ถ้าจะอ่านการเมือง จากคดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น เราอาจต้องมองไปที่ตัวละครอีกคนหนึ่ง นั่นคือ
“ทองเจือ ชาติกิจเจริญ”
เพราะ “ทองเจือ” ไม่ใช่แค่ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีคนหนึ่ง แต่เขาคือ มือขวาของ “เนวิน ชิดชอบ” ครูใหญ่ของพรรคภูมิใจไทย ที่ถูกส่งมา “ประกบ”อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี อย่างเป็นทางการ โดยมีคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 312/2568 รองรับ
เหมือนเมื่อครั้งที่ “ชวรัตน์ ชาญวีรกูล” พ่อของอนุทิน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เนวิน ก็ส่งน้องชายคือ “ศักดิ์สยาม ชิดชอบ” ไปกำกับ โดยนั่งเป็นประธานคณะทำงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
ทีนี้เรื่องมันเริ่มน่าสนใจ เมื่อคณะกรรมาธิการการกฎหมายฯ ของสภาผู้แทนฯ ซึ่งมี “รังสิมันต์ โรม”เป็นประธาน เข้าไปตรวจสอบกรณีทุจริตการสอบท้องถิ่น แล้วมีการกล่าวถึงชื่อ “ทองเจือ” ว่าเป็นบุคคลที่ถูกส่งให้ไปประสาน พูดคุย กับทางมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
“รังสิมันต์” เชิญ “ทองเจือ”มาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการ ด้วยคำถามง่ายๆ ว่า ถ้า “ทองเจือ”ไม่ได้มีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องการสอบ แล้วเหตุใดจึงต้องไปพูดคุยกับทางมหาวิทยาลัย?
แค่ “รังสิมันต์” ถาม “ทองเจือ” แต่เชื่อเถอะว่าคนจะนึกถึงผู้บังคับบัญชาที่อยู่เหนือขึ้นไปอย่าง “อนุทิน-เนวิน”
เพราะเรื่องถูก-ผิดในทางกฎหมาย ต้องรอการพิสูจน์จากพยาน หลักฐานเสียก่อน แต่ในทางการเมืองเรื่องมันเดินหน้าไปแล้ว มีการต่อ“จิ๊กซอว์”ไปแล้ว
และมีประเด็นที่น่าสนใจคือ “ปฏิกิริยาของอนุทิน”
“อนุทิน” บอกว่าในช่วง 2–3 สัปดาห์ ที่ผ่านมา มีการเอ่ยชื่อ “ทองเจือ” ว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องทุจริตสอบบรรจุ หลายครั้ง
ดังนั้นในฐานะนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย จึงทำหนังสือสอบถามไปยัง ผบ.ตร. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำคดี เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ชัดเจน
เหตุผลที่ “อนุทิน” ยกมาอธิบายก็มีความระหว่างบรรทัด ที่น่าสนใจมากเช่นกัน
“อนุทิน” บอกว่าถ้าไม่ทำให้ชัดเจน วันหนึ่งมีคนถามเรื่องทองเจือ จะตอบไม่ได้ เพราะจะกลายเป็นเพียงการบอกว่า “เป็นคนรู้จัก เป็นคนทำงานด้วยกัน หรือเป็นคนใกล้ชิด” และจะถูกมองว่า เป็นการช่วยเหลือกัน!
จากนั้น “อนุทิน” ก็พูดประโยคสำคัญว่า... ความสัมพันธ์กับทองเจือเป็นเรื่องของการทำงาน แต่เรื่องส่วนตัว หรือนอกเหนือจากงานนั้น ไม่ทราบว่าคนที่ทำงานร่วมกับตนไปทำอะไรกันบ้าง
ในทางการเมือง คำพูดอย่างนี้ ถือว่าไม่แค่ชี้แจงเรื่องคดีอย่างเดียวแล้ว แต่มันคือการ“ขีดเส้น”แบ่งสถานะ ตัวตน
พูดง่ายๆก็คือ “ทองเจือ” คือคนทำงานของผม ส่วนเรื่องอื่นนอกเหนือจากงาน ไม่ใช่เรื่องของผม!
