xs
xsm
sm
md
lg

"อนุทิน" ย้ำต่างชาติตั้งศาสนสถานต้องเคารพวัฒนธรรมไทย ล่าสุดขอสร้างสุสานส่วนตัว ชี้เหาะเกินลงกาแล้ว ตะเพิด ​จะตายก็ไปตายที่บ้าน!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



"อนุทิน" ย้ำคุมดาต้าเซ็นเตอร์ ออกระเบียบเฉพาะวินวินทั้งหมดไม่ได้ ขันน็อตผู้ว่าฯ ฟันมาเฟียต่างชาติ พร้อมลงนามเนรเทศทันที ไม่ต้องกลัวเรื่องงบฯ ลั่นตั้งศาสนสถาน ต้องเคารพวัฒนธรรมไทย เผยล่าสุดขอสร้างสุสานส่วนตัว ชี้เหาะเกินกรุงลงกา พร้อมตะเพิด ​"จะตายก็ไปตายที่บ้านโน้น!"


เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 17 ก.ย. ที่ห้องประชุมราชสีห์ ชั้น 2 ศาลาว่าการกระทรวงมหาดไทยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย เป็นประธานการประชุมติดตามการขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงมหาดไทย
โดยนายอนุทิน กล่าวถึงกรณีดาต้าเซ็นเตอร์ว่า ก่อนหน้านี้รัฐบาลที่ผ่านมาเน้นเรื่องการลงทุนและเม็ดเงินที่จะเข้ามาในประเทศจากต่างประเทศ แต่ยังไม่มีกฎหมายเฉพาะสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ โดยทราบว่าดาต้าเซ็นเตอร์ใช้ไฟฟ้า ใช้น้ำ และทรัพยากรจำนวนมาก ขณะที่การจ้างงานมีไม่มากเท่าที่ต้องการ แต่จะนำเรื่องนี้มาเปรียบเทียบกันตรงๆไม่ได้ และวันนี้มีการลงทุนและเงินหมุนเวียนเข้ามาจำนวนมาก การพูดในลักษณะดังกล่าวก็ไม่เป็นธรรมกับผู้ที่เข้ามาลงทุน เพราะเมื่อ 5 ปีที่แล้ว หากมีนักลงทุนขอเข้ามาตั้งดาต้าเซ็นเตอร์สักแห่ง เราก็ดีใจตายโหงแล้วว่าจะมีเงินเข้ามาในประเทศมหาศาล ทุกอย่างไม่สามารถเป็นแบบวินวินทั้งหมดได้ แต่จะคาดหวังทั้งเม็ดเงินลงทุนและการจ้างงานในระดับสูง พร้อมกับต้องการให้มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องก็อาจทำได้ยาก

นายอนุทิน กล่าวต่อว่า บางครั้งเราทะลุเป้าหมายในเรื่องเม็ดเงินลงทุนจากต่างชาติ แล้วจะบอกว่าวันนี้เริ่มจำกัดการลงทุน หรือเริ่มไปสนับสนุนธุรกิจภาคอื่นแทน ก็อาจไม่เป็นธรรมกับผู้ที่เข้ามาลงทุน อย่างไรก็ตาม รัฐบาลได้ตั้งบอร์ดขึ้นมาดูแลเรื่องนี้แล้ว เพื่อออกแบบกฎระเบียบและทิศทาง รวมถึงจัดทำกฎหมายเฉพาะ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับผู้ที่เข้ามาลงทุน ตลอดจนสร้างความเป็นธรรมในการใช้ทรัพยากร ทั้งด้านพลังงานเชื้อเพลิง น้ำหล่อเย็น และสิ่งแวดล้อม เนื่องจากดาต้าเซ็นเตอร์มีการปล่อยความร้อนออกมาพอสมควร โดยเฉพาะใน กทม. ที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. พบว่ามีดาต้าเซ็นเตอร์และมีการกักเก็บน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งตนเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้เป็นการลักลอบทำ หากเกิดเรื่องเช่นนี้จริง จะต้องขออนุญาตอีกหลายเรื่อง พูดง่าย ๆ ว่า ใครจะกล้าอนุญาตให้มีการเก็บเชื้อเพลิงภายใต้อาคาร ซึ่งอาจเป็นการเลี่ยงบาลี ดังนั้นต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงจังหวัดต่าง ๆ ที่มีดาต้าเซ็นเตอร์ แลกเปลี่ยนข้อมูลกันให้มากขึ้น ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ และดูแลผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน ในระหว่างที่กำลังวางระบบต่อไป

