นายกฯลั่นปมคำวินิจฉัยกกต.ต้องเคารพเสียงข้างมากไม่ว่าจะชอบหรือไม่ก็ตามบอกเรื่องนี้จุดเริ่มต้นมาจากการเมืองมองกลับคำให้การไม่มีผลลบภท. โบ้ยมีคนพยายามลากเข้าไปเอี่ยว
วันนี้ (18ก.ย.)เมื่อเวลา12.30น.ที่ทำเนียบรัฐบาลนายอนุทินชาญวีรกูลนายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทยให้สัมภาษณ์กรณีเสียงวิพากษณ์วิจารณ์คดีฮั้วสว.ที่ยังคงมีต่อเนื่องว่าตนยืนยันเหมือนเดิมรัฐบาลไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆกับการตัดสินใจหรือมติหรือการส่งดำเนินคดีใดๆก็ตามในส่วนที่ตนรับผิดชอบอยู่ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลไม่มีส่วนเกี่ยวข้องฉะนั้นตนไม่มีข้อมูลที่จะให้ความเห็นอะไรได้เมื่อถามว่ามองอย่างไรกับปฏิกริยาผลวินิจฉัยคดีฮั้วสว.ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ที่เสียงข้างมากโดนวิพากษ์วิจารณ์แต่เสียงข้างน้อยก็ออกมาเปิดเผยข้อมูลนายอนุทินกล่าวว่า“ผมไม่ได้มองอะไรเลยมันไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลหรืองานที่ผมรับผิดชอบอยู่ผมคิดว่าทุกอย่างมีหลักของมันอยู่หลักประชาธิปไตยเขาถืออะไรการวินิจฉัยในคดีความขององค์กรอิสระผมก็เห็นมีทั้งคะแนนเอกฉันท์คะแนนเสียงข้างมากคะแนนที่ก่ำกึ่งหรือแม้แต่ประธานต้องลงความเห็นสองครั้งแต่ที่สำคัญทุกรูปแบบต้องเป็นไปตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญเขามีเขียนไว้หรือไม่ว่าเสียงข้างน้อยต้องชนะถ้าไม่มีก็แสดงว่าเสียงข้างมากวินิจฉัยอย่างไรก็เป็นไปตามนั้นไม่ใช่เฉพาะเรื่องของกกต.หรือใครแต่ต้องทุกหน่วยงานในคณะรัฐมนตรีก็เช่นกันประเด็นที่ไม่เห็นพ้องต้องกันก็ต้องไปจบที่การลงมติมติเสียงข้างมากเป็นอย่างไรทุกคนต้องปฏิบัติตามคนที่อยู่เสียงข้างน้อยจะบอกให้บันทึกว่าได้ลงมติอย่างไรเพราะอะไรซึ่งเกิดขึ้นมาแล้วผมเคยเป็นมติเสียงข้างน้อยครั้งหนึ่งในรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชาพอเป็นเสียงข้างน้อยก็ขอให้บันทึกความเห็นของคณะรัฐมนตรีพรรคภูมิใจไทยเป็นอย่างไรแต่ก็ต้องทำตามเสียงส่วนใหญ่ชอบหรือไม่ชอบก็ต้องทำตาม”
เมื่อถามว่ากรณีคนที่เคยให้ปากคำกกต.แล้วมากลับคำให้การจนทำให้คนมองพรรคภูมิใจไทยในทางลบจะเอาผิดอะไรกับคนให้การหรือไม่นายอนุทินกล่าวว่ามันไม่ได้มีผลลบกับพรรคภูมิใจไทยแต่มีคนพยายามลากพรรคภูมิใจไทยเข้าไปเกี่ยวข้องพรรคภูมิใจไทยไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการฮั้วสว.ตนยังยืนยันเหมือนเดิมให้ยึดถือประกาศคำสั่งและข้อห้ามหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยคือตนที่ออกมาเป็นข้อปฏิบัติและข้อห้ามไม่ให้ผู้มีตำแหน่งทางการเมืองในสังกัดพรรคภูมิใจไทยไปยุ่งเกี่ยวกับการได้มาซึ่งสว.และตนไม่ข้องใจกับคนที่ไปให้ข้อมูลเพราะตนได้ทำหน้าที่ของตนไปแล้วคนที่ไม่ทำตามก็ต้องไปรับผิดชอบกับสิ่งที่เขาได้ทำนั้นเป็นเรื่องที่เขาตัดสินใจเพราะมีข้อห้ามแล้วถ้าใครยังไปทำก็ต้องไปแก้ต่างในความเป็นส่วนตัวของเขาไม่ได้ทำในนามพรรคว่าอย่างนั้นเถอะหากมีการกระทำเช่นนั้น
เมื่อถามว่าจะทำอย่างไรให้ข้อครหานี้หมดไปจากพรรคภูมิใจไทยนายอนุทินกล่าวว่าคนที่ครหาก็เห็นหน้าอยู่คนที่ไม่ติดใจก็เห็นหน้าอยู่เมื่อถามว่ามองว่าเรื่องนี้เป็นการเมืองล้วนๆใช่หรือไม่นายอนุทินกล่าวว่า“จุดเริ่มเป็นการเมืองอยู่แล้วจุดเริ่มก่อนมาถึงตรงนี้เมื่อ2ปีก่อนเป็นการเมือง”

