xs
xsm
sm
md
lg

ผลตรวจรอบที่ 22 บ่งชัด! “น้ำกก น้ำสาย น้ำรวก น้ำโขง” สารหนูโลหะหนักเกินเกณฑ์ ส่อทำลายระบบนิเวศเกินควบคุม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



เชียงใหม่/เชียงราย – ผลตรวจซ้ำรอบที่ 22 บ่งชี้ชัด.. “น้ำกก น้ำสาย น้ำรวก น้ำโขง” ปนเปื้อนสารหนู/โลหะหนัก เกินมาตรฐานแทบตลอดลำน้ำ ส่อเป็นมฤตยูที่ค่อยๆทำลายระบบนิเวศลำน้ำ-ห่วงโซ่อาหาร จนยากควบคุม หลังรัฐบาลไทยยังคงมีท่าทีเงียบงัน


กรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รายงานผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำในแม่น้ำกกและลำน้ำสาขา แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่-เชียงราย ครั้งที่ 22 ระหว่างวันที่ 3–7 ส.ค.2569 จากจุดเฝ้าระวังคุณภาพน้ำและสารปนเปื้อน 22 จุด

พบสารหนูเกินค่ามาตรฐานในบางพื้นที่ของแม่น้ำกกและแม่น้ำสาย ขณะที่แม่น้ำรวกและแม่น้ำโขงมีคุณภาพน้ำอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน

โดยคุณภาพแม่น้ำกก พบสารหนูเกินมาตรฐานจำนวน 6 จุด ได้แก่
1.สะพานท่าตอน ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ มีค่า 0.011 มก./ล.
2.สะพานมิตรภาพแม่นาวาง อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ มีค่า 0.011 มก./ล.
3.สะพานมิตรภาพแม่ยาว-ดอยยาง อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย มีค่า 0.013 มก./ล.
4.สะพานข้ามแม่น้ำกก อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย มีค่า 0.013 มก./ล.
5.ฝายเชียงราย อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราาย มีค่า 0.013 มก./ล.
6. สะพานริมกก-เวียงเหนือรวมใจ อ.เมืองเชียงราย มีค่า 0.011 มก./ล.

แม่น้ำสาย พบสารหนูและตะกั่วเกินมาตรฐานจำนวน 3 จุด ได้แก่
1.บ้านหัวฝาย อ.แม่สาย จ.เชียงราย มีค่า 0.284 มก./ล. และตะกั่ว มีค่า 0.266 มก./ล. (ค่ามาตรฐานต้องไม่เกิน 0.05 มก./ล.)
2.สะพานมิตรภาพแม่น้ำสาย แห่งที่ 2 อ.แม่าย จ.เชียงราย มีค่า 0.208 มก./ล. และตะกั่ว มีค่า 0.193 มก./ล.
3.บ้านป่าซางงาม อ.แม่สาย จ.เชียงราย มีค่า 0.184 มก./ล. และตะกั่ว มีค่า 0.176 มก./ล.
ขณะที่โลหะหนักชนิดอื่นมีค่าเป็นไปตามมาตรฐานทุกจุดตรวจวัด

แม่น้ำรวก พบสารหนูเกินมาตรฐานจำนวน 2 จุด ได้แก่
1.สถานีสูบน้ำเกาะช้าง การประปาส่วนภูมิภาค อ.แม่สาย จ.เชียงราย มีค่า 0.017 มก./ล.
2. ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย มีค่า 0.012 มก./ล.

แม่น้ำโขง พบสารหนูเกินมาตรฐานจำนวน 1 จุด ได้แก่
ต.ม่วงยาย อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย มีค่า 0.014 มก./ล.


ดร.สืบสกุล กิจนุกร นักวิชาการมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เปิดเผยว่ามีนักศึกษาปริญญาเอกต่างชาติมาสัมภาษณ์ ซึ่งตนได้สรุปให้ฟังว่าสถานการณ์ดังกล่าวเป็นลักษณะของการสะสมแบบเงียบงันและช้าของสารโลหะหนักในสิ่งแวดล้อม หวงโซ่อาหาร และร่างกายมนุษย์

ผลกระทบที่เกิดขึ้นก็เกิดอย่างเงียบงัน ช้า และกระจัดกระจาย จนยากควบคุมและคาดเดาสถานการณ์ เกิดการล่มสลายของระบบนิเวศวิทยาโดยเฉพาะแม่น้ำที่ค่อยๆ สูญเสียพืชน้ำและสัตว์น้ำ ส่วนการตอบสนองก็มีความเชื่องช้าและเงียบงันจากรัฐบาล จนประชาชนตั้งคำถามและไม่ไว้ใจเช่นกัน.