นายอนุทิน ยังกล่าวถึงการเอารัดเอาเปรียบของคนต่างชาติที่อยู่ในประเทศไทยว่า ขอชื่นชมนายพลพีร์ สุวรรณ​ฉวี​ รมช.มหาดไทย​ เป็นตัวตั้งตัวตีในการดำเนินคดีและเป็นกำลังใจให้กับทีมงาน ที่ไปปราบปรามคนเหล่านี้ ก็เห็นอยู่แล้วว่าได้รับการตอบรับในเชิงบวกมากมาย ตรงไปตรงมา หากมาอยู่ในประเทศนี้แล้ว ทำมาหากินสุจริต ไม่เอารัดเอาเปรียบ ไม่ใช้กำลังของตัวเอง สติปัญญา เงินทุนและระบบต่างๆ มาเอาเปรียบคนไทย ก็สามารถอยู่ร่วมกันได้ แต่ถ้าเข้ามาแล้ว มีพฤติกรรมก้าวร้าวข่มขู่ ข่มเหง แสดงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ ก็ต้องดำเนินการเต็มที่ โดยเฉพาะในจังหวัดเป้าหมายทั้งจังหวัดภูเก็ต จังหวัด​สุราษฎร์ธานี รวมถึงจังหวัดอื่นๆที่มีการดำเนินการลักษณะนี้ขอให้ผู้ว่าทั้งหลายใช้กฎหมายให้เต็มที่

"การตั้งศาสนสถานคิดว่าอยู่ดีๆไปตั้งเองไม่ได้ รูปแบบต่างๆต้องให้การเคารพต่อสังคมและวัฒนธรรมของประเทศไทยด้วย ล่าสุดทราบมาว่า มีการขอสร้างสุสานส่วนตัวอีกมันเกินไปแล้ว เหาะเกินกรุงลงกา ให้มาก็บุญแล้ว มาก็มาหากินสุจริต จะตายก็ไปตายที่บ้านโน้นไม่ต้องมาตายที่นี้ แล้วก็อย่ามาเอารัดเอาเปรียบ และเรื่องศาสนสถานที่ขออนุญาตตั้งเป็นร้านอาหาร แต่มีศาสนสถานอยู่ก็ไม่ได้" นายอนุทิน กล่าว

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ยินดีที่จะต้อนรับ แต่ต้องเป็นลักษณะก่อให้เกิดประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย เข้าใจว่าการเข้ามาท่องเที่ยวทำให้เกิดการใช้เงินและลงทุนในประเทศไทย แต่ไม่ได้หมายความว่า จะเอาเปรียบหรือใช้เงินลงทุนทำเรื่องที่ผิดกฎหมาย ซึ่งมีต่างชาติเหล่านี้อยู่หลายประเทศ ไม่ใช่เพียงประเทศเดียว ผู้ว่าฯและนายอำเภอ ต้องกำชับ จะไปไล่จับปูใส่กระด้งก็ไม่ได้ วันหนึ่งต้องเอากฎหมายครอบว่าทำสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ ต้องจัดระเบียบให้ได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ ตนเองได้ลงนามในประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องการเนรเทศ ซึ่งทำให้มีกลไกในการดำเนินการเรื่องนี้อย่างเต็มที่ และเป็นสิ่งที่ทำให้คนที่ตั้งใจจะทำอะไรพิเรน เริ่มรู้ว่าเอาจริงเรื่องนี้

"ท่านไม่ต้องถามกลับมาว่าเนรเทศแล้วจะเอาเงินที่ไหนจ่ายค่าตั๋วเครื่องบินออกไป ถามแบบนี้ มันเหมือนกับถามไม่ค่อยคิดไปหน่อย ถามแบบอยากจะปัดงานให้ออกจากตัว ซึ่งไม่ได้คำว่าเนรเทศ คือถ้าท่านดำเนินการแล้ว คนๆนั้นต้องออกจากประเทศ เรื่องค่าใช้จ่ายต่างๆ ผมดำเนินการให้อยู่แล้ว แต่อย่าเอาสิ่งเหล่านี้มาอ้าง บางทีก็เหมือนดูถูกภูมิปัญญากันไปหน่อย เนรเทศแล้วยังลงนามไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าใครจะออกค่าตั๋วเครื่องบิน ไม่มี จังหวัดก็ออกไปก่อน แล้วจะมาเบิกคืนในรูปแบบไหนก็ว่ากันไป ถ้าผมเป็นท่าน ผมควักตังออกเลย คนเหล่านี้อยู่ในจังหวัดท่าน ก็ถือเป็นอัปมงคลอยู่ในบ้านเราอยู่แล้ว ท่านจะเก็บไว้ทำไม เพราะฉะนั้นอย่าไปกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย ถ้าพฤติกรรมเข้าเกณฑ์ก็ดำเนินการทันที พวกนี้เอามาดำเนินคดีในประเทศ ก็เสียข้าวสุกพวกเราอีก ไม่มีประโยชน์ที่จะเก็บเอาไว้ ถ้ามีพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ มีทางเลือกเดียวเชิญออก ขอให้ใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด" นายอนุทินกล่าว

นายอนุทิน กล่าวอีกว่า ตนยืนยันประเทศไทย ยังยินดีต้อนรับคนต่างชาติที่เข้ามาโดยสุจริตต้องเคารพกฎหมายขนบธรรมเนียม วัฒนธรรมของประเทศไทย และทำให้คนไทยอยู่ร่วมกับชาวต่างชาติ​ได้ และขอให้ผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด ติดตามการกระทำผิดของคนต่างด้าวอย่างจริงจัง ทั้งในเรื่องการใช้นอมินี ถือครองที่ดิน