บ้านใหญ่ยังขลัง นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ ทายาทการเมือง โค่นกระแสส้มคว้าชัยนายกอบจ.นนทบุรีขาดลอย ตอกย้ำบทเรียนให้พรรคประชาชนว่าการเมืองท้องถิ่นยังแกร่งกว่ากระแสชาติ
ความพยายามปักธง ยึดครองเก้าอี้นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดหรือนายกฯอบจ.ของพรรคส้ม พรรคประชาชน ให้กินพื้นที่ไปจังหวัดอื่นนอกเหนือจาก จังหวัดลำพูน ที่พรรคประชาชนยึดหัวหาดอยู่ สุดท้าย ก็ยังทำไม่สำเร็จ
จากผลการเลือกตั้งนายกฯอบจ.นนทบุรีเมื่อวันอาทิตย์ที่ 20กันยายนที่ผ่านมา ปรากฏว่า ดร.เดชรัต สุขกำเนิด ผู้สมัครนายกฯอบจ.นนทบุรีของพรรคประชาชน แพ้เลือกตั้งให้กับ นฤพนธ์ เย็นประเสริฐ จากกลุ่มผึ้งหลวง หลานชายพ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ อดีตนายกฯอบจ.นนทบุรีสี่สมัย ที่ถูกฉลอง เรี่ยวแรง ยิงเสียชีวิต
โดย นฤพนธ์ เอาชนะดร.เดชรัต ไปได้แบบทิ้งห่างหลายหมื่นคะแนน
ถือเป็นความล้มเหลวอีกครั้งของพรรคประชาชนในยุคที่มีณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นหัวหน้าพรรค ในสนามเลือกตั้งท้องถิ่น ทั้งที่จะว่าไปแล้ว ศึกเลือกตั้งรอบนี้ ถือว่า พรรคประชาชน มีลุ้นมากกว่าการเลือกตั้งนายกฯอบจ.หลายจังหวัดที่ผ่านมา
เหตุเพราะผลการเลือกตั้งสนามใหญ่สองครั้งล่าสุดคือ เมื่อปี 2566 และล่าสุด 8 ก.พ. 2569 พรรคประชาชน ชนะเลือกตั้งสส.นนทบุรียกจังหวัด ติดต่อกันสองสมัย
เลือกตั้งใหญ่ที่ผ่านมากวาดสส.เขตนนทบุรี ไป8ที่นั่งแบบชนะคู่แข่งขาดลอยทุกเขต อีกทั้งคะแนนในระบบบัญชีทั้งแปดเขต ก็ชนะลอยลำทิ้งห่างทุกพรรคหลายหมื่นคะแนน ทำให้ แกนนำพรรคประชาชน คาดหวังกับการเลือกตั้งรอบนี้มาก เพราะมองว่า กระแสและฐานเสียงพรรคประชาชนที่นนทบุรีแข็งโป๊ก บวกกับคงประเมินว่า กระแสการเมืองระดับชาติเช่นการรุกตรวจสอบเรื่องคดีฮั้วสว.อย่างเข้มข้นของพรรคประชาชน น่าจะมีผลถึงนนทบุรี ซึ่งอยู่ติดกับกรุงเทพมหานคร คนนนทบุรี จำนวนมากก็ทำงานในกรุงเทพฯ จึงน่าจะให้โอกาสพรรคประชาชน ปักธงนายกฯอบจ.นนทบุรีได้สำเร็จ แต่สุดท้าย แกนนำพรรคประชาชนก็ต้องพบกับความผิดหวัง อย่างที่เห็น
ผลการเลือกตั้งนายกฯอบจ.นนทบุรี ครั้งนี้ เป็นตัวอย่างการเมืองไทย ที่สะท้อนให้เห็นได้อย่างดีว่า การเมืองท้องถิ่นกับการเมืองระดับชาติ มันไม่สัมพันธ์กันเสมอไป และหลายจังหวัด การเมืองท้องถิ่นกับการเมืองระดับชาติ ยังแยกออกจากกัน
การที่ พรรคประชาชน กวาดสส.เขตยกจังหวัดที่นนทบุรีสองสมัยซ้อนและได้คะแนนปาร์ตี้ลิสต์แบบเป็นกอบเป็นกำที่นนทบุรี ก็ไม่ได้หมายถึงว่าจะชนะเลือกตั้งท้องถิ่นได้ เพราะยังไงเสีย การเมืองท้องถิ่น เรื่องของระบบอุปถัมภ์ ความคุ้นเคย ระบบหาเสียงแบบบ้านใหญ่ ตระกูลการเมือง ยังมีความสำคัญในการเมืองท้องถิ่น
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ชัยชนะของ นฤพนธ์ ที่ไม่เคยมีประสบการณ์ทางการเมืองมาก่อน เพิ่งลงเลือกตั้งครั้งแรกก็ชนะ สาเหตุสำคัญก็เพราะนามสกุล”เย็นประเสริฐ”
