้างว่าเป็น “คนสนิทผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ” เพื่อให้เชื่อฟัง และหลอกลวงเรื่องการเลื่อนตำแหน่ง ส่งผลให้ภรรยาและบุตรตกอยู่ในสภาพหวาดกลัว โดยบุตรสาวได้รับผลกระทบทางจิตใจจนต้องหยุดเรียนและย้ายสถานศึกษา
ในส่วนของการติดตามพฤติกรรม เมื่อภรรยาไม่กลับบ้าน ผู้กล่าวหาได้ตรวจสอบผ่านระบบติดตามยานพาหนะ พบว่ารถอยู่ใกล้ที่ทำงานของผู้ถูกกล่าวหา พร้อมยืนยันว่าครอบครัวมีฐานะดีอยู่แล้ว ไม่ได้ขอความช่วยเหลือทางการเงิน แต่ภรรยาเข้ารับราชการเพื่อเรียนรู้ระบบงานเท่านั้น
สำหรับการดำเนินการทางกฎหมาย ระบุว่าได้รวบรวมหลักฐานครบถ้วน และมอบหมายให้ทีมทนายความดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีอาญา ในข้อหาใช้อำนาจโดยมิชอบ คุกคามทางเพศ และร่วมกันกระทำความผิด พร้อมยื่นหนังสือร้องเรียนต่อผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กระทรวงยุติธรรม และสภาทนายความ เร่งรัดให้ย้ายผู้ถูกกล่าวหาออกจากตำแหน่งภายใน 24 ชั่วโมง และตั้งกรรมการสอบวินัยร้ายแรง หากไม่มีการดำเนินการ จะดำเนินคดีกับผู้บังคับบัญชาที่ละเลยหน้าที่ด้วย พร้อมนำสื่อมวลชนเข้ายื่นหนังสือที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติต่อไป
“ผมไม่ได้ต้องการอะไรนอกจากความยุติธรรม ตำรวจต้องรับใช้ประชาชน ไม่ใช่ใช้อำนาจข่มเหงคนอื่น เขามีภรรยาแล้ว ทำไมต้องมาทำกับภรรยาคนอื่น ถ้าเป็นเมียหรือลูกของท่าน ท่านจะยอมไหม? ผมมีทรัพย์สินมากกว่าเขา ไม่ได้ต้องการเงิน แต่ต้องการให้คนผิดรับโทษ — ผมกัดไม่ปล่อยแน่นอน”
ทั้งนี้ ฝ่ายผู้ถูกกล่าวหายังไม่ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อข้อกล่าวหาดังกล่าว ขณะนี้เรื่องอยู่ระหว่างกระบวนการสอบสวน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังตรวจสอบข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

