“ฐิติภัสร์”เผย พบจุดรั่วท่อส่งน้ำมันพระราม3ใต้ปลอกครอบ1.2เมตรเจอแผลยาว6.6ซม.พร้อมสั่งตรวจท่อทั้งระบบ32กม.กำชับบริษัททำแผนเปลี่ยนท่อจุดเสี่ยงโดยเฉพาะแนวท่อบริเวณตอม่อ
วันนี้ (29ก.ย.) น.ส.ฐิติภัสร์โชติเดชาชัยนันต์เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบเหตุน้ำมันรั่วไหลบริเวณถนนเชื้อเพลิงพระราม3พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหาสาเหตุและตรวจสอบความปลอดภัยของระบบท่อขนส่งน้ำมันหลังเกิดเหตุรั่วไหลและต้องใช้เวลาตรวจสอบจุดรั่วใต้ปลอกครอบท่อ
น.ส.ฐิติภัสร์เปิดเผยว่าขณะนี้สามารถพบจุดรั่วของท่อได้แล้วโดยอยู่บริเวณใต้Sleeveหรือปลอกครอบท่อซึ่งปลอกดังกล่าวมีความยาวประมาณ1.8เมตรและติดแน่นกับท่อขนส่งน้ำมันทำให้ไม่สามารถเลื่อนปลอกออกเพื่อตรวจสอบได้บริษัทจึงปรับวิธีการทำงานเป็นการลอกปลอกครอบออกทีละแผ่นเพื่อเปิดพื้นที่ให้สามารถตรวจสอบสภาพท่อได้อย่างละเอียด
“กรมธุรกิจพลังงานได้แจ้งให้กลุ่มบริษัทบางจากจัดหาThirdPartyที่มีความเชี่ยวชาญและมีเครื่องมือUTScanหรือUltrasonicTestingเข้ามาช่วยตรวจสอบเพราะเป็นเครื่องมือที่สามารถตรวจสภาพวัสดุและหารอยร้าวภายในได้โดยไม่ทำลายชิ้นงาน”น.ส.ฐิติภัสร์กล่าว
น.ส.ฐิติภัสร์ระบุว่าผลการตรวจสอบด้วยเครื่องUTScanเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมาสามารถระบุจุดที่มีการรั่วซึมได้โดยอยู่จากปลายปลอกครอบท่อเข้าไปประมาณ1.2เมตรและพบแผลบริเวณท่อมีความยาวประมาณ6.6เซนติเมตรลึกประมาณ7มิลลิเมตร
สำหรับการดำเนินการต่อไปทีมวิศวกรและช่างเทคนิคจะเร่งซ่อมแซมแผลด้วยวิธีWrapจากนั้นเมื่อวัสดุที่ใช้ซ่อมแห้งจะทำการตรวจสอบด้วยUTScanซ้ำรวมถึงใช้เครื่องมืออื่นตรวจสอบเพิ่มเติมอย่างน้อย2ครั้งเพื่อยืนยันว่าจุดที่ซ่อมไม่มีการรั่วซึมก่อนเข้าสู่กระบวนการPressureTestหรือการทดสอบแรงดัน
“เราจะไม่จบเพียงแค่การซ่อมจุดที่พบในวันนี้แต่ต้องตรวจสอบให้มั่นใจว่าท่อทั้งระบบมีความปลอดภัยหลังผ่านขั้นตอนการทดสอบแล้วจะมีการทำIntelligentPiggingTestตรวจสอบภายในท่อด้วยกระสวยอัจฉริยะตลอดแนวท่อระยะทางประมาณ32กิโลเมตรเพื่อประเมินความหนาของท่อและค้นหาจุดที่มีความเสี่ยงต่อการรั่วซึมเพิ่มเติมหากพบจุดที่มีความเสี่ยงบริษัทจะต้องจัดทำแผนเปลี่ยนท่อใหม่ขณะที่จุดที่พบความเสียหายในปัจจุบันก็ต้องเสนอแผนเปลี่ยนท่อใหม่ตามหลักวิศวกรรมโดยมีเจ้าหน้าที่กรมธุรกิจพลังงานกำกับดูแลการดำเนินการและการทดสอบอย่างใกล้ชิด“น.ส.ฐิติภัสร์กล่าว
น.ส.ฐิติภัสร์ยังเปิดเผยว่ากรมธุรกิจพลังงานได้ออกคำสั่งให้บริษัทส่งประวัติการบำรุงรักษาท่อรวมถึงข้อมูลบริเวณที่มีการติดตั้งปลอกหุ้มท่อทั้งหมดเพื่อให้กรมฯตรวจสอบว่ามีบริเวณใดที่เคยมีประวัติหรือมีความเสี่ยงต่อการรั่วไหลอีกหรือไม่
“โดยเฉพาะแนวท่อบริเวณตอม่อทั้งหมดจะต้องสำรวจและวางแผนแนวท่อใหม่ให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ในปัจจุบันเพื่อไม่ให้เกิดการรั่วไหลขึ้นอีกในอนาคต”น.ส.ฐิติภัสร์กล่าว
เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานกล่าวด้วยว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จำเป็นต้องตรวจสอบให้ครอบคลุมทั้งระบบไม่ใช่เพียงแก้ไขเฉพาะจุดที่เกิดเหตุโดยกระทรวงพลังงานและกรมธุรกิจพลังงานจะกำกับให้บริษัทดำเนินการตามหลักวิศวกรรมตั้งแต่การซ่อมแซมการทดสอบแรงดันไปจนถึงการตรวจสอบท่อทั้งแนวเพื่อสร้างความมั่นใจว่าระบบขนส่งน้ำมันมีความปลอดภัยและลดความเสี่ยงที่จะเกิดเหตุซ้ำในอนาคต