หาก นฤพนธ์ ไม่ได้นามสกุลเย็นประเสริฐ ไม่ได้เป็นหลานพ.ต.อ.ธงชัย ไม่ได้กลุ่มผึ้งหลวง ที่เป็นกลุ่มการเมืองท้องถิ่นที่เข้มแข็งของนนทบุรี มีสจ.นนทบุรี ร่วม 30 คน สนับสนุนหาเสียงให้อย่างเต็มที่ บอกได้เลยว่า นฤพนธ์ ไม่มีทางชนะ
อีกทั้งยังได้แนวร่วมการเมืองท้องถิ่นนนทบุรี อีกบางกลุ่มมาจับมือสนับสนุนด้วย โดยเฉพาะผู้ใหญ่ใจดี สมนึก ธนเดชากุล นายกเทศมนตรีนครนนทบุรีสิบสมัย จากกลุ่มพลังหนุ่ม ที่ดันให้อีกแรง ทำให้ นฤพนธ์-กลุ่มผึ้งหลวง ยืนสู้กับพรรคประชาชน ได้แบบการ์ดไม่มีตก ตลอดการหาเสียงที่ผ่านมา แม้พรรคประชาชนจะขนแกนนำพรรคลงไปช่วยหาเสียงให้อย่างหนัก
และสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ นฤพนธ์ ชนะครั่งนี้ ก็คือเรื่องของ คะแนนสงสาร ที่คนนนทบุรี สงสารครอบครัว พ.ต.อ.ธงชัย ที่เสียชีวิตแบบไม่ทันตั้งตัว จึงเทคะแนนให้ นฤพนธ์ และเชื่อว่า ต่อไป วพรรษพร ลูกสาวของพ.ต.อ.ธงชัย คงเข้ามาเล่นการเมืองท้องถิ่นที่นนทบุรี เพื่อรับไม้ต่อความเป็นตระกูลการเมือง ของครอบครัว เย็นประเสริฐ
ขณะเดียวกันความพ่ายแพ้ศึกเลือกตั้งนายกฯอบจ.นนทบุรีของพรรคประชาชน เป็นอีกหนึ่งความพ่ายแพ้ ในการเมืองท้องถิ่นที่ แกนนำพรรคประชาชน ต้องไปขบคิดแก้โจทย์ทางการเมืองท้องถิ่นกันต่อไป เพราะถ้าแก้โจทย์ไม่สำเร็จ โอกาสที่การเลือกตั้งใหญ่ครั้งต่อไป พรรคประชาชน จะไม่ชนะเลือกตั้ง ต้องกลายเป็นพรรคฝ่ายค้านอีกสมัย ก็อาจเกิดขึ้นซ้ำอีก หลังจากเห็นมาแล้วกับเลือกตั้งปี 2569 ที่ พรรคชนะในระบบปาร์ตี้ลิสต์ แต่แพ้ระบบสส.เขตให้กับพรรคภูมิใจไทย เพราะภูมิใจไทย ใช้วิธี เอาการเมืองท้องถิ่น ระบบบ้านใหญ่แต่ละจังหวัด มาต่อยอดในการเมืองระดับชาติ จนภูมิใจไทยชนะเลือกตั้ง
รวมถึงตัว ณัฐพงษ์ หัวหน้าพรรค ก็อาจต้องมาทบทวนตัวเองเช่นกัน เพราะนับแต่ขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคประชาชน สถิติมันฟ้องชัดว่า พรรคประชาชนแพ้มากกว่าชนะ
ไม่ว่าจะเป็นการเลือกตั้งซ่อมสส.พิษณุโลกปี 2567ที่แพ้ให้กับพรรคเพื่อไทย ,การเลือกตั้งซ่อมสส.นครศรีธรรมราช เขต8 เมื่อปี 2567 ,การเลือกตั้งใหญ่สส.เมื่อ 8 ก.พ.2569 ส่วน สนามเลือกตั้งท้องถิ่น ก็แพ้หลายนัดเช่น เลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ที่ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร มาอันดับสามแพ้แม้กระทั่ง มัลลิกา มหาสุข ผู้สมัครอิสระ ,แพ้เลือกตั้งนายกเมืองพัทยา เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ,รวมถึง เลือกตั้งนายกฯอบจ.ทั่วประเทศ เมื่อกุมภาพันธ์ 2568 ที่พรรคส่งไป 15 จังหวัด แต่ชนะแค่จังหวัดเดียวคือ ลำพูน รวมถึงการเลือกตั้งนายกฯอบจ.ก่อนหน้านั้นเช่นที่ราชบุรี อุดรธานี พรรคประชาชน ก็แพ้ยับเช่นกัน
หากประเมินKPI ทางการเมือง ณัฐพงษ์ ยังทำผลงานในการเลือกตั้งไม่เข้าเป้า แต่ที่ยังเป็นหัวหน้าพรรคได้ ไม่มีใครกล้าแตะ ก็เพราะเป็นคนของหัวหน้าพรรคตัวจริง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นั่นเอง

