xs
xsm
sm
md
lg

น้ำเหนือเพิ่ม ฝนหนักทั่วประเทศ ปรับแผนระบายน้ำเจ้าพระยา อุทยานฯ เร่งปิดจุดเสี่ยงดินโคลนถล่ม

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



น้ำเหนือมาตามนัดบวกฝนถล่มหนักทั่วประเทศ กรมชลฯ เร่งปรับแผนระบายน้ำเจ้าพระยา เตือนพื้นที่ท้ายเขื่อนเตรียมรับมือน้ำเพิ่มสูง ขณะที่อุทยานฯ หลายแห่งสั่งปิดจุดเสี่ยงน้ำป่า-ดินถล่ม หวั่นเกิดอันตราย

สถานการณ์น้ำทั่วประเทศยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เมื่อปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ขณะที่หลายพื้นที่ภาคเหนือและภาคใต้เผชิญฝนตกหนักจนต้องยกระดับมาตรการรับมือ ทั้งการปรับแผนระบายน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ไปจนถึงการปิดแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่อุทยานแห่งชาติที่เสี่ยงน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งติดตามสถานการณ์ พร้อมเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวเตรียมพร้อมรับมือกับระดับน้ำและสภาพอากาศที่อาจเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ (SWOC) กรมชลประทาน ติดตามสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาอย่างใกล้ชิด หลังพบว่าปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีปริมาณน้ำไหลลงสู่พื้นที่เหนือเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้น จากข้อมูลสถานการณ์น้ำในช่วง 1-9 วันข้างหน้า พบว่า ปริมาณน้ำที่สถานี C.2 มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น โดยคาดว่าในวันที่ 27 กันยายน 2569 จะมีปริมาณน้ำไหลผ่านประมาณ 1,100-1,250 ลบ.ม./วินาที ประกอบกับคาดว่าจะมีปริมาณน้ำจากลำน้ำสาขาไหลมาสมทบประมาณ 50-100 ลบ.ม./วินาที ส่งผลให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยามีแนวโน้มอยู่ที่ประมาณ 1,150-1,350 ลบ.ม./วินาทีแนวโน้มดังกล่าว กรมชลประทานมีความจำเป็นต้องระบายน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ในอัตราระหว่าง 700-1,000 ลบ.ม./วินาที เพื่อควบคุมระดับน้ำเหนือเขื่อนและรองรับปริมาณน้ำหลากจากพื้นที่ตอนบน โดยจะพิจารณาปรับการระบายน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์และปริมาณน้ำที่ไหลเข้าสู่พื้นที่อย่างต่อเนื่อง

การระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในอัตราดังกล่าว จะส่งผลให้ระดับน้ำบริเวณพื้นที่ริมแม่น้ำด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันประมาณ 0.60-1.50 เมตร ตั้งแต่บริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ไปจนถึงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ บริเวณ อำเภอเสนา อำเภอผักไห่ อำเภอบางบาล อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางปะอิน และอำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ระดับน้ำในพื้นที่ชุมชนที่อยู่ภายในคันกั้นน้ำยังไม่ส่งผลกระทบ ทั้งนี้ หากมีปริมาณน้ำจากพื้นที่ตอนบนเพิ่มขึ้นจนส่งผลให้ปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยามากกว่า 1,000 ลบ.ม./วินาที กรมชลประทานจะแจ้งสถานการณ์และแนวทางการบริหารจัดการน้ำให้ทราบต่อไป

ขณะที่ สถานการณ์ฝนตกหนักยังส่งผลต่อพื้นที่ธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ต้องประกาศปิดพื้นที่ท่องเที่ยวบางแห่งเป็นการชั่วคราว เพื่อป้องกันอันตรายจากน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม ไม่ว่่าจะเป็น อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ปิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติผาดอกเสี้ยว และน้ำตกแม่ยะเป็นการชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติและมีความปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยวขออภัยในความไม่สะดวก และขอความร่วมมือนักท่องเที่ยวปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่เพื่อความปลอดภัย

อุทยานแห่งชาติศรีพังงา ประกาศปิด 4 แหล่งท่องเที่ยวชั่วคราว หลังฝนตกหนัก เสี่ยงน้ำป่าไหลหลาก-ดินโคลนถล่ม น้ำตกตำหนัง น้ำตกโตนเด้ง น้ำตกสวนใหม่ และวังปลาพลวง เป็นการชั่วคราว ระหว่างวันที่ 18-20 กันยายน 2569 เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่ หลังพื้นที่มีฝนตกอย่างต่อเนื่องและมีความเสี่ยงเกิดน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม เช่นเดียวกับ อุทยานแห่งชาติเขาพนมเบญจา จังหวัดกระบี่ ประกาศปิดการท่องเที่ยวบริเวณแหล่งท่องเที่ยวน้ำตกห้วยโต้เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน 2569 เป็นต้นไป จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว

อุทยานแห่งชาติเขาสก จ.สุราษฎร์ธานี เกิดเหตุฝนตกหนักต่อเนื่องสะสมในพื้นที่อำเภอพนม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ส่งผลให้เกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมขังอย่างรวดเร็วในพื้นที่ตำบลคลองศก เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาสก จึงได้ร่วมมือกับมูลนิธิกู้ภัยพนมและกู้ภัยตาขุน นำกำลังพลและยุทโธปกรณ์เข้าปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ติดค้างอยู่ภายในรีสอร์ตริมน้ำอย่างเร่งด่วน พร้อมเร่งขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงและสถาปนาเส้นทางปลอดภัยเพื่ออพยพผู้ประสบภัยออกจากพื้นที่เสี่ยงได้อย่างทันท่วงที