xs
xsm
sm
md
lg

"วัชระ" จี้สรรพากรยึดทรัพย์-ฟ้องล้มละลาย “ทักษิณ” ใช้หนี้ภาษี 1.76 หมื่นล้าน ขีดเส้น 7 วันก่อนร้อง ป.ป.ช. ย้ำภาษีไม่เกี่ยวทรัพย์สินถูกยึด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



"วัชระ เพชรทอง" ยื่นหนังสือด่วนที่สุดถึงอธิบดีกรมสรรพากร จี้งัดกฎหมายประมวลรัษฎากรยึดทรัพย์และฟ้องล้มละลาย "ทักษิณ ชินวัตร" ทวงหนี้ภาษีค้างชำระตามคำพิพากษาศาลฎีกากว่า 17,630 ล้านบาท ขีดเส้นตาย 7 วัน หากอธิบดีฯ นิ่งเฉย เตรียมหอบหลักฐานร้อง ป.ป.ช. เอาผิด ม.154 ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ทันที ย้ำเงินภาษีไม่เกี่ยวกับทรัพย์สินที่ถูกยึด

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2569 นายวัชระ เพชรทอง อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยว่า ตนได้เดินทางมาทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 50 เพื่อยื่นหนังสือด่วนที่สุดถึง นายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ อธิบดีกรมสรรพากร ขอให้ใช้อำนาจตามประมวลรัษฎากร มาตรา 12 สั่งยึด อายัดทรัพย์สิน หรือสิทธิเรียกร้องใดๆ และดำเนินการฟ้องคดีล้มละลายแก่นายทักษิณ ชินวัตร

นายวัชระ ระบุว่า ที่ผ่านมาตนได้ส่งหนังสือถึงอธิบดีกรมสรรพากรมาแล้ว 3 ฉบับ เป็นประจำทุกเดือน เพื่อให้มีการดำเนินการเรียกเก็บภาษีอากรจากนายทักษิณ เนื่องจากคดีถึงที่สุดแล้วตามคำพิพากษาศาลฎีกา โดยหนี้ดังกล่าวมีมูลค่าสูงถึง 17,630 ล้านบาท แต่พบว่ามีการบังคับทวงหนี้ได้เพียง 350 ล้านบาท ซึ่งถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับจำนวนหนี้ภาษีอากรค้างทั้งหมด

นายวัชระ กล่าวย้ำว่า ขอให้อธิบดีกรมสรรพากรดำเนินการฟ้องคดีล้มละลายต่อนายทักษิณอย่างเร่งด่วนที่สุด เพื่อใช้สิทธิรับชำระหนี้ในคดีล้มละลาย โดยกรณีนี้จะไม่กระทบต่อทรัพย์สินใดๆ ของนายทักษิณที่ตกเป็นของแผ่นดินไปแล้ว เนื่องจากเป็นมูลความแห่งคดีคนละกรณีกัน พร้อมเรียกร้องว่าอย่าให้บุคคลใดใช้ศาลภาษีอากรกลางเป็นเครื่องมือในการหลบเลี่ยงหรือชะลอการชำระหนี้ตามคำพิพากษาศาลฎีกาได้

ในท้ายหนังสือ นายวัชระระบุถึงข้อกฎหมายว่า การจัดเก็บภาษีให้ถูกต้องครบถ้วนและไม่ล่าช้าเป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ซึ่งหากไม่ปฏิบัติย่อมมีระวางโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 154 โทษจำคุกตั้งแต่ 5 ถึง 20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 100,000 - 400,000 บาท จึงขอให้อธิบดีกรมสรรพากรปฏิบัติหน้าที่ราชการตามตำแหน่ง และขอคำตอบแก่สาธารณชนภายใน 7 วัน หากผู้เป็นอธิบดีละเว้นไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ตนขอสงวนสิทธิในการร้องเรียนต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ต่อไป