xs
xsm
sm
md
lg

เปิด 3 สำนวนคู่ขนานคดีฮั้ว สว. ขุดพิรุธ “ห้องจูปิเตอร์” จับตากลุ่มใกล้ชิดสีส้ม–เส้นทางเงิน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



รายงานข่าวจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ถึงความคืบหน้าการสืบสวนคดีเกี่ยวกับกระบวนการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ปี 2567 ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของคณะสืบสวนและไต่สวนกลาง คณะที่ 26 ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยมี ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. เป็นประธาน และดำเนินการร่วมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่มีอีก 3 สำนวนที่คณะไต่สวนดำเนินการในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน แต่ยังไม่แล้วเสร็จ ประกอบด้วย

กรณี สว.ระดับจังหวัดที่ถูกระบุว่ามีความใกล้ชิดกับพรรคประชาชน คณะก้าวหน้า และโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน หรือไอลอว์ กรณี สว.ระดับประเทศที่ถูกระบุว่ามีความใกล้ชิดกับกลุ่มดังกล่าว และ กรณีกลุ่ม สว.อิสระ ซึ่งคณะไต่สวนอยู่ระหว่างสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อจัดทำความเห็นเสนอที่ประชุม กกต.ชุดใหญ่

หนึ่งในประเด็นที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบคือ การประชุมเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2567 ที่ ห้องจูปิเตอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ก่อนการลงคะแนนเลือก สว.ระดับประเทศหนึ่งวัน โดยมีผู้เข้าร่วมประมาณ 300 คน การประชุมดังกล่าวถูกระบุว่าเป็นการชี้แจงเกี่ยวกับการเลือก สว. และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมทำความรู้จักกัน โดยมีเจ้าหน้าที่ กกต.และผู้สื่อข่าวเข้าสังเกตการณ์ด้วย มีข้อกล่าวอ้างว่า บุคคลหนึ่งเป็นผู้ชำระค่าเช่าห้องประชุม แต่ไม่ได้ออกค่าอาหารและค่าที่พัก ขณะที่ สว.บางรายให้ข้อมูลว่า ได้ร่วมออกค่าใช้จ่ายด้วยการนำเงินหย่อนใส่กล่องหน้าห้องประชุม และซื้ออาหารหรือน้ำรับประทานเอง

รายงานข่าวระบุว่า มีข้อสังเกตเกี่ยวกับการประชุมดังกล่าวอย่างน้อย 3 ประเด็น ได้แก่ มีการแบ่งริสต์แบนด์จำนวน 3 สี ให้ผู้เข้าร่วมประชุมสวมคนละหนึ่งสี ยังไม่มีการเผยแพร่ภาพการจ่ายเงินของผู้เข้าร่วมประชุม ซึ่งถูกระบุว่านำเงินไปใส่กล่องหน้าห้อง และยังไม่มีการแสดงใบเสร็จค่าเช่าห้องจูปิเตอร์ว่าเป็นเงินจำนวนเท่าใด ใครเป็นผู้จัดการประชุม และใครเป็นผู้ชำระเงิน

นอกจากนี้ยังมีรายงานอ้างว่า ผู้จัดการประชุมและชำระค่าใช้จ่ายในวันดังกล่าวเป็นบุคคลหนึ่งในสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน ซึ่งใกล้ชิดกับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และยังไม่ได้ออกมาชี้แจงเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ ข้อมูลส่วนนี้ยังเป็นข้อกล่าวอ้างที่ต้องรอการตรวจสอบและคำชี้แจงจากผู้เกี่ยวข้อง

ส่วนกรณีที่นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ระบุเมื่อวันที่ 19 ก.ย.2569 ว่า หากมีหลักฐานอันเป็นเหตุควรเชื่อได้ว่าบุคคลใดกระทำผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายหรือ “สี” ใด ก็ควรดำเนินการตามกฎหมายนั้น มีรายงานว่า สาเหตุที่พยานหลักฐานใน 3 สำนวนยังไม่เพียงพอ เนื่องจากพยานปากสำคัญขอเลื่อนเข้าให้ปากคำกับคณะไต่สวนหลายครั้ง

การเลื่อนให้ปากคำดังกล่าวส่งผลให้เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถตรวจสอบเชื่อมโยงไปถึงหลักฐานสำคัญ โดยเฉพาะเส้นทางการเงินที่อาจเกี่ยวข้องกับผู้สมัคร สว. และบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการจ่ายค่าใช้จ่ายในการจัดประชุม จึงเกิดข้อสังเกตถึงเหตุผลที่พยานรายนี้ขอเลื่อนให้ปากคำต่อ กกต.หลายครั้ง ซึ่งหากย้อนกลับไปในช่วงการรณรงค์การได้มาซึ่ง สว.ปี 2567 นายพริษฐ์ ซึ่งขณะนั้นเป็น สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เคยรณรงค์ให้ประชาชนสมัครรับเลือกเป็น สว. เช่นเดียวกับนายธนาธรและนางสาวพรรณิการ์ วานิช แกนนำคณะก้าวหน้า ซึ่งขับเคลื่อนแคมเปญ “สว.ประชาชน” ด้วยการเดินสายเชิญชวนประชาชนจาก 77 จังหวัดให้สมัคร สว. ขณะที่ไอลอว์มีการรณรงค์ให้ประชาชนสมัครด้วยเช่นกัน ซึ่งการรณรงค์ดังกล่าวตั้งเป้าให้ได้ สว.จำนวน 70 คน ซึ่งเป็นจำนวนที่เพียงพอต่อการเข้าชื่อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญและผลักดันการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ ส.ส.ร.

ภายหลังทราบผลการเลือก สว.ระดับประเทศปี 2567 ไอลอว์เคยระบุว่า มี สว.ซึ่งมีจุดยืนในลักษณะเดียวกันจำนวน 24 คน แต่ล่าสุดมีรายงานว่า สว.กลุ่มดังกล่าวเหลือประมาณ 10–12 คน อาทิ นางสาวนันทนา นันทวโรภาส อดีตนักวิชาการด้านสื่อสารการเมือง นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย อดีตบรรณาธิการเว็บไซต์ประชาไท และ น.ต.วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ อดีตนักการเมืองพรรคไทยรักไทย

นอกจากนี้ ยังพบว่า สส.พรรคประชาชนบางรายเคยสมัคร สว.ในปี 2567 แต่ไม่ผ่านการเลือก ก่อนลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส.ในปี 2569 และได้รับเลือกตั้งในปัจจุบัน เช่น นายภาณุ พงษ์วิทยาภานุ สส.บัญชีรายชื่อ และนางสาวชลณัฏฐ์ โกยกุล สส.กทม. รวมถึงมีภาพที่นางสาวชลณัฏฐ์โพสต์คู่กับนางสาวนันทนา เพื่อแสดงความยินดีภายหลังนางสาวนันทนาได้รับเลือกเป็น สว.ด้วย