และเมื่อเอามาประกบกับคำพูดอีกชุดของ “อนุทิน”ที่พูดถึงคดีทุจริตสอบท้องถิ่นว่า “มาโกงกันบนหัวผม”
มันก็ยิ่งเห็นภาพว่า “อนุทิน”กำลังพยายามประกาศความรับผิดชอบของตัวเองว่า ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นในกระทรวงมหาดไทย ในช่วงที่เขารับผิดชอบเขาจะไม่ปล่อยให้เรื่องเงียบ
“อนุทิน” ยังบอกด้วยว่า หากการสอบสวนพาดพิงไปถึงใคร ก็ต้องดำเนินการตามกระบวนการ “ปิดชื่อถือพฤติกรรม” ไม่มีการเว้นใครเป็นพิเศษ!
ตรงนี้จึงเกิดคำถามทางการเมืองขึ้นมาว่า ...แล้ว “ทองเจือ” จะถูกวางไว้ตรงไหน?
มองด้านหนึ่ง นี่อาจเป็นการปกป้องคนของตัวเอง คือถามตำรวจให้ชัดว่า“ทองเจือ” มีส่วนเกี่ยวข้องจริงหรือไม่ เพื่อไม่ให้บุคคลที่ยังไม่ได้ถูกกล่าวหาหรือดำเนินคดี ต้องตกเป็นจำเลยทางสังคม
แต่ถ้ามองอีกด้านหนึ่ง การที่“อนุทิน”ออกมาย้ำว่า “ผมรู้จักเขาในเรื่องงาน แต่เรื่องส่วนตัวผมไม่รู้”
นี่เท่ากับว่า“อนุทิน” กำลังพยายามแยกตัวเองออกจากพฤติกรรมส่วนตัวของ “ทองเจือ” ซึ่งก็คือมือขวาของ “เนวิน”
แม้คำพูดของ“อนุทิน” จะยังไม่รุนแรงถึงขั้น “ตัดหาง” ทองเจือ ... หรือ “ตัดขาด “เนวิน” แต่ในทางการเมือง มันชวนให้จินตนาการไปในทางนั้นได้ หรืออย่างน้อยมันก็เป็นสัญญาณที่น่าจับตา
ดังนั้น เมื่อ “ทองเจือ” ถูก “รังสิมันต์” ฉายสปอตไลต์เข้าใส่ พร้อมตั้งคำถามในเรื่องโกง
“อนุทิน” ในฐานะรมว.มหาดไทย จึงมีความจำเป็นต้องออกมาตอบโจทย์นี้ต่อสังคม เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของกระบวนการสอบสวน ขณะเดียวกันก็ต้องไม่ปล่อยให้ตัวเองถูกลากเข้าไปให้สปอตไลต์ส่องด้วย
ต้องดูว่า หลังจากนี้ “ทองเจือ” จะยังมีบทบาทแค่ไหน ยังได้รับมอบหมายงานหรือไม่ ยังอยู่ใกล้ศูนย์อำนาจหรือไม่
ที่สำคัญ ถ้าการสอบสวนเดินไป แล้วพบพยานหลักฐานที่เชื่อมโยงถึงบุคคลระดับสูงขึ้นจริง “อนุทิน” จะปล่อยให้กระบวนการเดินไปถึงไหน
“อนุทิน” จะจัดการอย่างไรกับคนที่อยู่ใกล้ตัว?
และที่สำคัญกว่านั้น... ความสัมพันธ์ระหว่าง “อนุทินกับเนวิน” จะยังเดินอยู่บนสูตรเดิมหรือไม่?!
เพราะวันนี้ “อนุทิน”ไม่ได้อยู่ในสถานะเดิมอีกแล้ว เขาไม่ได้เป็นเพียงหัวหน้าพรรค หรือ แค่รัฐมนตรีคนหนึ่ง
แต่เขาคือ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย!!
ดังนั้นทุกเรื่องที่เกิดขึ้นในกระทรวงมหาดไทย ย่อมย้อนกลับมาที่ตัวเขา
คำพูดที่ว่า “เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง ยังต้องเอาคดีมาแขวนคอ” จึงมีความหมายทางการเมืองอยู่ไม่น้อย!
หรือว่าเรื่อง “ทองเจือ” กำลังเป็นจุดเริ่มต้นของการขยับระยะห่างระหว่าง “อนุทิน” กับ “เนวิน”?!

