xs
xsm
sm
md
lg

ผู้บุกเบิกเตือนเอง! 'โลกกำลังสูญเสียการควบคุม AI' อาจถึงคราวล่มสลายของมนุษยชาติ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:



โยชัว เบนจิโอ นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ชาวแคนาดา ที่ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในบุคคลที่บุกเบิกด้านปัญญาประดิษฐ์ ให้สัมภาษณ์กับเอเอฟพี เตือนมนุษย์กำลังสูญเสียการควบคุมเทคโนโลยีนี้ และโลกจำเป็นต้องมีกลไกกำกับดูแลที่คล้ายคลึงกับมาตรการควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ มิเช่นนั้นในสถานการณ์เลวร้ายสุด "โลกอาจถึงครามล่มสลาย"

ความกังวลเกี่ยวกับอันตรายของเอไอโหมกระพือหนักหน่วงขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางความเคลื่อนไหวของบรรดาพนักงานบริษัทปัญญาประดิษฐ์ชั้นนำที่ต่างทยอยลาออก พร้อมกับส่งสัญญาณเตือนถึงความเป็นไปได้ของภัยคุกคามที่มีอยู่จริงต่อชีวิตมนุษย์ หากอัตราความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีไม่ได้รับการควบคุมดูแล

เบนจิโอ เป็นศาสตราจารญ์ของมหาวิทยาลัยมอนทรีออล ผู้เคยได้รับรางวัล Turing Award หรือ โนเบลด้านคอมพิวเตอร์ ปี 2018 เคียงข้าง เจฟฟรีย์ ฮินตัน ที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในฐานะ "เจ้าพ่อแห่งปัญญาประดิษฐ์"

สำหรับ เบนจิโอ วัย 62 ปี ได้กล่าวกับเอเอฟพีเมื่อวันอังคาร(15ก.ย.) ว่า "มีเหตุผลที่บริษัทต่างๆ ต่างพูดกันว่าเรื่องนี้กำลังดำเนินไปเร็วเกินไป และเรากำลังสูญเสียการควบคุม คนอย่างพวกผม คาดหมายเรื่องนี้ไว้นานแล้ว" พร้อมเตือนว่าการพูดคุยหารือด้านความปลอดภัยเกี่ยวกับเอไอ ยังไม่เข้มข้นเพียงพอ

มีความตื่นตระหนกอย่างกว้างขวาง หลังจาก OpenAI เปิดเผยว่ากลุ่ม AI agent (ระบบปัญญาประดิษฐ์หรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่สามารถ คิด วางแผน ตัดสินใจ และลงมือทำงานแทนมนุษย์ได้เองแบบอัตโนมัติ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ได้รับมอบหมาย) ได้ทำการเจาะระบบแพลตฟอร์มโอเพนซอร์ส Hugging Face โดยไม่ได้รับอนุญาตเมื่อเดือนกรกฎาคม

"การกระทำที่เป็นอิสระเช่นนั้นถือเป็นภัยคุกคามหลัก" เบนจิโอกล่าว และเตือนถึงความเป็นไปได้ของสถานการณ์หนึ่งๆที่ AI agents จะมีความสามารถในการเจาะผ่านเกราะป้องกันทางไซเบอร์และบุกเข้าไปในบริษัทใดก็ได้

เมื่อปีที่แล้ว เบนจิโอ ผู้ก่อตั้งองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร LawZero วางเป้าหมายสร้าง AI ขั้นสูงรูปแบบใหม่ที่ "ได้รับการออกแบบมาให้มีความน่าเชื่อถือและปลอดภัย"

LawZero ได้รับเงินทุน 300 ล้านเหรียญแคนาดา(ราว 216 ล้านดอลลาร์) ในวันพุธ(16ก.ย.) จากทั้งรัฐบาลแคนาดาและเยอรมนี ซึ่งได้ริเริ่มความพยายามหลายประการเพื่อความร่วมมือกันด้าน AI และระหว่างให้สัมภาษณ์กับเอเอฟพี หนึ่งวันก่อนการแถลงในเรื่องดังกล่าว เบนจิโอ บอกว่าผู้คนจำเป็นต้องตระหนักถึงความเสี่ยงต่างๆที่รออยู่เบื้องหน้า

" AI agent อาจก่อให้เกิดความสามารถในการสร้างสายสัมพันธ์เฉพาะบุคคล และโน้มน้าวให้มนุษย์กระทำในสิ่งที่เอื้อประโยชน์ต่อตัว AI เอง แต่มันไม่ส่งผลดีต่อพวกเราทุกคนเสมอไป มันถือเป็นขีดความสามารถที่อาจส่งผลกระทบอย่างใหญ่หลวงต่อระบอบประชาธิปไตย" เขากล่าว

เขากล่าวเตือนต่อว่า "ในระยะยาว เอไออาจถึงขั้นไม่จำเป็นพึ่งพามนุษย์อีกต่อไปในการลงมือทำสิ่งต่างๆ ในโลกแห่งความเป็นจริง และในสถานการณ์เช่นนั้น ความเป็นได้ที่เลวร้ายที่สุด อาจเป็นการล่มสลายของมนุษยชาติ นั่นเป็นกรณีที่สุดโต่ง แต่ทว่าต่อให้เป็นเพียงการปิดระบบธนาคาร ก็ยังถือเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมากๆแล้ว"

บรรดาบริษัทเอไอยักษ์ใหญ่ของโลก ไม่ว่าจะเป็น OpenAI, Anthropic และ Google เริ่มต้นดำเนินการองค์กรกำหนดมาตรฐานหนึ่งๆขึ้นมา ความร่วมมือที่ดูเหมือนเป็นการยอมรับความวิตกกังวลของประชาชน ต่อกรณีที่ว่าการแข่งขันระหว่างบริษัทต่างๆและประเทศต่างๆ อาจทำให้ประเด็นด้านความปลอดภัยถูกมองข้ามไป

สำหรับ เบนจิโอ มองว่าการการควบคุมความก้าวหน้าของ AI ถือเป็นความท้าทายระดับนานาชาติ ไม่ต่างอะไรกับการควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ "ดังนั้นประชาคมนานาชาติจำเป็นต้องตระหนักถึงพลังอำนาจที่เรานำพามาสู่โลก และจำเป็นต้องบริหารจัดการ จำเป็นต้องกำกับดูแลผ่านสถานบันต่างๆ สนธิสัญญาและคุ้มครองประชาธิปไตย สังคมต้องการเวลาในการจัดเตรียมสิ่งที่จำเป็นต้องจัดเตรียม" เขากล่าว

อย่างไรก็ตามเจตจำนงทางการเมืองของรัฐบาลประเทศหลักๆ ดูเหมือนจะมีจุดยืนแตกต่างกันออกไปในเรื่องนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ที่ในวันจันทร์(14ก.ย.) ออกมาปฏิเสธเสียงเตือนเกี่ยวกับความเสี่ยงของไอเอ โดยบอกว่ามันเป็นข่าวปลอม

(ที่มา:เอเอฟพี)