ศูนย์ข่าวภูเก็ต - ผู้ว่าฯ ภูเก็ตสั่ง 5 หน่วยตรวจสอบ “ชาบัด ป่าตอง” เชิงลึก พบ 2 บริษัทอยู่ในเครือเดียวกัน ทรัพย์สินรวม 261.58 ล้านบาท และมีสาขาในภูเก็ตอีก 4 แห่ง กรรการหลัก 2 รายต่างชาตัถือบัตรปปช.ไทย อีก 1 รายเป็นอิราเอล
นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงความคืบหน้า การตรวจสอบ “ชาบัด เฮ้าส์” ตั้งอยู่บนถนนราษฎร์อุทิศ 200 ปี ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต หลังสถานที่ดังกล่าวถูกจับตาและมีการนำเสนอข้อมูลในหลายประเด็นในช่วงที่ผ่านมา โดยจังหวัดได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน ว่า ก่อนหน้านี้นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต และมีการตรวจสอบประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถานประกอบการในพื้นที่ป่าตอง จากนั้นจังหวัดได้สั่งการให้ตรวจสอบอาคารดังกล่าวตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522
ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า มีการก่อสร้างและดัดแปลงอาคารบางส่วนไม่เป็นไปตามแบบรายการที่ได้รับอนุญาต โดยอาคารได้รับอนุญาตก่อสร้าง 6 ชั้น แต่เจ้าหน้าที่พบการดัดแปลงพื้นที่บางส่วน โดยเฉพาะบริเวณชั้น 1 และชั้น 5 จึงมีคำสั่งให้ดำเนินการแก้ไขให้เป็นไปตามกฎหมาย
จากการตรวจสอบภายในอาคารยังพบว่า แต่ละชั้นมีลักษณะการใช้ประโยชน์แตกต่างกัน ทั้งพื้นที่ลักษณะคล้ายร้านกาแฟ พื้นที่รวมกลุ่มและจัดเตรียมสิ่งของสำหรับกิจกรรมทางศาสนา ห้องประกอบศาสนกิจที่แบ่งพื้นที่ชายและหญิง พื้นที่จัดเตรียมอุปกรณ์ประกอบพิธี รวมถึงพื้นที่ลักษณะห้องประชุมสำหรับการฟังบรรยาย
นายโชตินรินทร์ กล่าวว่า จังหวัดไม่ได้ตรวจสอบเพียงเรื่องตัวอาคารเท่านั้น แต่ได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประมาณ 5 หน่วยงาน ตรวจสอบในเชิงลึกอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการใช้ประโยชน์สถานที่ การประกอบกิจกรรม และการดำเนินธุรกิจต่าง ๆ เข้าข่ายต้องขออนุญาตหรืออยู่ภายใต้กฎหมายใดเพิ่มเติมหรือไม่
“ซึ่งในการตรวจสอบเราต้องดูในรายละเอียดว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายในเรื่องใดหรือไม่ ที่สำคัญเราปฏิบัติตามกฎหมาย และต้องตรวจสอบให้ครบทุกมิติ ไม่ใช่เฉพาะประเด็นใดประเด็นหนึ่ง”
อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบข้อมูลในเบื้องต้น สำหรับประเด็นด้านธุรกิจ จากการตรวจสอบ พบมีนิติบุคคลที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจในเครือเดียวกันจำนวน 2 บริษัท ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในพื้นที่ ต.เชิงทะเล จ.ภูเก็ต โดยข้อมูลล่าสุดที่จังหวัดตรวจสอบพบว่า มีมูลค่าทรัพย์สินรวมประมาณ 261.58 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังพบสาขาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดภูเก็ตอีก 4 แห่ง เมื่อรวมกับสำนักงาน 2 แห่งดังกล่าว เป็นทั้งหมด 6 แห่ง ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจังหวัดอยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียดของธุรกิจในเครือ ทั้งธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ธุรกิจนำเที่ยว และกิจกรรมอื่น ๆ รวมถึงการจดทะเบียนและใบอนุญาตต่าง ๆ เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงครบถ้วนตามประเด็นที่มีการร้องเรียนและตั้งข้อสังเกต
ส่วนประเด็นโครงสร้างผู้ถือหุ้นและการบริหารบริษัท นายโชตินรินทร์ ระบุว่า อยู่ระหว่างตรวจสอบรายละเอียด โดยข้อมูลเบื้องต้นพบว่า ในการจัดตั้งบริษัทนิติบุคคลทั้ง 2 บริษัท พบว่ากรรมการหลักมี 3 คน และจากการตรวจสอบพบว่า ใน 3 คน เป็นคนต่างชาติที่ถือบัตรประชาชนคนไทยจากการแปลงสัญชาติแล้ว 2 คน และอีก 1 คน เป็นชาวอิสราเอล อย่างไรก็ตาม จังหวัดยังต้องตรวจสอบในรายละเอียดต่อไปว่า โครงสร้างการถือหุ้น การจดทะเบียน และการดำเนินธุรกิจเป็นไปตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องหรือไม่ โดยจะพิจารณาจากสถานะทางกฎหมายและข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี
ผู้ว่าฯ ภูเก็ต ยังกล่าวว่า คาดว่าหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายจะสามารถรวบรวมผลการตรวจสอบได้ภายในสัปดาห์หน้า ก่อนที่จังหวัดจะสรุปภาพรวมเฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่จังหวัดภูเก็ต และเปิดเผยให้ประชาชนรับทราบต่อไป

